ตอนที่ 5 สำนักโลหิตั 1
"พลังของดอกแสงจันทร์นี้มากนักข้าดูดซับพลังทั้งหมดโดยตรงแต่ก็ยังมีกลิ่นอายของมันหลงเหลืออยู่" หลังจากทะลวงขั้นหลินเฟยรู้สึกว่ายังมีพลังฟ้าดินที่เกิดจากดอกแสงจันทร์หลงเหลืออยู่เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาบ่มเพาะพลังต่อไป
หลายชั่วยามผ่านไปยามเช้ามาเยือนระดับพลังตบะของหลินเฟยก็ก้าวล้ำขึ้นไปอีกตอนนี้พลังตบะของเขาสูงถึงปราณกำเนิดขั้นสองแล้วถือว่ายังอยู่ในขั้นต่ำเมื่อข้ามผ่านขั้นสามไปจึงจะเป็่กลางระดับต่ำ แต่เพียงแค่ขั้นสองของขั้นพลังปราณกำเนิดก็นับได้ว่าแข็งแกร่งกว่าขั้นผู้ฝึกตนอย่างมาก
"เท่านี้ก็คงเพียงพอ!"
หลินเฟยจำกัดขั้นพลังตนเองไว้ที่ผู้ฝึกตนขั้นห้าเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัยทั้งหลายแหล่หากจะสังเกตตอนนี้ผิวขาวที่ซีดของเขากลับมามีน้ำมีนวลเรียบเนียนราวกับหยก
ดวงตาสีดำได้เปลี่ยนเป็สีแดงเพลิงั้แ่รับมรดกัจากอาจารย์แม้จะยังดูผอมแต่กล้ามเนื้อภายในแข็งแกร่งด้วยมีสายเืัอันสูงศักดิ์
ผมยังคงเป็สีดำสนิทต่างตรงที่ยาวขึ้นหลายนิ้วใบหน้าหล่อเหลาดูสง่างามต่างจากก่อนรับมรดกัอย่างมากเพียงแค่กลิ่นอายรอบๆตัวก็ดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก
ณ ที่ตั้งตระกูลเจียน
"คารวะผู้าุโห้า!" อี้ฟู่ก้มหัวคารวะอย่างนอบน้อม
"อี้ฟู่หวังว่าเ้ามาหาข้าวันนี้จะรู้อะไรมาบ้างนะ" เจียนเหินมองลูกน้องของมันด้วยสายตาเยียบเย็น
"หลังจากที่ข้าน้อยได้ไปสืบหาความจริงเกี่ยวกับตระกูลหลินนั้นพบว่าไม่มีผู้ใดยื่นมาเข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด เพียงแต่ก่อนหน้าที่หลินกวงเย่ว์จะนำผลึกอสูรมามอบให้กับทางสำนัก
สองวันก่อนหน้านั้นที่โรงประมูลประจำเมืองทิวารุ่งได้มีการประมูลดอกแสงจันทร์ถึงสี่ดอกเป็ไปได้มากกว่าเจ็ดส่วนว่าผู้ลงประมูลเป็หลินกวงเย่ว์ขอรับ..."
"บัดซบ!"
เจียนเหินหน้าดำคร่ำเครียดมันลงทุนลอบวางยาสมุนไพรของตระกูลหลินหากทางสำนักจับได้แม้แต่ตำแหน่งผู้าุโที่ห้าของมันก็ยากจะรักษาไว้ได้
"หึ! หากเป็เช่นนั้นข้าจะปล่อยเ้าไปชั่วคราวก่อนกวงเย่ว์แต่ลูกของเ้าเป็เพียงศิษย์สายนอกอีกไม่นานงานคัดเลือกนั่นก็จะมาถึงขยะเช่นนั้นหากเกิดอุบัติเหตุตกตายไปใครเล่าจะสนใจ..." ประกายตาของมันปรากฎจิตสังหารอันน่าขนลุกออกมาทำให้อี้ฟู่ลูกน้องของมันถึงกับเสียวสันหลัง
ทางด้านหลินเฟยหลังจากล่ำลาบิดาเรียบร้อยจึงออกเดินทางกลับสำนักโลหิตัด้วยความเร็วของวิชาตัวเบาของเขานั้นไม่ถึงสองชั่วยามก็มองเห็นประตูสำนักขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้า
สำนักโลหิตัเป็สำนักขนาดใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดในตะวันออกเป็สำนักที่มีความเกี่ยวพันกับราชวงศ์ฟ้าคำรนที่ปกครองแผ่นดินตะวันออกอย่างลึกล้ำ
สำนักโลหิตัมีสำนักสาขาย่อยนับร้อยสาขาสำนักที่หลินเฟยอยู่นี้คือสาขาหลักมันจึงยิ่งใหญ่กว้างขวางมีกำแพงเมืองขนาดใหญ่ล้อมรอบราวกับพระราชวัง สิ่งปลูกสร้างภายในมีมากมายหากไม่มีป้ายชื่อสำนักบอกอาจจะคิดว่าเป็เมืองขนาดใหญ่เมืองนึงเลยทีเดียว
"มาถึงแล้ว" หลินเฟยหยิบตราสำนักที่เขียนว่า'นอก'ออกมาเพื่อยืนยันว่าตนเป็ศิษย์ของสำนักโลหิตัเป็เื่ปกติที่จะพบคนไม่คุ้นหน้าคุ้นตาบรรดาศิษย์ในสำนักสาขาหลักแห่งนี้มีมากกว่าแสนคนจะให้จำหน้าคนทั้งหมดได้คงเป็เื่ที่หนักหนาเอาการอยู่
"นั่นเ้าลูกเต่าหลินเฟยนิ! ว่าไงเ้าลูกเต่าหนีไปทำภารกิจที่ไหนมาคราวนี้" เสียงของหนึ่งในกลุ่มศิษย์ในชุดสีเหลืองอันเป็สัญลักษ์ของลูกศิษย์สายนอกพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้าย
".."
หลินเฟยไม่ได้สนใจมันมากนักเขาเดินผ่านมันไปด้วยใบหน้าเฉยชาก่อนหน้านี้ใน่ที่เขาไร้การพัฒนานอกจากการอ่านตำราและศึกษาพืชสมุนไพรหลินเฟยจะรับภารกิจออกจากสำนักตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงตัวก่อกวนพวกนี้
"ฮึ่ม! หลินเฟย! หยุดให้บิดาเดี๋ยวนี้!" หลังจากเห็นว่าหลินเฟยเดินผ่านมันไปมันจึงโมโหอย่างมาก
"ให้ข้าจัดการมันเองลูกพี่ 'ต้าชิน' ฮี่ๆ..." หนึ่งในลูกน้องของมันผู้มีฟันหน้ายื่นยาวผอมกระหร่องะโป้าปวิ่งไปดักหน้าหลินเฟยไว้ทันที
"ไอ้เ้าเหยินมันจะเอาหน้าจากลูกพี่คนเดียวพวกเราไปด้วย!.." เด็กหนุ่มตัวใหญ่อีกสองคนรีบวิ่งไปเสริมเ้าเหยินที่ยืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่หน้าหลินเฟยทันที
"มีอะไร?" หลินเฟยพูดออกมาเบาๆ สายตาไม่แม้แต่จะมองทั้งสามราวกับไม่อยากเหลือบแล
"พวกเ้าเอาเืหัวมันออกมาให้ข้า!" ต้าชินะโลั่น
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันถึงทำอะไรโดยที่ไม่คิดให้มากความสำนักโลหิตัมีลูกศิษย์มากมายแน่นอนว่าการดูแลย้อมไม่ถ้วนทั่วอีกทั้งสำนักยังชื่มชมผู้แข็งแกร่ง
การวิวาทของลูกศิษย์จึงไม่มีความหมายมากมายอันใดหากไม่ถึงกับเสียชีวิตยิ่งชีวิตนั้นเป็ของศิษย์สายนอกผู้หนึ่งย่อมไม่มีค่าพอให้สำนักต้องเหลือบแล
โลกที่ผู้มีพลังเป็จ้าวผู้ที่ไร้พลังเพียงทำได้แค่โทษต่อโชคชะตาของตนเอง!
'ย้าก!'
สามหนุ่มสามมุมพุ่งเข้าใส่หลินเฟยพร้อมกันลูกศิษย์ที่ไม่เกี่ยวข้องคนอื่นได้แต่ทำหน้าทอดถอนใจพวกมันทำได้แค่เพียงสงสารแต่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ต้าชินเป็หนึ่งในหลายคนที่มีชื่อเสียงเื่ความอันธพาลแม้ตบะมันจะไม่สูงนักแต่อิทธิพลเื้ัมันต่างหากที่ไม่อาจดูแคลน
'ตุบ! ตุบ! ตุบ!'
"อะไรกัน!"
ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วทั้งแขนของเ้าเหยินมันทำหน้าใเพื่อนมันอีกสองคนก็เช่นกันตอนนี้หมัดของพวกมันหยุดอยู่ที่บนตัวของหลินเฟยหมัดของพวกมันที่ใส่พลังลมปราณของผู้ฝึกตนขั้นห้าเข้าไปเหมือนชกใส่กำแพงเหล็กที่ไม่อาจพังทลายลงได้
"พวกเ้ามีแรงแค่นี้?" หลินเฟยยิ้มออกมาเป็ครั้งแรกแต่พวกมันทั้งสามคนกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเป็รอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของพวกมันเลย
'โอ้ยๆๆ!'
เสียงพวกมันสามคนกระเด็นออกไปรอบทิศทางเพียงแค่หลินเฟยสะบัดมือเท่านั้นเขามองพวกมันอย่างเ็าก่อนจะเดินไปโดยไม่สนใจต้าชินที่อ้าปากค้างอยู่ด้านหลังหลินเฟยไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพวกมันหากเขาคิดจะทำพวกมันคงไม่จบเพียงแค่เจ็บเล็กน้อยแบบนี้
"เป็ไปไม่ได้ ...เ้าลูกเต่านั่นอยู่ขั้นห้าแล้วได้ยังไงกัน?"
ต้าชินมองแผ่นหลังของหลินเฟยที่เดินไกลออกไปพึมพำออกมาสองปีที่ผ่านมาต้าชินผู้นี้เป็หนึ่งในผู้ที่ชอบกลั่นแกล้งหลินเฟยอย่างมากเพราะมันเคยอิจฉาในพร์ของเขามาก่อน
แต่เมื่อสองปีที่แล้วอยู่ตบะของหลินเฟยก็หยุดการพัฒนาเมื่อมันแซงหน้าเขาได้จึงพยามกลั่นแกล้งเขาตลอดมาหลินเฟยสร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาลูกศิษย์ที่อยู่บริเวณนั้นพวกมันไม่คิดว่าหลินเฟยจะเอาชนะพวกของต้าชินได้เพียงแค่สะบัดมือเท่านั้น
หลังจากจัดการพวกลูกน้องของต้าชินหลินเฟยก็เดินไปที่ตำหนักภารกิจตำหนักภารกิจนี้เป็ตำหนักภารกิจของศิษย์สายนอกศิษย์สายนอกและศิษย์สายในแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน
ศิษย์สายในจะอยู่ภายในตัวสำนักใหญ่ตัวตำหนักสำนักใหญ่จะมีกำแพงเมืองล้อมรอบอีกทีทั้งยังมีบ้านพักเป็ของตัวเองไม่ต้องนอนรวมกันเช่นศิษย์สายนอกภายในกำแพงชั้นที่สองนี้เอง
ที่ศิษย์สายนอกล้วนใฝ่ฝันถึงหลินเฟยส่งภารกิจที่ทำเสร็จก็รับของรางวัลและจากไปเขาไม่ได้รับภารกิจใดเพิ่มอีกเพราะเขาต้องเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง
หลินเฟยเดินกลับที่พักของเขามันเป็เรือนยาวมีห้องนับร้อยห้องวนเป็รูปสี่เหลี่ยมเว้นตรงกลางทำเป็ลานกว้างขนาดใหญ่เพื่อให้เหล่าศิษย์ได้ฝึกตนที่พักของศิษย์สายนอกนี้มีประมาณหนึ่งพันแห่งและทุกที่จะเหมือนกันถึงแม้จะมีห้องเป็ของตนเองแต่ก็ไม่ได้มีความสะดวกสบายเหมือนบ้านพักส่วนตัวของเหล่าลูกศิษย์สายใน
"พี่หลินเฟย" น้ำเสียงเล็กใสร้องเรียกหลินเฟยทันทีที่เขาเดินเข้ามาภายในเขตที่พัก
"เสี่ยวหลิน" หลินเฟยยิ้มกว้างหญิงสาวผมยาวผิวขาวตัวเล็กตาโตคนนี้คือ'หยูเสี่ยวหลิน' หญิงสาวอายุสิบห้าปีผู้น่ารักคนนี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ดีกับหลินเฟยในสองปีที่ผ่านมาเสี่ยวหลินวิ่งเข้ามาหาหลินเฟยพร้อมกับะโกอดเขาทันที
"อื้ออ! เสี่ยวหลินเธอไม่ใช่เด็กแล้วนะมากอดพี่แบบนี้คนอื่นคงอยากฆ่าพี่ทิ้งแน่ๆ" หลินเฟยดันเสี่ยวหลินออกจากตัวเขาตอนนี้เขารู้สึกถึงจิตสังหารจำนวนมากจากลูกศิษย์ผู้ชายบริเวณนั้นทำเอาหลินเฟยอดขนลุกไม่ได้ได้แต่ยิ้มแหยๆออกมา
"ฮิฮิ ไม่เห็นเป็ไรเลยก็พี่หลินเฟยเป็เหมือนพี่ชายของข้านี่นา" เสี่ยวหลินยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา
"เอ๊ะ! พี่หลินเฟยพลังตบะของพี่!" เสี่ยวหลินใทำตาโตเมื่อเห็นว่าตบะของหลินเฟยมีการพัฒนา หลินเฟยไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น
"แล้วเ้าอ้วนไปไหน?" หลินเฟยถามหาสหายอีกหนึ่งคนของเขาที่มักจะตัวติดกับเสี่ยวหลิน
"ไม่รู้ค่ะเห็นตอนเช้าเ้าอ้วนนั่นรีบไปไหนไม่รู้แต่เช้า" เสี่ยวหลินส่ายหัวพร้อมกับอธิบายด้วยท่าทางน่ารักๆของเธอ
"เสี่ยวหลินๆ แย่แล้วๆ!" เสียงกระหืดกระหอบของหญิงสาวผู้มาใหม่ร้องะโขึ้นเธอคือเพื่อนข้างห้องของเสี่ยวหลินนั่นเอง
"เกิดอะไรขึ้นหรอพี่ยู่เจียง" เสี่ยวหลินกับหลินเฟยเอียงคอมองด้วยความสงสัยหลังจากที่ยู่เจียงักหายใจสักครู่เธอจึงพูดขึ้น
"เ้าอ้วน! เ้าอ้วนแย่แล้ว!"
.
.
.