เหมือนว่าตอนนี้เขากำลังลบคำปรามาสของผมอยู่โดยการโทรไปบอกเลิกผู้หญิงพวกนั้นไปหลายคนและผลที่ออกมาก็คล้ายๆ กันคือโวยวาย เหวี่ยง วีน และตามมาด้วยคำถามว่า ‘ทำไม เพราะอะไร’ แต่พอรู้เื่การแต่งงานของเขาพวกเธอก็เปลี่ยนมาเป็ออดอ้อนขอแค่เจอขอแค่มาหากันบ้างทำตัวอย่างกับพวกเมียน้อยแต่พี่มันก็ไม่ได้สนใจจะตอบอะไรและเลือกที่จะตัดสาย
“โอเคยัง” เขาวางสายสุดท้ายแล้วหันมาถามผมที่นั่งข้างๆ
“ไม่รู้ หิว” ผมเฉไฉไปเรื่อยเื่ที่เขาจะเลิกหรือไม่เลิกกับใครผมตัดสินใจได้เหรอเขาต้องถามพี่สาวผมหรือเปล่า จะมาถามผมทำไม
ผมลุกขึ้นจับมือเขาออกจากเอวที่จับไว้แน่น เดินไปใส่รองเท้ารอที่หน้าห้องคุณพชรยกยิ้มมุมปากสายตามีประกายบางอย่างก่อนจะลุกเดินตามมา
วันนี้เราสองคนมากินข้าวที่ร้านเพื่อนของคุณพชรที่เปิดร้านใหม่ทีแรกก็เข้าใจว่าอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศจากรสมือของผมไปกินร้านอาหารแต่ที่ไหนได้เขากลับพามาร้านของเพื่อนที่เพิ่งเปิดเพราะถูกชวนให้มาลองรสชาติอาหารของที่ร้าน
ผมบอกตามตรงว่าร้านนี้บรรยากาศดีโคตรๆ เหมาะกับการนั่งชิลล์หลังเลิกงานมากๆโดยเฉพาะมุมนี่ที่ผมกับพี่เขากำลังนั่งอยู่ เป็ชานไม้มีระเบียงใกล้แม่น้ำอากาศก็เย็นกำลังดีอีกทั้งยังมีดนตรีจังหวะเบาๆ เหมาะกับการดื่มเบียร์เป็อย่างมาก
“อาหารพวกนี้กินได้หรือเปล่า” เขาถามเมื่อ
ผมมองอาหารบนโต๊ะที่เริ่มทยอยออกมาเรื่อยๆบางอย่างเป็อาหารรสจัดที่มคิดว่าถ้าเกิดกินไปจริงๆ คนที่ลิ้นบางแบบผมคงได้ปากพองแน่ส่วนอาหารที่รสชาติอ่อนไม่เผ็ดก็มีพวกปูนิ่มทอดกระเทียมหมึกผัดไข่เค็มที่พอจะกินได้ ส่วนเมนูเด็ดของร้านอย่างโป๊ะแตกทะเลหม้อไฟหรือผัดฉ่าเอ็นหอย ผมคงต้องงดไว้ก่อน
“รีบกินดีกว่าฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตกเลย” ร่างสูงบอก
ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามเย็นที่มีเมฆกลุ่มใหญ่ดำทะมึนลอยอยู่เหนือแม่น้ำแล้วรีบกินอาหารในจานของตนเองต้องบอกก่อนว่าอาหารที่นี่รสชาติไม่ได้แย่หรือว่าอร่อยขนาดที่ว่าต้องมากินสำหรับผมมันคือรสชาติธรรมดาทั่วไปพอกินได้เมื่อเทียบกับบรรยากาศของร้านทั้งดนตรีและเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาทำให้อาหารอร่อยขึ้นแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับราคานับได้ว่าเป็มิตรกับกระเป๋าเงินมากทีเดียว
“อร่อยไหม”
“พอกินได้ครับ” ผมตอบทั้งที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่
“กินแกงจืดไปแล้วกัน หรือว่าอยากชิมโป๊ะแตกไหม”
ผมส่ายหน้าต่อให้มันจะสีสันจัดจ้านน่ากินแค่ไหนผมก็จะไม่เอาลิ้นของตัวเองและกระเพาะกันแสนบอบบางของผมไปเสี่ยงเด็ดขาดเนื่องจากเมื่อตอนที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเห็นแม่บ้านจับกลุ่มกินส้มตำที่หลังบ้านก็นึกอยากกินด้วยคิดว่าสภาพท้องตัวเองจะเหมือนเดิมปรากฏว่าเมื่อกินเข้าไปนอกจากจะเผ็ดแสบท้องแล้วผมยังมีอาการอาหารเป็พิษเข้าโรงพยาบาลดังนั้นผมจะไม่เสี่ยงอาหารอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดอันตรายกับกระเพาะน้อยๆของตัวเอง
“อ้าว คุณพชรสวัสดีค่ะมากินข้าวเหรอคะ”
ขณะที่เรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ก็มีคนเข้ามาทักรู้สึกว่าจะเป็คนรู้จักของเขาผมที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยจึงได้แต่ยกมือไหว้ไปเนื่องจากมองแล้วว่าอีกคนคงอายุมากกว่าผมและคุณพชรก็ยกมือไหว้ด้วยเช่นกัน
“สวัสดีครับคุณรินลดา มากินข้าวเหมือนกันเหรอครับ”
“ค่ะ พาลูกค้ามาเลี้ยงไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักนะคะ” เธอพูดคุยอย่างเป็กันเองจนกระทั่งหันมาทางผม“นี่คือ?”
“ภรรยาผมเองครับภีมวัจน์”
“เอ๊ะ? ไม่ใช่หนูภัทรศยาหรือคะ” เธอถามอย่างใคร่รู้ผมก็ได้แต่ก้มหน้าเม้มปากไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปสอดเื่นี้ดีไหม
“อ๋อ เข้าใจผิดนิดหน่อยครับ” ร่างสูงตอบด้วยรอยยิ้มและแววตาจริงจัง“คนที่เป็ภรรยาของผมคือภีมวัจน์คนนี้ต่างหากครับ”
“อ่อ ค่ะๆดิฉันไม่รบกวนแล้วนะคะขอตัวค่ะ”
“ครับ”
เมื่อแขกแปลกหน้าจากไปแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราทั้งสองคนผมเอาแต่นั่งกินอาหารที่อยู่ตรงหน้า ส่วนคุณพชรรู้สึกว่าเขาจะไม่ได้กินแล้วหรือว่าเขาจะอิ่มแล้วนะ
เมื่อออกมาจากร้านอาหารใน่หัวค่ำสายฝนก็โปรยปรายลงมาใน่เวลาที่การจราจรติดขัดทำให้รถติดมากกว่าเดิมทำให้เราทั้งคู่ติดแหง็กอยู่บนถนนที่รถไม่มีท่าทีที่จะขยับไปข้างหน้า
“ฝนตกขนาดนี้รถติดนานแน่ๆ”
“อือ”
“เป็อะไร?” ร่างสูงหันมาถามด้วยความเป็ห่วง
“ดูทางข้างหน้าเถอะครับ”
“มีอะไรบอกผมได้นะ”เขาไม่เลิกเซ้าซี้ยังคงถามด้วยท่าทางที่เป็ห่วงอย่างเดิม
ผมพ่นลมหายใจออกมาเบาๆหันไปสบตากับคนข้างกายอย่างจริงจังและถอนหายใจอีกครั้ง
“ทำไมคุณถึงชอบบอกคนอื่นว่าผมเป็ภรรยาทั้งที่คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่”
“แล้วอยากให้ใช่หรือเปล่า” เขาถามกลับ
ผมเม้มปากหันมองข้างทางที่ถูกกั้นด้วยกระจกใสมีหยุดน้ำฝนเกาะอยู่คุณพชรเขาไม่รู้ตัวจริงๆหรือว่าพูดอะไรออกมาเขาเป็ผู้ชายไม่ใช่เหรอเขาจะมารู้สึกพิเศษในเชิงนั้นกับผมได้ยังไงกัน
“จะเป็แบบนั้นได้ยังไง” น้ำเสียงผมขมขื่นพอตัวแต่ก็เค้นมันออกมาจนได้“ถ้าคุณแค่แกล้งผมเล่นๆ ก็พอเถอะครับผมไม่สนุกด้วย”
“แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่จริงจังเราจะยังคิดว่าพี่แกล้งอีกไหม”
สรรพนามแทนตัวและโทนเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้ผมหันกลับไปสนใจอีกครั้งในขณะที่รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากแยกไฟแดงผมมองเสี้ยวหน้าของร่างสูงที่ตั้งใจขับรถด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อฟังประโยคนั้น
“ล้อเล่นแรงไปนะครับ จะเป็แบบนั้นได้ยังไงเดี๋ยวพี่ภัทรกลับมาพวกคุณทั้งสองคนก็ต้องเป็สามีภรรยากันอยู่ดี”
“พี่ไม่ได้ล้อเล่นจะตอนนี้หรืออนาคตภรรยาของพี่ก็คือภีมวัจน์คนเดียวเท่านั้น” คุณพชรตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณพชร” ผมเรียกคนข้างๆ เสียงแ่ผมไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกแบบไหนเพราะ
คุณพชรไม่มีทางเป็ของผมแต่เป็ของพี่ภัทรและถ้าพี่ภัทรกลับมาผมก็ต้องคืนทุกอย่างให้เขา
ในทางด้านของภัทรและแม่ของเธอหลังจากที่หนีมาอยู่ต่างจังหวัดชีวิตไฮโซของทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปสำหรับคุณสายใจที่มีพื้นเพเป็คนต่างหวัดที่บ้านทำไร่ทำนานั้นไม่เป็อุปสรรคแต่สำหรับภัทรที่เกิดมาบนกองเงินกองทองแค่จับจอบขุดดินยังยาก
“ขุดให้ดีๆ สิยัยภัทร ทำแบบนั้นเมื่อไหร่จะเสร็จ”ผู้เป็แม่ดุ
หมดแล้วคราบคุณนายผู้ดีเมืองกรุงเหลือแค่ป้าสายใจเ้าของสวนผักเล็กๆในตัวอำเภอ
สายใจเป็คนขยันเธอเรียนจบแค่ม.3 และเข้ามาทำงานที่กรุงเทพแต่ด้วยที่หน้าตาสะสวยเป็คนขยันซื่อสัตย์ เรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาทจึงถูกตาต้องใจเ้าสัวเ้าของโรงงานแต่ด้วยที่เ้าสัวก็อายุมากโขแล้วเขาจึงได้หมายมั่นปั้นมือให้สายใจกับลูกชายได้แต่งงานกันแล้วก็เป็ดังคิดสายใจได้แต่งงานกับคุณชายลูกเ้าสัวโรงงานอยู่กินกันมาหลายปีจนในที่สุดสายใจก็ตั้งท้องให้แก่คุณชาย
สายใจใช้ชีวิตสุขสบายที่เมืองกรุงและเข้าร่วมสังคมไฮโซแต่เธอไม่เคยลืมกำพืดตัวเองเธอส่งเงินมาช่วยพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดทำการเกษตรตลอดจนทั้งสองคนถึงแก่กรรม บ้านต่างจังหวัดจึงถูกปิดไว้และได้เปิดใช้งานอีกครั้งก็ตอนที่เธอกับลูกสาวย้ายมาอยู่ตอนนี้
สายใจเลือกที่จะส่งภีมให้อยู่กับพชรเพราะคิดว่าคนอย่างพชรน่าจะดูแลลูกชายของเธอได้อย่างไรเสียก็เป็ผู้ชายเหมือนกันส่วนภัทรศยาลูกสาวฝาแฝดอีกคนเธอนั้นตั้งใจจะให้แต่งงานกับเ้าของสวนยางพาราทางภาคอีสานแต่ก็ผิดคาดเมื่อทางฝ่ายนั้นทราบข่าวเื่แต่งงานของลูกสาวเธอแล้วขอยกเลิกการหมั้นหมายทั้งหมด ทำให้ทั้งเธอและลูกสาวต้องมาปลูกผักขายอยู่บ้านนอก
“แม่ภัทรอยากกลับกรุงเทพฯ อะ”หญิงสาวเขวี้ยงด้ามเสียมในมือลงพื้นอย่างหงุดหงิด ก็แน่ล่ะสิแดดร้อนก็ร้อนแบบนี้ผิวที่เธออุตส่าห์ถนอมมาได้พังกันหมดพอดี
“แกจะกลับไปทำไมอยู่นี่ก็ดีไม่ใช่หรือไง”
“ดี?!นี่คุณแม่เรียกว่าดีเหรอคะ แดดก็ร้อน มองไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งนากับควาย” ภัทรศยากลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ“ภัทรจะกลับไปทำหน้าที่ภรรยาของคุณพชรแล้วก็ให้ภีมมาอยู่คุณแม่”
“แกจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ”
“ที่แม่บอกว่ารักภัทรแม่โกหกใช่ไหมความจริงแม่รักตาภีมมากกว่า ถึงว่าทำไมให้สลับตัวเ้าสาว ตาภีมอยู่สุขสบายกับคุณพชรส่วนภัทรก็เป็อีบ้านนอกน่ะเหรอคะ” ภัทรถามผู้เป็แม่ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ภัทร”
“ไม่รู้ล่ะภัทรจะไปกรุงเทพฯ”