บรรยากาศภายในห้องพักรวมของกองกำลังทหารรับจ้างวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) สาขาตะวันออกกลางในยามบ่ายคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอับของเหงื่อไคลผสมปนเปไปกับกลิ่นฉุนของน้ำมันล้างปืนและเขม่าดินปืนที่ฝังลึกอยู่ในทุกอณูของห้องทว่าไม่มีใครให้ความสนใจกับสภาพแวดล้อมอันดิบเถื่อนเ่าั้เพราะสายตาทุกคู่ของทหารรับจ้างนับสิบชีวิตกำลังจับจ้องไปยังใจกลางของวงล้อมที่ถูกแหวกออกเป็พื้นที่ว่าง
บนพื้นปูนเปลือยที่เย็นเฉียบร่างกำยำสองร่างกำลังนั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากันอยู่
คนแรกคือ โลแกนกัปตันทีมบุกชาวแคนาดาผู้มีใบหน้าคมเข้มและั์ตาดุดันกระหายเื ส่วนอีกคนคือธีร์ ชายหนุ่มชาวไทยผิวคล้ำแดดผู้มีแววตานิ่งสงบและเ็าดุจน้ำแข็งเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือชิ้นส่วนของปืนไรเฟิลจู่โจมแบบ HK416 ที่ถูกถอดแยกชิ้นส่วนจนละเอียด ั้แ่โครงปืนส่วนล่าง (LowerReceiver) โครงปืนส่วนบน (Upper Receiver) ชุดลูกเลื่อน (BoltCarrier Group) สปริง ขอรั้งปลอก ไปจนถึงลำกล้องและประแจสลักทุกชิ้นส่วนถูกวางกระจายกระจัดกระจายอย่างไร้ระเบียบเพื่อเพิ่มความยากในการทดสอบ
ที่ด้านข้างของทั้งคู่ มีนาฬิกาจับเวลาดิจิทัลสีดำตั้งอยู่สองเครื่อง โดยมีแซม สไนเปอร์หนุ่มผมบลอนด์ชาวอเมริกันยืนกอดอกทำหน้าที่เป็กรรมการและพลให้สัญญาณ
"กฎเหมือนเดิมนะไอ้พวกบ้าหระห่ำ ประกอบทุกชิ้นส่วนให้เข้าที่เสียบแม็กกาซีนเปล่า ดึงคันรั้ง ลั่นไก แล้วตบนาฬิกาจับเวลา!" แซมะโก้องด้วยน้ำเสียงสนุกสนานร่าเริงตามนิสัยท่ามกลางเสียงโห่ร้องเชียร์และเสียงพนันขันต่อของบรรดาทหารรับจ้างรอบข้างที่ดังกระหึ่ม"ใครเร็วกว่า... ชนะ!"
โลแกนแสยะยิ้มมุมปาก เขาขยับคอไปมาจนกระดูกลั่นดังกรอบแกรบแววตาของเขาจดจ่ออยู่ที่ชิ้นส่วนโลหะตรงหน้าราวกับสัตว์ร้ายที่เตรียมขย้ำเหยื่อในขณะที่ธีร์ทำเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆั์ตาคมกริบของเขาสแกนตำแหน่งของชิ้นส่วนปืนทุกชิ้นและจดจำภาพเ่าั้ไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว(PhotographicMemory) โดยไม่มีการแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย
"เตรียมตัว..."แซมยกมือขึ้นสูง สายตาจับจ้องไปที่เพื่อนซี้ทั้งสองคน "สาม...สอง...หนึ่ง... ลุย!!"
สิ้นคำสั่งนั้นสองมือของยอดฝีมือแห่งหน่วยทะลวงฟันก็พุ่งเข้าหาชิ้นส่วนปืนตรงหน้าด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบจะมองไม่ทัน!
แกร๊ก!กริ๊ก! ชั๊วะ!แกร๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นและรัวเร็วราวกับเครื่องจักรที่ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบทั้งสองคนไม่มีใครมัวแต่มองหาชิ้นส่วนพวกเขาใช้เพียงแค่กล้ามเนื้อที่จดจำการเคลื่อนไหว (Muscle Memory) และสัญชาตญาณในการหยิบจับ ธีร์จับสปริงยัดเข้าชุดลูกเลื่อนประกอบเข้ากับโครงปืนส่วนบน ดันสลักล็อกด้วยนิ้วโป้งอย่างแม่นยำในขณะที่โลแกนก็กระแทกโครงปืนส่วนล่างเข้ากับชุดลั่นไกด้วยความรวดเร็วและดุดัน
มือหนาของธีร์ตบแม็กกาซีนเปล่าเข้าที่ช่องรับะุดังกริ๊ก เขาดึงคันรั้งปืน (ChargingHandle) จนสุดแล้วปล่อยให้ลูกเลื่อนกระแทกกลับเข้าที่ด้วยความรวดเร็ว
แกร๊ก!แชะ! ป้าบ!!
แกร๊ก!แชะ! ป้าบ!!
เสียงลั่นไกดังขึ้นแทบจะพร้อมกันตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ตบลงบนปุ่มหยุดเวลาของนาฬิกาดิจิทัลอย่างรุนแรงจนเครื่องแทบพัง
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องพักรวมทันทีทหารรับจ้างทุกคนต่างกลั้นหายใจและชะโงกหน้าเข้าไปดูตัวเลขสีแดงบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยความตื่นเต้นและใจจดใจจ่อ
แซมก้มลงไปมองตัวเลขของทั้งสองเครื่องก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วส่ายหัวไปมาชายหนุ่มชาวอเมริกันยืดตัวขึ้นและชูมือของโลแกนขึ้นฟ้า
"โลแกนชนะอีกแล้วว่ะ!"แซมประกาศเสียงดังลั่น "เฉือนไปแค่เสี้ยวของเสี้ยววินาทีเท่านั้น!"
"ซี๊ดดดด..."เสียงสูดปากด้วยความทึ่งดังระงมไปทั่วทั้งห้องพักทหารรับจ้างเดนตายหลายคนพากันสบถเป็ภาษาถิ่นของตนเองออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
เวลาที่แสดงอยู่บนหน้าปัดนาฬิกานั้นน้อยเกินกว่าที่ทหารที่ถูกฝึกมาอย่างหนักจะทำได้มันเป็เวลาที่เหนืุ์ไปแล้วทั้งคู่แสดงทักษะความชำนาญขั้นสูงสุดและขับเคี่ยวกันในระยะเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
"บ้าไปแล้ว...สถิตินี้มันอะไรกันวะเนี่ย!" ทหารรับจ้างชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งบ่นอุบพลางลูบหัวตัวเองด้วยความอึ้ง "ไอ้สองคนนี้มันยังเป็คนอยู่หรือเปล่าวะ? ปกติประกอบปืนมืดๆ ยังใช้เวลาเยอะกว่านี้เลย"
"เออ...อย่าลืมนะเว้ยว่ามันแค่สองคนเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้" ทหารอีกคนแย้งขึ้นมา "อย่าเอามาตรฐานของไอ้สัตว์ประหลาดสองตัวนี้มาเป็มาตรฐานทั้งหมดของหน่วยสิวะไม่งั้นพวกเราได้โดนผู้บัญชาการสั่งซ่อมจนอ้วกแตกแน่"
โลแกนวางปืนไรเฟิลจู่โจมที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์ลงบนพื้นเขาหอบหายใจเล็กน้อยแต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะกัปตันทีมบุกหันไปมองธีร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"เร็วขึ้นอีกนิดนะ ธีร์"โลแกนเอ่ยเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงท้าทาย
ธีร์ไม่ได้แสดงความหงุดหงิดหรือหัวเสียกับความพ่ายแพ้เลยแม้แต่น้อยชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับเงียบๆ เขารู้ดีว่าในการประลองความเร็วโลแกนผู้บ้าคลั่งมักจะมีแรงกระตุ้นที่รุนแรงกว่าเสมอแต่หากเป็สมรภูมิรบจริงที่ต้องใช้ความตายเป็ตัวตัดสิน ธีร์ก็มั่นใจว่าทักษะ CQC และการลอบสังหารของเขาไม่เป็รองใครเช่นกัน
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคักและเสียงพูดคุยบ่นอุบอิบกำลังดังระงมอยู่นั้นเอง...
ก๊อก!ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่เปิดอ้าอยู่ดังขึ้นขัดจังหวะทุกอย่าง ร่างสูงโปร่งของอีวาน่าผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซีย ก้าวเข้ามาประทับยืนอยู่ที่หน้าประตูออร่าความน่าเกรงขามของเธอทำเอาทหารรับจ้างที่กำลังส่งเสียงดังต้องรีบรูดซิปปากและยืนตัวตรงแหน่วทันที
"พอกันได้แล้ว หนุ่มๆ"อีวาน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันและเฉียบขาดั์ตาสีฟ้ากวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างของธีร์ "ธีร์... มีคนมาหาเธอ"
ชายหนุ่มชาวไทยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้บัญชาการของตนก่อนที่สายตาอันคมกริบของเขาจะเลื่อนเลยไปยังบุคคลอีกสองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของอีวาน่า
คนแรกคือชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีในชุดสูทสีเทาเข้มร่างกายของเขาดูอิดโรยแต่ยังคงความน่าเกรงขาม ทันทีที่ธีร์ได้สบตากับชายชราคนนั้นเขากลับรู้สึกแปลกประหลาดในอก ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลานั้นดู ‘คุ้นตา’ อย่างน่าประหลาดโครงหน้า สันกราม หรือแม้กระทั่งแววตามันเหมือนกับว่าเขาเคยเห็นมันจากที่ไหนสักแห่ง... อาจจะเป็ในกระจกเงาเวลาที่เขามองหน้าตัวเองหรืออาจจะเป็จากความทรงจำอันเลือนรางของพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทหารทั้งห้อง ไม่ใช่ชายชรา... ทว่าเป็ร่างอรชรของผู้หญิงที่ยืนอยู่เคียงข้างต่างหาก
เธอเป็หญิงสาวชาวเอเชียที่งดงามสะกดทุกสายตารูปลักษณ์ของเธอสวยสง่าและเปล่งประกายดุจ ‘นางพญา’ที่สูงส่งเกินกว่าจะมาเหยียบย่ำในสถานที่ที่เต็มไปด้วยคาวเืและกลิ่นเหงื่อเช่นนี้หุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดทำงานสีเอิร์ธโทนนั้นสมส่วนและเซ็กซี่ดึงดูดสายตากิริยาท่าทางของเธอสำรวม ดูแพง และมีอำนาจกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมา
ทว่าสิ่งที่ทำให้ธีร์ต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีกคือดวงตาสีเข้มคู่นั้นของผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจ้องมองตรงมาที่เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาราวกับพยายามจะค้นหาและประเมินอะไรบางอย่างจากตัวเขามันเป็สายตาที่สงบนิ่ง เ็า แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาอ่านไม่ออก
"ว้าว..."เสียงผิวปากยาวๆ ดังทะลุความเงียบขึ้นมาตามมาด้วยเสียงพูดติดตลกของแซม สไนเปอร์หนุ่มผู้มีจุดอ่อนเื่ความเ้าชู้ "พระเ้าช่วย... หญิงชาวเอเชียที่มาใหม่นี่ ช่างมีเสน่ห์และสวยทรงพลังจริงๆ ให้ตายสิ..."
อีวาน่าหันขวับไปถลนตาสีฟ้าใส่ลูกน้องจอมกะล่อนทันที
"รักษาอาการหน่อย แซม!"อีวาน่าเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงดุดันและเฉียบขาดดุจใบมีดก่อนจะทิ้งะเิลูกใหญ่ลงกลางห้องพักรวม "ผู้หญิงคนนั้น...คือ 'คู่หมั้น' ของธีร์!"
สิ้นประโยคนั้นของอีวาน่า... ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่เรียกว่าเข็มตกหนึ่งเล่มก็ยังได้ยิน
บรรดาทหารรับจ้างเดนตายที่เพิ่งจะโวยวายเื่สถิติการประกอบปืนเมื่อครู่นี้ต่างพากันอ้าปากค้างั์ตาทุกคู่เบิกกว้างเบนเข็มไปจ้องมองเพียงฟ้าที่ยืนนิ่งสง่าอยู่หน้าประตูสลับกับหันขวับมามองธีร์ที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึงสุดขีด
คู่หมั้น?!ไอ้หมอนี่เนี่ยนะมีคู่หมั้น?! แถมยังเป็ผู้หญิงที่สวยระดับจักรวาลและดูสูงส่งราวกับนางพญาขนาดนี้!
ธีร์เองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่นักแม้ใบหน้าของเขาจะยังคงเรียบนิ่งตามสไตล์คนแสดงอารมณ์ไม่เก่งแต่หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปมก็บ่งบอกได้ดีถึงความสับสนวุ่นวายในหัวของเขา
คู่หมั้นที่พูดถึงนี่คืออะไร? เขาเป็เด็กกำพร้าที่ถูกแม่ทิ้งต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดข้างถนนและปลอมอายุเข้ามาเป็ทหารั้แ่ยังเด็กเขาไม่เคยมีความรัก ไม่เคยผูกมัดกับใครและมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อนในชีวิตไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็ใครมาจากไหน
"ธีร์...มานี่ก่อน" อีวาน่าไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ซักถามเธอเอ่ยเรียกชายหนุ่มเสียงเรียบ
ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มปัดฝุ่นออกจากกางเกงทหารลายพรางก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมของเพื่อนร่วมทีมตรงไปที่หน้าประตู
ตลอดเส้นทางที่เขาก้าวเดินมีทหารรับจ้างไม่น้อยที่ลอบมองเขาด้วยสายตาอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิดบางคนก็ผิวปากแซวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้แซมยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองตามเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกำลังสนุกกับเื่เซอร์ไพรส์นี้ในขณะที่โลแกน...คู่แข่งและเพื่อนร่วมรบของเขากลับนั่งนิ่งอยู่ที่พื้นคิ้วของชายชาวแคนาดาขมวดเข้าหากันแน่นแววตาดุดันแฝงไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงราวกับเขากำลังััได้ถึงลางสังหรณ์ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งชิงสหายศึกของเขาไปจากสมรภูมิ
ในจังหวะที่ธีร์กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องพักนั่นเองทหารรับจ้างคนหนึ่งที่อยู่รั้งท้ายกลุ่มก็พูดขึ้นมาเป็ภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงกึ่งอิจฉากึ่งประชดประชัน
"ให้ตายสิวะ...มีสาวสวยหน้าใหม่มาสนใจไอ้ธีร์มันอีกแล้วว่ะหมอนี่มันมีดีอะไรนักหนาวะ"
คำพูดนั้นไม่ได้สร้างปฏิกิริยาใดๆให้กับธีร์หรือทหารรับจ้างคนอื่นที่ชินชากับการที่เพื่อนร่วมทีมได้รับความสนใจทว่า...หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูอย่าง ‘เพียงฟ้า’ กลับชะงักไปนิดหนึ่ง
ั์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นแบรนด์เนมตวัดมองเข้าไปในห้องพักเล็กน้อยแม้ใบหน้าของนางพญาจะยังคงราบเรียบและไม่ได้แสดงท่าทีหึงหวงหรือโวยวายออกมาแต่ประโยคสั้นๆ ที่บอกว่า ‘มีสาวสวยหน้าใหม่มาสนใจอีกแล้ว’ มันกลับสะกิดใจเธอให้เกิดคำถามขึ้นมาเงียบๆ
นี่หมายความว่าที่ผ่านมา... มีผู้หญิงคนอื่นมาตามตอแยหรือให้ความสนใจคู่หมั้นของเธออยู่แล้วงั้นหรือ?
อีวาน่าไม่รอให้สถานการณ์อึดอัดไปมากกว่านี้ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียเดินนำทุกคนออกจากบริเวณห้องพักทหารมุ่งหน้าไปตามโถงทางเดินจนกระทั่งมาถึงห้องกระจกใสที่เป็จุดต้อนรับและห้องประชุมย่อย
"เข้าไปคุยกันไปตามสบายเลยนะ" อีวาน่าหันมาบอกเ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้าก่อนจะปรายตามองธีร์เป็เชิงสั่งให้ทำตัวดีๆ "เดี๋ยวฉันจะไปรออยู่ตรงนู้น มีอะไรก็เรียกได้เลย"
พูดจบ อีวาน่าก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้ชายหนุ่มผู้ผ่านนรกสมรภูมิมานับไม่ถ้วนต้องมาเผชิญหน้ากับชายชราแปลกหน้าที่มองเขาด้วยสายตาเปี่ยมรักและนางพญาสาวสุดเยือกเย็นผู้ถูกประกาศว่าเป็คู่หมั้นของเขาเพียงลำพังสามคนในห้องต้อนรับแห่งนี้
บรรยากาศภายในห้องกระจกใสตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางกระหึ่มเบาๆ เ้าสัวสิรินทร์ชายผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจสิรินทรา กรุ๊ป ที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศบัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มรุ่นหลาน หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและห้วงอารมณ์แห่งความหลังเอ่อล้นออกมาจนไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
"เธออาจจะไม่เคยเห็นหน้าฉันมาก่อน..." เสียงแหบพร่าของชายชราเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเป็คนแรกั์ตาที่ฝ้าฟางตามกาลเวลาจ้องมองร่องรอยความกระด้างบนใบหน้าของหลานชาย "แต่ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก... เพราะหน้าของเธอ เหมือนกับลูกชายของฉันไม่มีผิดเพี้ยน"
ธีร์ที่ยืนนิ่งรับฟังด้วยท่วงท่าที่ตื่นตัวตามสัญชาตญาณทหารขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยความฉลาดหลักแหลมและไหวพริบในการเอาตัวรอดของเขาประมวลผลข้อมูลตรงหน้าอย่างรวดเร็วชายหนุ่มถามสวนกลับไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหม่าหรือตื่นเต้น
"คุณ...คือปู่ของผม?"
เ้าสัวสิรินทร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่นน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้มที่เหี่ยวย่น "ใช่...ฉันเป็ปู่ของเธอ และที่ฉันดั้นด้นมาถึงที่นี่ก็เพื่อ้าจะพาเธอกลับบ้านของเรา"
ชายชราเว้นจังหวะไปเล็กน้อยเพื่อควบคุมอารมณ์ก่อนจะผายมือไปยังหญิงสาวแสนสวยที่ยืนอยู่เคียงข้าง "ส่วนนี่คือ เพียงฟ้า... เธอเป็หลานสาวบุญธรรมของฉัน และเป็ 'คู่หมั้น'ของเธอ"
เพียงฟ้าก้าวออกมายืนด้านหน้าเล็กน้อยออร่าความเยือกเย็นดุจนางพญาของเธอถูกปรับให้นุ่มนวลลงริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบลิปสติกสีพีชคลี่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนท่วงท่าของเธอสง่างามและดูแพงทุกกระเบียดนิ้ว
"เพียงฟ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงกังวานใสทว่าแววตาสีเข้มของเธอกลับแฝงความหนักแน่นเอาไว้
ธีร์มองสบตากับหญิงสาวที่ถูกยัดเยียดให้เป็คู่ชีวิตแม้เขาจะยอมรับในใจว่าเธอเป็ผู้หญิงที่สวยสะกดสายตาแต่สำหรับคนที่หัวใจด้านชาเพราะต้องอยู่ตัวคนเดียวมาั้แ่เด็กอย่างเขาความงามนั้นก็ไม่อาจสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจได้
"ธีรภัทรครับ"ธีร์เอ่ยแนะนำตัวกลับสั้นๆ ห้วนๆ
แม้จะได้รับรู้เื่ราวความเชื่อมโยงทางสายเืและสถานะของคนตรงหน้าแล้วแต่คนที่มีเหตุและผลเป็ที่ตั้งอย่างธีร์ก็ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจึงตัดสินใจยิงคำถามที่ตรงประเด็นที่สุดออกไป
"ทำไมผมต้องแต่งงานด้วย?แล้วทำไม... ผมถึงต้องเชื่อว่าคุณคือปู่ของผม?"
คำถามที่ไร้เยื่อใยนั้นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงบนใจของคนเป็ปู่ทว่าเ้าสัวสิรินทร์ก็เข้าใจดีว่าความห่างเหินนี้คือผลกรรมที่ตนเองก่อไว้ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเริ่มอธิบายเื่ราวในอดีตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ป
"ภรรยาของฉัน...หรือก็คือย่าของเธอ เธอจากไปั้แ่ยังสาวทิ้งลูกชายที่เป็พ่อของเธอไว้ให้ฉันดูแลเพียงคนเดียว..." เ้าสัวเริ่มเล่า แววตาของเขาเหม่อลอยไปในอดีต "ฉันรัก เป็ห่วง และเอาใจใส่พ่อของเธอมาก เพียงแต่ว่า... การแสดงออกของฉันมันเป็วิธีที่ผิด ฉันเคยเป็คนเผด็จการฉันเชื่อว่าถ้าฉันเข้มงวดกับเขา ควบคุมเขา บีบบังคับกดดันเขามันจะส่งผลดีต่ออนาคตของเขาและทำให้เขาสืบทอดอาณาจักรของฉันได้"
น้ำเสียงของชายชราสั่นสะท้านขึ้นเรื่อยๆ "แต่ฉันไม่นึกเลย...ว่ามันจะทำให้เขาทนไม่ไหวและหนีออกจากบ้านไปและมันก็เป็ความผิดของฉันเองที่มัวแต่ถือทิฐิ ไม่ยอมส่งคนไปตามเขากลับมา... กว่าที่ฉันจะคิดได้และละทิ้งความหยิ่งยโสนั้นมันก็สายเกินไปเสียแล้ว"
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งเ้าสัวสิรินทร์สบตากับหลานชายที่พลัดพรากด้วยแววตาที่เว้าวอน
"ถึงฉันจะไม่สามารถเรียกคืนชีวิตให้เขากลับมาหาฉันได้... ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดในอดีตได้แต่ในตอนที่ฉันรู้ว่าลูกชายของฉันได้ให้กำเนิด 'หลาน'ของฉันออกมา..." ชายชรากำมือแน่น "ฉันก็บอกกับตัวเองว่าอย่างน้อยฉันก็ต้องดูแลหลานชายของฉันให้ดีที่สุดเพื่อชดเชยความผิดทั้งหมดที่ฉันได้ทำไว้กับลูกชาย!"
ธีร์ยืนฟังประวัติศาสตร์ของครอบครัวที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉยปูมหลังที่แสนเ็ปเ่าั้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผูกพันชายหนุ่มผู้ถูกแม่ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ั้แ่ยังเด็กต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดข้างถนนเพียงลำพัง สำหรับเขาแล้ว คำว่าครอบครัวมันว่างเปล่าเกินไป
"แล้วเื่ราวพวกนั้น..."ธีร์เอียงคอเล็กน้อย "มันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงาน?"
เ้าสัวสิรินทร์หันไปมองเพียงฟ้าด้วยแววตาเอ็นดูก่อนจะหันกลับมาอธิบายให้หลานชายฟัง
"ผู้หญิงคนนี้...ฉันรับเธอมาอุปการะเป็หลานบุญธรรมฉันสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเธอ ฟูมฟักเธอให้แข็งแกร่ง" เ้าสัวเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ "เพื่อที่ว่าในวันที่ฉันตามหาเธอกลับมาได้ ฉันตั้งใจว่าจะให้เธอเป็ 'คู่ชีวิต' ของเธอ คอยดูแลเธอและเป็คนรับสืบทอดทุกอย่างจากตระกูลของเรา... โดยที่ฉันจะไม่ต้องมาเข้มงวดและกดดันเธอเหมือนกับที่ฉันเคยกดดันพ่อของเธอจนเขาต้องหนีไปอีก"
คำอธิบายนั้นฟังดูเหมือนจะเป็ความปรารถนาดีอันยิ่งใหญ่ทว่าในมุมมองของคนที่ฉลาดและมีไหวพริบอย่างธีร์เขากลับมองทะลุถึงแก่นแท้ของแผนการนั้นทันที ชายหนุ่มแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปากเป็รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเจือปนอยู่เลย
"ที่คุณทำ..."ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "มันก็แค่การเปลี่ยน 'ความกดดัน' จากตัวผม... ไปลงที่ตัวเธอแทนเท่านั้นเอง"
ประโยคนั้นทำเอาเ้าสัวสิรินทร์ถึงกับสะอึกไป ทว่าก่อนที่ชายชราจะได้พูดอะไรเพียงฟ้าที่ยืนนิ่งฟังอยู่นานก็ตัดสินใจก้าวออกมารับหน้าแทน หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นั์ตาสีเข้มของเธอมองสบกับดวงตาคมกริบของทหารรับจ้างหนุ่มอย่างไม่ลดละ
"สำหรับฉันแล้ว มันไม่ใช่ความกดดันเลยค่ะ..." เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด "แต่มันคือการ 'ตอบแทนพระคุณ' เพราะถ้าหากฉันไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณปู่ในวันนั้นป่านนี้ฉันก็คงอดตายอยู่ข้างถนนไปนานแล้ว"
หญิงสาวผู้ยึดมั่นในความกตัญญูและคำสัญญาเป็ที่ตั้งขยับตัวเข้าไปใกล้ธีร์อีกก้าวหนึ่ง ออร่าความมั่นใจของเธอฉายชัด
"คุณธีร์คะ...คุณปู่ท่านรักและเป็ห่วงคุณมากนะคะ" เพียงฟ้าพยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงเพื่อโน้มน้าว "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ั้แ่ที่ท่านรู้ว่าท่านมีหลานท่านก็ทุ่มเทกำลังทรัพย์ตั้งมากมายมหาศาลเพื่อส่งคนออกตามหาคุณมาโดยตลอด... จนในที่สุด ท่านก็ได้เจอคุณสักที"
ธีร์ละสายตาจากเพียงฟ้าหันกลับมามองชายชราที่อ้างว่าเป็สายเืเพียงคนเดียวของเขาชายหนุ่มรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในหัว ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อยืนยันจุดประสงค์สุดท้าย
"สรุปก็คือ...คุณ้าให้ผม 'ลาออก'งั้นสินะ?"
เ้าสัวสิรินทร์พยักหน้ารัวๆ ความหวังเปล่งประกายขึ้นในดวงตาฝ้าฟาง "ใช่!ธีร์... กลับไปกับปู่เถอะนะลูกเลิกใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ แล้วกลับบ้านไปกับปู่... ปู่รับรองและขอสัญญาเลยว่าหลานจะสุขสบายและไม่ต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้ชีวิตที่ต้องหวาดระแวงว่าจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้อีกต่อไปแล้ว"
ข้อเสนอที่น่าเย้ายวนใจ... มรดกมหาศาลอำนาจล้นมือ และคู่หมั้นที่สวยสง่าดุจนางพญาหากเป็ผู้ชายคนอื่นคงรีบตะครุบโอกาสนี้และก้มกราบแทบเท้าชายชราไปแล้ว
แต่ไม่ใช่กับ 'แนวหน้าทะลวงฟัน' แห่งกลุ่มเขี้ยวหมาป่าชายหนุ่มผู้เริ่มต้นชีวิตสายทหารด้วยการปลอมอายุเข้าร่วมสมรภูมิในากวาดล้างลัทธินิวอีเดนผู้ซึ่งคุ้นชินกับกลิ่นคาวเืและการเข่นฆ่ามาค่อนชีวิต
ธีร์มองหน้าผู้เป็ปู่นิ่งงันแววตาของเขาว่างเปล่าและไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ
"ขอโทษด้วยครับ..."ธีร์ตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและไร้เยื่อใย "า... คือบ้านของผม"
พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวหันหลังให้คนทั้งสองโดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือสีหน้าตกตะลึงของเ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้าแม้แต่น้อยเขาก้าวเดินออกจากห้องกระจกใสไปอย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยวทิ้งโอกาสในการเป็มหาเศรษฐีไว้เื้ัราวกับมันเป็เพียงเศษฝุ่น
เมื่อธีร์ผลักประตูเดินออกมาที่โถงทางเดิน เขาก็พบกับ อีวาน่าผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียที่ยืนกอดอกรออยู่เงียบๆ
"ว่าไง..."อีวาน่าเลิกคิ้วถามพลางปรายตามองเข้าไปในห้องกระจก "จะไปเก็บของเลยไหม?"
ธีร์ส่ายหน้าช้าๆ "ผมปฏิเสธไปแล้ว"
อีวาน่าถึงกับขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด"ปฏิเสธ? เธอปฏิเสธทำไมล่ะธีร์... นี่เธอรู้หรือเปล่า ว่าปู่ของเธอเป็ใครและยิ่งใหญ่แค่ไหน?"
"ผมไม่ได้ถาม...และเขาก็ไม่ได้บอก" ธีร์ตอบกลับเสียงเรียบ "แต่า... คือบ้านของผม"
คำตอบที่ยึดติดกับสมรภูมิรบของลูกน้องหนุ่ม ทำให้อีวาน่าผู้บัญชาการที่ผ่านความตายมานับไม่ถ้วนและเข้าใจปมในอดีตของเขาเป็อย่างดีต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ ั์ตาสีฟ้าของเธอฉายแววตักเตือน
"า...ไม่ควรจะเป็บ้านของใครทั้งนั้นแหละ ธีร์" อีวาน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและกดลึก "มันเป็บ้านของใครไม่ได้หรอกนะเพราะที่นั่นมันมีแต่ความเศร้า ความเ็ป และความสูญเสีย... สถานที่ที่มีแต่สิ่งโสมมเ่าั้มันเป็บ้านให้ใครไม่ได้หรอก"
ธีร์ไม่ได้สนใจคำเทศนานั้นเขาทำท่าจะเดินเลี่ยงเบี่ยงตัวจากไปเพื่อกลับไปที่ห้องพักทว่าอีวาน่าก็ขยับตัวมาขวางทางไว้พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
"ธีร์...ถ้าเธอมองว่าาคือ 'งาน'ฉันจะไม่เปลี่ยนความคิดของเธอเลย" อีวาน่าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ด้านชาของชายหนุ่ม "แต่ถ้าเธอมองว่าาคือ 'บ้าน'...ในฐานะผู้บัญชาการและคนที่หวังดีกับเธอ ฉันต้องขอคัดค้าน"
อีวาน่าเว้นจังหวะไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเธออ่อนโยนลงทว่ายังคงความเด็ดขาด "ฉันจะให้เวลาเธอคิดทบทวน 1 คืน...พรุ่งนี้เช้าค่อยให้คำตอบที่แท้จริงกับฉัน"
ผู้บัญชาการสาวถอนหายใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงประวัติอันขมขื่นของชายตรงหน้า "ธีร์... ฉันพอจะรู้ประวัติของเธอมาบ้างว่าเธอต้องดิ้นรนแค่ไหนเธอเริ่มจากการปลอมอายุตัวเองเพื่อเข้ารับเกณฑ์ทหารั้แ่ยังเด็กใน่ที่ากวาดล้างลัทธินิวอีเดนกำลังปะทุอย่างหนัก"
มือเรียวของอีวาน่ายกขึ้นตบไหล่หนาของลูกน้องเบาๆ "สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอพอก็คือ... ั้แ่เกิดมา เธอยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบ 'คนธรรมดา' เลยสักครั้ง... ดังนั้น อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตของตัวเองมาผูกติดไว้กับาเลย"
ธีร์นิ่งฟังคำพูดที่แทงใจดำนั้นเงียบๆดวงตาคมกริบของเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดังเดิมชายหนุ่มไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ออกมาเขาทำเพียงแค่ปัดมือของอีวาน่าออกเบาๆ แล้วก้าวเดินจากไปตามโถงทางเดินที่ทอดยาวทิ้งให้คำถามและทางเลือกมากมายดังก้องอยู่ในใจของตนเอง