“ที่แท้…ก็เป็คุณหนูอัปลักษณ์นี่เอง”
“หากข้าอัปลักษณ์แล้วพวกเ้าจะเรียกว่าอย่างไรเล่า”
“รูปงามอย่างแน่นอน”
“หึ! หากพวกเ้ารูปงามเกรงว่าเหล่าเซียนสตรีคงพร้อมใจเข้าสู่ดินแดนนิพพานกันเสียหมด”
“หมายความว่าอย่างไร”ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจ ก่อนที่จะหันไปมองชายฉกรรจ์อีกคน
“อย่าได้สนใจคำพูดของข้าเลยมาสนใจความ้าของเ้า ที่ขัดแย้งกับความ้าของข้าเสียดีกว่า ข้าจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้พวกเ้ามาระรานน้องสาวของข้า”
“ต้าเจียเหตุใดท่านถึงได้กล่าวเช่นนั้นเ้าคะ”ลั่วฟูหรงเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ใเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ลั่วซูฮวากล่าว
“เื่นี้ข้าจะเป็คนจัดการเองเ้าอยู่เฉยๆเถิด”ลั่วซูฮวาตอบกลับไปพลางเหลือบไปมองทหารทั้งสามคน“ส่วนพวกเ้าทั้งสามคนช่างเป็ทหารที่ไร้ประโยชน์เสียจริง หมาเห่าอากาศแค่เพียงสองตัวเหตุใดจึงกำจัดพวกมันไม่ได้จะให้ชื่อเสียงสกุลลั่วต้องป่นปี้เพราะพวกเ้าทั้งสามคนอย่างนั้นหรือ!”
“ขออภัยขอรับคุณหนูใหญ่”
“ต้าเจียอย่าได้กล่าวโทษทหารทั้งสามคนเลยเ้าค่ะ เป็ข้าเองที่ห้ามปรามทหารทั้งสามคนนี้เพราะข้าเกรงว่าชาวบ้านจะติฉินนินทาเอาได้ ว่าทหารสังกัดแม่ทัพลั่ววางอำนาจ รังแกคนยากไร้”
“รังแกคนอยากไร้ภายนอกอาจจะเป็เช่นนั้น แต่ในหัวมันไม่ใช่ เ้าห้ามปรามทหารทั้งสามคนนี้แต่เ้าปล่อยให้น้องของเราโต้เถียงกับคนพวกนี้ มันสมควรแล้วหรือ ลั่วฟูหรง”
“ข้าขออภัยเ้าคะต้าเจีย”
“ลั่วฟูหรงสถานการณ์เช่นนี้เ้ารู้อยู่แก่ใจว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นในเมื่อรับมือด้วยมือเปล่าได้ ก็จงใช้อาวุธที่เ้าถือครองอยู่ข้ารู้ว่าเ้าเกรงว่าเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ จะเสื่อมเสียไปถึงสกุลลั่วเสื่อมเสียไปถึงท่านพ่อ แต่วิธีการเอาน้ำเข้าลูบ มันใช้ได้สำหรับคนบางประเภทเท่านั้นแต่คนประเภทที่มีกำลังได้เพราะในสมองมีหญ้าฟาง มันไม่จำเป็”
“รับทราบเ้าค่ะต้าเจีย รับรองว่าครั้งหน้าข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
“ไม่มีครั้งหน้า”
‘เพราะฉันจะกำจัดให้สิ้นซาก’
“สิ่งที่เ้ากล่าวเมื่อครู่หมายความว่าอะไร”เสียงของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งดังขึ้นมา ก่อนที่ลั่วซูฮวาจะหันไปมอง
“จะต้องให้ข้าพูดอีกสักกี่ครั้งว่าอย่าได้สนใจถึงคำพูดของข้า มาสนใจเื่ที่เราคุยกันเมื่อครู่เสียดีกว่าข้าควรจะทำเช่นไร เพื่อไม่ให้พวกเ้ามาระรานน้องสาวของข้า”
“ไม่คาดคิดว่าคุณหนูลั่วซูฮวาจะพูดตรงไปตรงมาเสียขนาดนี้”
“หากไม่พูดตรงไปตรงมาเกรงว่าจะต้องอธิบายเป็ร้อยปี”
“แลกกับเหล่าน้องสาวผู้งดงามของท่านเช่นนั้น…ข้าเองก็อยากจะยลโฉมความอัปลักษณ์ของท่านเช่นกัน”
“แลกกับการยลโฉมข้าเกรงว่าจะไม่ได้ พูดไปก็เปล่าประโยชน์ มาสนใจคำพูดของข้าดีกว่าประลองการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธ หากข้าแพ้ข้าจะยกน้องสาวของข้าให้พวกเ้า และปลดผ้าคลุมหน้าผืนนี้ให้เ้ายลโฉมแต่ถ้าหากพวกเ้าแพ้ข้าจะส่งพวกเ้าแก่ทางการ และสลักคำว่า ‘คนชั่ว’ ลงบนหน้าผากของเ้า ประจานให้คนทั้งเมืองได้รับรู้”
“ตกลง”ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนยิ้มกริ่มพลางมองลั่วซูฮวาที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างเตรียมตัว เพื่อประลองการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธ
“ชายฉกรรจ์ตัวโตสองคนกับเสี่ยวกูเหนียงผู้บอบบาง ไท่จื่อ ท่านจะไม่เข้าไปช่วยนางหน่อยหรือ”
“เดิมทีข้าเองก็อยากจะเข้าไปช่วยนางแต่เมื่อนางพูดมาถึงขนาดนี้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนคงไม่คณามือนางหรอก”หลี่เจิ้งกอดอกพลางยืนมองการประลองการต่อสู้ของลั่วซูฮวา และชายฉกรรจ์ทั้งสอง ที่ผ่านไปเพียงแค่อึดใจเดียวทุกอย่างก็จบลง
“ไม่ได้ใช้อาวุธแต่ใช้เครื่องมือรักษาคน”ลั่วซูฮวามองชายฉกรรจ์ทั้งสองคน ที่นอนสลบราบไปกับพื้นหลังจากที่เธอใช้เข็มยาสลบ ฝังลงบนท้ายทอยของชายฉกรรจ์ทั้งสองคน
“ฝีมือของท่านช่างร้ายกาจนัก”ลั่วไป๋หลงและลั่วไป๋หลานเอ่ยขึ้นมาพลางพยักหน้าเบาๆและปรบมือให้แก่ลั่วซูฮวา จนทำให้ผู้คนมากมายที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างปรบมือชื่นชมนางเช่นกัน
“เสี่ยวซื่อเอามีดสั้นมาให้ข้า”
“ท่านจะเอาไปทำอะไร”
“สลักคำว่า ‘คนชั่ว’ ลงบนหน้าผากของพวกเขา”
“ต้าเจีย!”ลั่วฟูหรงเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดแขนพี่สาวของตัวเอง“ข้าเกรงว่ามันจะไม่ใช่เื่ดีนะเ้าคะ”
“แต่ข้ากับพวกเขาตกลงกันไว้แล้วข้าคือลั่วซูฮวา ไม่มีทางผิดคำพูดหรอก เสี่ยวซื่อ เอามีดสั้นมาให้ข้า”
“เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับต้าเจียนี่เ้าค่ะ มีดสั้นที่ท่าน้า”ลั่วไป๋หลานคว้ามีดสั้นที่อยู่ในมือของลั่วไป๋หลงแล้วยื่นให้แก่ลั่วซูฮวา
“ท่าทางพวกเ้าจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของข้าที่ได้ตกลงไว้กับพวกเขาสินะแต่เมื่อตรองดูอีกที ข้าก็เห็นด้วยกับพวกเ้า”
“แต่ข้ากับลั่วไป๋หลงเห็นด้วยกับท่านต้าเจีย”
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเสียหน่อย”
“แต่ข้ารู้ว่าเ้าแอบคิด”
“ชายฉกรรจ์สองคนนี้มีความโง่และความบ้ารวมอยู่ในตัวพูดไปก็เปล่าประโยชน์ ข้าจึงเลือกที่จะใช้กำลัง หากสลักคำลงบนหน้าผากอาจจะทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง ถ้าเช่นนั้น…”ลั่วซูฮวาเดินเข้าไปภายในร้านแห่งหนึ่งนางใช้พู่กันจุ่มหมึกแล้วจรดเขียนลงบนกระดาษทั้งสองแผ่นก่อนที่จะหยิบกระดาษทั้งสองแผ่นแปะลงบนหน้าผากชายฉกรรจ์ทั้งสองคน
“เป็วิธีที่ดีที่สุดเ้าค่ะต้าเจีย”
“ข้าเห็นแก่เ้าที่ดูแลน้องๆแทนข้าเอ้อร์เม่ย”ลั่วซูฮวาลูบไหล่ของลั่วฟูหรงเบาๆ “ทหาร!พาชายฉกรรจ์ทั้งสองคนไปส่งแก่ทางการ”
“ขอรับคุณหนูใหญ่”เหล่าทหารทั้งสองคนขานรับ ก่อนที่จะลากตัวชายฉกรรจ์ทั้งสองคนส่งแก่ทางการเมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพทั้งห้าพี่น้องจึงเดินทางกลับจวนสกุลลั่วโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนมากมายที่จ้องมองมา
“ลั่วซูฮวานางนี่แหละเหมาะสมกับตำแหน่งไท่จื่อเฟยมากที่สุด ข้าไม่สนหรอกว่าหน้าตาของนางจะเป็เช่นไรพ่อบ้านเหลียง เ้ารู้หรือเปล่าว่าปีนี้นางอายุเท่าไหร่”
“คุณหนูลั่วซูฮวาปีนี้นางอายุสิบแปดปีพ่ะย่ะค่ะ”
“สิบแปดปีถ้าเช่นนั้นนางก็อาจจะเป็หนึ่งในสตรีผู้ถูกเลือก อย่างไรเสียแม่ทัพลั่วจื่อก็เป็สหายคนสนิทของหวงตี้พี่สาวของเขาก็เป็ป้าสะใภ้ของข้า”
“เกรงว่า…คงจะไม่เป็ดั่งที่ท่านคิด”
“ทำไม”
“คุณหนูลั่วซูฮวารักความสงบเร้นกายอยู่ในจวนสกุลลั่ว ออกมานอกจวนแทบจะนับครั้งได้แม่ทัพลั่วรักบุตรสาวคนโตและให้ความอิสระแก่นาง เกรงว่า…นางคงไม่อยู่ในรายชื่อของสตรีทั้งยี่สิบห้าคน”
“จากท่าทางของนางอาจจะเป็ดั่งที่เ้าว่า”
“ถ้าเช่นนั้นท่านจะทำอย่างไร”
“ข้าน่ะหรือ ข้าจะไปติดสินบนกับย้งจี”เมื่อได้ให้คำตอบแก่พ่อบ้านเหลียงหลี่เจิ้งจึงเดินออกไปทันที
“ไท่จื่อ!”พ่อบ้านเหลียงชะงักขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของหลี่เจิ้ง ก่อนที่จะเดินตามเขาออกไป
“ฮวาเอ๋อร์ได้พบไท่จื่อหลี่เจิ้งอย่างนั้นหรือเ้าคะ”จางฟูเหรินละจากการปักผ้าที่อยู่ในมือของนางทันทีก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองสามี
“ใช่ข้าได้ยินคนของย้งจีกล่าว ว่ากันว่าไท่จื่อได้พบฮวาเอ๋อร์ที่หน้าหอคณิกาท่าทางเขาจะสนใจนางมากทีเดียว จน…”
“อะไรหรือเ้าคะ”
“จนเขาต้องมาขอติดสินบนกับย้งจียกให้ลั่วซูฮวาเป็ไท่จื่อเฟย”
“ไท่จื่อทราบหรือเ้าคะว่าในบรรดาสตรีผู้ถูกเลือกทั้งยี่สิบห้าคน มีรายชื่อของลั่วซูฮวาอยู่ด้วย”
“ไม่รู้เขาแค่้าติดสินบนเพื่อให้ลั่วซูฮวาเป็ไท่จื่อเฟย”
“เป็เื่ที่ดีแต่ในทางกลับกัน หากลั่วซูฮวารับรู้ถึงเื่นี้ นางจะยินยอมหรือเ้าคะ”
“คนอย่างลั่วซูฮวาไม่มีทางที่จะยินยอมอย่างแน่นอน”
____________________________________________________________________
[14] เสี่ยวกูเหนียง (小姑娘) แปลว่าแม่นางน้อย
[15] กงจื่อ (公子) แปลว่า คุณชาย