Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 20


    “คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณท่านจะทานอะไรก็สั่งเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ มื้อนี้ผมขออนุญาตเลี้ยงเองเพื่อตอบแทนคุณท่านที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้” แกนดาที่อยู่ข้างก็กล่าวเสริมมาว่า “ใช่คะ เชิญสั่งมาได้เลยคะ” นทีที่เห็นพ่อกับแม่เขาจ้องมองเมนูเหมือนจะเลือกไม่ได้ก็เอยขึ้นมา “เอาอะไรมาก็ได้ พวกเราไม่เรื่องหรอก” พิสุทธิ์กล่าวตอบแล้วหันไปสั่งพนักงาน “เอาของที่คิดว่าดีที่สุดมาสัก 7-8 อย่างก็แล้วกัน” พวกเขาทานอาหารกันไม่นานก็แล้วเสร็จ ในระหว่างการทานอาหารแกนดาก็คอยแนะนำเรื่องวิธีการบำรุงครรภ์ให้กับคุณแม่ของเขา ว่าแล้วก็พูดมาตั้งนาน พ่อของเขามีชื่อสมศักดิ์ ส่วนทางด้านแม่ของเขาชื่อกัญญา เมื่อทานอาหารเสร็จนทีที่อยากจะไปทำธุระให้เสร็จก็เอยเรื่องที่ติดใจมาก่อนหน้านี้ และบอกให้พ่อพาแม่ไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำก่อน เพราะเดี๋ยวจะต้องไปทำธุระต่อ “เหมือนพวกนายสองสามีภรรยามีอะไรอยากจะพูดนะ เห็นแล้วมันอึดอัด พูดๆมาได้แล้ว” อาการของทั้งสองมันแสดงออกมาอย่างชัดเจนมันเป็นอาการที่แบบว่าจะถามดีไมอะไรประมานนี้ “เออคือ...เรา..เรามีลูกสาวที่เป็นโรคโลหิตจางขั้นรุนแรง เธอไม่สามารถออกมาจากโรงพยาบาลได้เลยตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนนี้ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว ผมอยากจะขอร้องคุณท่านให้ช่วยลูกของเราด้วย” พิสุทธิ์ที่เอยออกมา พร้อมกับเสียงของภรรยาที่ดังเสริมออกมา “คุณท่านคะ แกนดาขอร้องเถอะนะคะ จะให้แลกกับวิญญาณแกนดาก็ยอมคะ” นทีก็เริ่มคิดๆว่าจะช่วยดีไม จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเลย แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้สุด เขายื่นเม็ดยาให้กับพิสุทธิ์พร้อมกับกล่าวว่า “เงิน 100 ล้านบาทพร้อมกับวิญญาณของเธอเมื่อเธอตายไปแล้ว” นทีที่ชี้ไปทางแกนดา พิสุทธิ์ก็หันไปมองที่ภรรยาของเขา แกนดาเองก็พยักหน้ากลับมา นทีจึงบอกเลขที่บัญชีของเขาและยื่นเม็ดยาให้ไป พวกเขาสองสามีภรรยาก็ดีใจกันยกใหญ่พร้อมกับกล่าวขอบคุณ เวลาผ่านไปจนเป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงแล้ว นทีจึงขับรถเข้าไปยังศูนย์รถโตเยต้าที่เดิมเพื่อออกรถให้กับพ่อแม่เขา นทียังใช้บริการคนขายคนเดิมและรับรถกระบะมาหนึ่งคัน และในวันนี้ก็เย็นมากแล้วนทีที่เป็นห่วงพ่อกับแม่เลยบอกให้มาพักกับเขาก่อนหนึ่งคืนพรุ่งนี้ค่อยกลับ ซึ่งพ่อกับแม่เองก็เห็นด้วยพ่อของเขาขับรถตามเขามายังที่คอนโดของเขา และเขาตัดสินใจที่จะไม่ไปทานข้าวข้างนอกคอนโดแล้ว อีกอย่างเขากลัวแม่ของเขาจะเหนื่อยมากจนเกินและอยากให้แม่ได้พักผ่อนมากกว่า เมื่อเขาขึ้นมาถึงยังห้องก็เจอกับหนึ่งสาวคนหนึ่งที่ยืนรอเขาอยู่ข้างหน้าห้อง ใช่แล้วนั่นคือแพรวา เธอจึงกล่าวออกทันที “นายหายไปไหนตั้งแต่เมื่อวาน ฉันเรียกนานตั้งนานนึกว่าอยู่ในห้องซะอีก” นทีก็ดูงงๆ ทำไมต้องมาเรียกเขาด้วยจึงเอยกลับไป “แล้วเธอมีอะไรละ หรือว่าเธอเป็นห่วงฉัน” นทีที่พูดออกไปอย่างเคยชิน แต่เขากลับลืมไปแล้วว่า วันนี้เขาพาพอแม่มาด้วย “โอ่ว..เจ้าลูกชายพูดอย่างนั้นได้อย่างไง แฟนแกเขามารอก็พูดให้มันดีๆหน่อยสิ” ผู้เป็นพ่อกล่าวออกมา และมีเสียงที่เสริมออกมาอีก “ใช่ๆลูก ว่าแต่จะไม่แนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักเลยหรือยังไงห๊ะ” “โถ่ว..พ่อกับแม่ก็เกินไป ปกติพ่อแม่บ้านอื่นจะบอกประมานว่าเรียนให้จบก่อนไมอะไรประมานนี้ไม่ใช่หรอ แล้วอีกอย่างเธอไม่ได้เป็นแฟนผม เราแค่รู้จักกันเธอพักอยู่ห้องข้างๆนี่เอง พ่อกับแม่ของเขาหรอ?.... “สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ หนูชื่อแพรวาค่ะ” พ่อกับแม่ที่ไม่ได้สนใจอะไรนทีมากนักก็เดินเขาไปแนะนำตัวเองกับแพรว่าทันที “พ่อชื่อศักดิ์นะลูก” “ส่วนแม่ชื่อญา เรียกแม่ญาก็ได้ ว่าแต่ลูกกินอะไรหรือยัง มาทานกับพวกเราก็ได้นะลูก” แพรวาที่ยืนงงๆอยู่ก็ตอบออกมาอย่างไม่ทันคิด “คะคุณน้า” ทางด้านกัญญาที่เห็นดังนั่นก็ทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวมาว่า “เรียกน้าได้ยังไง เรียกแม่สิลูก” แพรวาที่เริ่มจะหน้าแดงก็ก้มหน้าแล้วกล่าว “คะคุณแม่” “ดีมากลูก ดีเนอะพ่อ เหมือนได้มีลูกเพิ่มมาอีกคน” เธอกลุ้มมือของแพรวาแล้วหันไปพูดกับสามีของเธอ “ใช่แล้ว ... ว่าแต่แกนะเมื่อไหร่จะมาเปิดประตูสักทีเนี่ย” นทีที่ได้ยินก็ส่ายหัวแล้วถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็เดินไปเปิดประตูเพื่อที่จะเข้าห้อง แพรวากับครอบครัวเขาก็เดินเขามานั่งที่โซฟาที่แพรวาเคยนอนแล้วก็พูดคุยกันอย่างสนุนสนาน แตกต่างกับนทีที่ไม่ได้สนุกเลย เพราะทุกครั้งที่พวกเขาหยุดคุยก็จะมีเสียงของไม่พ่อก็แม่เขาดังขึ้น ‘เมื่อไหร่แกจะไปเอาน้ำมาให้ดื่มละ แฟนแกมาทั้งที’ หรือไม่ก็ ‘ทีลูกสั่งอาหารได้แล้ว ลูกสาวแม่หิวแล้วเห็นไม เร็ว’ ส่วนเขาก็ได้แต่พูดว่า ‘คร้าบบบๆๆ’ พ่อกับแม่อยากได้ลูกสาวตั้งแต่เขาเกิดแล้ว เขาก็เข้าใจและไม่ได้ว่าอะไรจึงปล่อยเลยตามเลย “ว่าแต่ลูกแพรวา ลูกโดนนทีแกล้งบ่อยหรือป่าว ถ้านทีแกล้งลูกๆโทรมาฟ้องแม่ได้เลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่กับพ่อจะชื้อโทรศัพท์ใหม่ ยังไงลูกก็เอาเบอร์โทรมานะ เดี๋ยวแม่โทรหาเอง” “ค่ะคุณแม่” เธอหันไปจดเบอร์โทรใส่กระดาษที่กัญญาใช้ให้ไปหยิบ เมื่อเธอจดเสร็จก็ยื่นให้กับแม่ใหม่ของเธอ และก็พูดคุยกันต่อจนอาหารก็มาส่ง พวกเขาทานอาหารเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกันมาก่อน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของทั้งนทีก็สุขใจ แล้วมันก็เวลานอนพวกเราก็แยกย้ายกันไปนอน พ่อแม่ของเขานอนอีกห้องหนึ่ง เพราะตอนที่เขาชื้อคอนโดนี้มามันมีถึง 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำเลยทีเดียว พ่อกับแม่ก็เข้าไปนอนตั้งแต่เวลา 22.00 น. ส่วนนทีก็ฝึกปราณต่อจนถึงเวลาเช้า