คราวนี้เสี่ยวเทียน ยกกระบี่สายฟ้าอัสนีขึ้นมา แล้วชี้ไปที่กระบี่ยักษ์ทันที
เปรี้ยง ๆ !! มันส่งเสียงร้องออกมาเสียงหลง แล้วให้เจ้ายักษ์ซามาน พุ่งเข้ามาหาเสี่ยวเทียน แล้วใช้กระบี่ยักษ์ฟาดใส่ แต่เสี่ยวเทียหลบแล้วใช้กระบี่อัดพลังอัสนีจี้เข้าใส่ เจ้ากระบี่อีก เปรี้ยง ! อ๊ากกกกก !! เจ้ากระบี่ร้องออกมาเสียงดังลั่น คนที่เฝ้าดูอยู่ ต่างสงสัยว่าเสี่ยวเทียนทำอะไรกันแน่ ทำไมโจมตีกระบี่ แล้วเจ้าซามาน จะร้องโอดโอยทำไม จนกระทั่งสายฟ้าฟาดไปเป็นครั้งที่สามกระบี่หลุดมือ
ร่างของซามาน ถึงกับหยุดนิ่ง เสี่ยวเทียนเข้าไปเหยียบกระบี่ และจะส่งฟ้าผ่าใส่มันอีกรอบ มันรีบร้องออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ ยอมแล้ว ข้ายอมแพ้แล้ว” เสี่ยวเทียนจับเจ้ากระบี่ขึ้นมา มันพยายามบังคับจิตเสี่ยวเทียนอีก แต่มันหารู้ไม่ ว่าจิตของเสี่ยวเทียนนั้นแข็งแกร่งกว่ามันหลายร้อยเท่าสุดท้าย ถูกเสี่ยวเทียนขังเอาไว้ ในทะเลจิต ไม่สามารถออกมาได้อีก
“ รอให้ข้าจัดการเรื่องทางนี้ก่อน ค่อยจัดการกับเจ้าต่อ” เสี่ยวเทียนเก็บกระบี่เข้าไปในมิติส่วนตัว ส่วนเจ้ากระบี่ถึงกับหมดแรง ไม่รู้ต่อเลยว่าเสี่ยวเทียนจะทำอะไรกับมันกันแน่ ส่วนซามานบัดนี้เริ่มรู้สึกตัวแล้ว ก็ตกใจไม่รู้ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จึงรีบหนีออกไปจากสนามประลองอย่างรวดเร็ว สร้างความสงสัยให้กับทุกคนยิ่งนัก
“ ใครคิดจะต่องสู้กับเฉินเสี่ยวเทียนอีกไหม?” เสียงโฆษกประกาศแล้วมองหน้าคนที่เหลือ บัดนี้ไม่มีใครกล้าสู้แล้ว ส่วนรัชทายาทลู่ต้าคง ก็หายไปแล้วด้วย
“ ถ้าไม่มีข้าขอประกาศว่า เฉินเสี่ยวเทียนเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ และจะได้อภิเษกสมรสกับ เจ้าหญิงลาน่า เป็นราชบุตรเขยของราชาเมืองทรอย ของเรา”
ราชากับราชินี มองหน้าลูกสาวที่บัดนี้หน้าแดงถึงหน้าผากเดินหนีเข้าไปในพระราชวังแล้ว เสี่ยวเทียนเข้ามาคำนับองค์ราชากับราชินี
“ ต่อไปก็เป็นญาติกันแล้ว ไม่ต้องมากพิธี เย็นนี้ ข้าจะเลี้ยงฉลองต้อนรับราชบุตรเขย พวกเจ้าไปจัดเตรียมงานในครั้งนี้ด้วย” ราชาเมืองทรอยสั่งขุนนางคนสนิทให้ไปจัดการตามที่สั่งทันที
เสี่ยวเทียนทีแรกจะขอของขวัญวันแต่งงาน แต่ว่ามันน่าเกลียดเลยต้องรอไปก่อน ราชาให้เสี่ยวเทียนไปพักที่วังหลวงก่อน แล้วค่อยกำหนดวันพิธีแต่งงานโดยเร็วที่สุด เสี่ยวเทียน จึงต้องกลับเข้าวังเมืองทรอยไปก่อน
พอเข้ามาในที่พัก เสี่ยวเทียนก็เรียกเจ้ากระบี่ออกมา
“ เจ้าเป็นใคร แล้วเข้ามาแดนมนุษย์มีจุดประสงค์อะไร”
“ ข้าชื่อ อี้เจียน เป็นเผ่าพันธุ์กระบี่ อยู่ที่ดาวนภากาศ พวกเราเป็นเกิดมาก็คืออาวุธ ดังนั้น สหพันธรัฐแห่งดาวนภากาศ จึงบุกเข้ามาจับตัวพวกเราไปจนหมด แล้วให้พวกเราคุมหุ่นเชิด ที่พวกมันสร้างขึ้นมา โดยตระเวนไปทั่วทุกอาณาจักรเพื่อแย่งชิงทรัพยากรของ ดวงดาวดวงอื่นๆ จนมาวันหนึ่งข้ากับหุ่นเชิดได้เข้าโจมตีดาวครองฟ้า ได้รับการตอบโต้อย่างหนัก ข้ากับหุ่นเชิด ถูกโจมตีอย่างหนักข้าเลย มาอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ และพอมาเจอพวกมนุษย์ ข้าก็เลยใช้พวกมันเป็นหุ่นเชิดเท่านั้นเอง แต่ข้าไม่เคยฆ่ามนุษย์ทีดาวดวงนี้เลยนะ”
“ เจ้ารู้จักมารกระบี่โลกาหรือไม่?” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยถาม
“ ไม่รู้จัก”
“ เอายังไงกับมันดี ทำลายจิตวิญญาณมันไปเลยดีไหม ปล่อยไว้ก็ไปควบคุมคนอื่นต่อไปอีก”
“ นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าทำงานให้ท่านได้ ทุกอย่างอย่าทำลายข้าเลย”
บัดนี้อี้เจียนกลับเข้ามาสู่ร่างกระบี่ของตน มีดดวงตา มีปากคล้าวมนุษย์ ตัวกระบี่โค้งขอชีวิต ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกสงสารไม่อยากทำร้ายมัน
“ หยดเลือดไปในตัวกระบี่ ต่อไปมันจะเป็นทาสกระบี่ของเจ้า ทำงานตามคำสั่งทุกอย่างของเจ้าทุกอย่าง ทำลายไปก็ตายเปล่า” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมาเสี่ยวเทียนเลยหยดเลือดเข้าไปในตัวกระบี่ ทันที หยดเลือดซึมเข้าไปตัวกระบี่ อี้เจียนก็รู้สึกถึงพลังมหาศาล ทำให้ตัวกระบี่เกิดแสงส่องประกายวาววับ พุ่งขึ้นฟ้า ไปมา อย่างรวดเร็ว แล้วสุดท้ายมาปักอยู่ต่อหน้าเสี่ยวเทียน
“ ขอบคุณนายท่าน ที่ทำให้ข้าบรรลุขั้น จ้าวกระบี่ระดับสูงได้แล้ว”
“ พลังของพวกเจ้านี่แบ่งเป็น ขั้นๆ กับเขาด้วยรึ?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ใช้แล้ว เผ่าพันธุ์กระบี่ของข้า มีพลังขั้น จ้าวกระบี่ ระดับต่ำ กลาง สูง
พลังขั้น เทพกระบี่ ระดับต่ำ กลาง สูง สุดท้าย คือพลังกระบี่เทพพระเจ้าในตำนาน ขอรับ” อี้เจียนอธิบาย
“ แปลกดี แล้วพวกเจ้ากินอะไรเป็นอาหาร แล้ว เพิ่งพลังในตัวได้กันอย่างไร”
“ พวกเราไม่ต้องกินอะไร เป็นอาหาร ส่วนวิธีเพิ่งพลังนั้น ข้าก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะทำอย่างไร แต่พอนายท่านประทานเลือดหยดหนึ่งข้า ทำให้ข้าที่มีพลังจ้าวกระบี่ระดับกลาง ขึ้นมาเป็นระดับสูงทันที ขอรับ”
“ ที่แท้ก็ใช้เลือด มาเพื่มพลังให้ตัวเอง เจ้าเข้าไปอยู่ในมิติฟ้าคราม คอยอยู่ดูแลลูกๆ ของข้าก่อนก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนส่งมันเข้าไปมิติฟ้าคราม แล้วก็ถึงเวลา ไปงานเลี้ยง ต้อนรับราชบุตรเขย
“ อาจารย์ท่านพูดกับภรรยาทั้งสองของข้าหรือยัง?”
“ พูดแล้ว”
“ พวกนางว่าอย่างไรบ้าง?”
“ ไม่เห็นพูดว่าอะไรเลย”
“ อะไรนะ นี่ข้าจะมีภรรยาเพิ่มอีก พวกนางไม่หึงหวงข้าบ้างเลยหรือไง?”
“ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ไว้แต่งงานแล้ว เจ้าก็พาเจ้าหญิงลาน่า ไปยกน้ำชาให้กับวาวา และเจินเจิน ด้วยก็แล้วกัน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยเตือน
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปงานเลี้ยง ด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก ที่ภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงตนเลย พบท่านราชาเมืองทรอย กับ ราชินี ที่กำลังนั่งรอเสี่ยวเทียนอยู่
เสี่ยวเทียนคำนับเสร็จ ราชาก็ดึงตัวมานั่ง โต๊ะใกล้ๆ แล้วก็เริ่มเอ่ยถามประวัติทันที
เสี่ยวเทียนเองก็ไม่ปิดบังเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พร้อมยังบอกว่าตนมีภรรยาและบุตรอยู่แล้วด้วย แต่พระราชาเมืองทรอยก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังชื่นชมอีกด้วยว่าเสี่ยวเทียน เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ปิดบัง
“ แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกกับพวกท่าน เรื่องกล่องแพนโดร่า”
“ เรื่องกล่องแพนโดร่า เจ้าต้องคุยกับ ลาน่าเอาเอง เพราะว่ามันเป็นสิทธิของลาน่ามาตั้งแต่เกิด เจ้าต้องคุยกับลาน่าเอง”
ทันทีที่ราชาเอ่ยจบ ก็มีเสียงประกาศออกมาจากพวกองครักษ์ ว่า เจ้าหญิงลาน่าเสด็จแล้ว เสี่ยวเทียนหันไปมองทันที เจ้าหญิงลาน่า เดินออกมาด้วยชุดเจ้าหญิงสีขาว สวมมงกุฏ มีเครื่องประดับเพียงสร้อยคอชิ้นเดียว หน้าตาคล้ายเด็กสาววัย 15 ปี ใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ ผิวขาวอมชมพู สวยงามจับตายิ่งนัก ยิ่งมองก็ยิ่งสวย แต่ถ้าเทียบกับวาวา แล้ว ก็ไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครงามกว่ากัน เดินออกมาอย่างช้าๆ ดูคล้ายนางพญาหงส์ แล้วมานั่งตรงที่นั้ง ฝั่งตรงข้ามกับเสี่ยวเทียน
“ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ คุณชายเฉิน”
“ เจ้าหญิง”
ทั้งหมดทักทายกันตามธรรมเนียม เสี่ยวเทียนไม่ค่อยกล้าเอ่ยอะไรมากนัก ในใจอยากขอ กล่องแพนโดร่าเพื่องที่จะนำ หยกมังกรฟ้าออกมาอย่างเดียว
ราชาเมืองทรอย ประกาศจัดการแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้า แล้วงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นมีขุนนาง เหล่าราชวงศ์มาร่วมยินดีกับ เสี่ยวเทียนกับเจ้าหญิงลาน่า มากมายจนงานเลี้ยงเลิก เสี่ยวเทียนก็มาคุยกับเจ้าหญิงลาน่า เพียงสองคน
“ ดูท่านไม่คิดอยากเข้าพิธีภิเษกสมรสเท่าไรนัก?”
“ ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่ข้ามีเรื่องกังวลใจ เรื่องกล่องแพนโดร่าเท่านั้น”
“ ที่แท้ ท่านก็เพียงต้องการกล่องแพนโดร่า เหมือนเช่นคนอื่นๆ”
“ ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าต้องการทำลายกล่องแพนโดร่า เพราะได้รับการไหว้วานจากท่านเทพโพรเมทิอุสต่างหากเล่า”
“ ท่านเทพโพรเมทิอุส ถูกจองจำไว้ที่ยอดเขา คอเคซัส ตลอดกาล ท่านไปพบกับท่านมาได้อย่างไร ท่านอยู่คนละมิติกับเราเลย?”
“ ข้ามีกุญแจไขมิติ เข้าออกมิติได้อยู่แล้ว”
“ จริงรึ” เสี่ยวเทียนหยิบกุญแจออกมาให้เจ้าหญิงได้ชม แล้วก็ไขกุญแจพาเจ้าหญิงไปท่องเที่ยวทุกมิติที่ผ่านมาแล้ว พาไปพบกับท่านเทพโพรเมทิอุสด้วย
“ คำนับท่านเทพ ข้าเป็นทายาทของท่านเอพีมีทิอุส กับ เทพีแพนโดร่า ที่ได้รับมอบให้ดูแลกล่องแพนโดร่า”
“ อืม เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าด้านในกล่องมีเป็นคำสาปที่ชั่วร้าย”
“ ทราบเจ้าค่ะ เทพีแพนโดร่าบอกว่า หลังจากท่านเอพีมีทิอุส ยอมเสียสละตนเพื่อปิดผนึกกล่องแพนโดร่านี้ ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีใครสามารถเปิดผนึกนี้ได้อีกเลย แล้วท่านยังได้สั่งพวกเราทายาททุกรุ่นให้เก็บ กล่องแพนโดร่านี้ เพื่อมอบให้กับผู้ที่เหมาะสม”
“ นางใจดีขนาดนั้นเลยรึ?” เสียงของเทพโพรมีทีอุสเอ่ยเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“ ท่านหมายความว่าอย่างไร?” เสี่ยวเทียนสงสัยแทน
“ ลองถามลาน่าดูซิ ว่าเงื่อนไขที่จะมอบให้ผู้ที่เหมาะสมนั้นมีอะไรบ้าง”
ลาน่าฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว ได้แต่ก้มหน้าเอียงอายแล้วพูดออกมาว่า
“ ผู้ที่จะได้รับมอบต้องเป็นสามีของข้า หลังจากเขาห้องหอแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นต้องไปรับมอบกล่องแพนโดร่า ที่วิหารเทพีแพนโดร่า ทันที”
เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมไม่นำมาให้ที่ห้องหอเลย ทำไมต้องไปรับมอบที่วิหารเทพีแพนโดร่าด้วย เสี่ยวเทียนมองหน้า เทพโพรมีทีอุส เลยกล่าวว่า
“ตอนนั้นน้องชายข้า เอพีมีเทอุส ก็ถูกจัดงานแต่งงานแบบนี้รุ่งเช้าก็ไปวิหารโอลิมปัส สุดท้ายเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย ข้าหวังว่า เจ้าคงไม่เป็นเช่นน้องชายข้า”
ลาน่ากับเสี่ยวเทียนมองตากัน ด้วยความตกใจ
“ คงไม่เป็นอย่างนั้นกระมังเจ้าคะ”
“ ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นอะไรหรอก” เสี่ยวเทียนกล่าวกับ ลาน่าที่ดูกังวลใจ
แล้วทั้งสองคนก็กล่าวคำอำลา ท่านเทพโพรเมทิอุส กลับสู่เมืองทรอย
“ ข้าไม่คิดว่า พวกเขาจะหลอกข้า” ลาน่ารีบเอ่ยกับเสี่ยวเทียน
“ อาจไม่มีอะไรก็ได้ นั่นเป็นสิ่งที่ท่านเทพโพรมีทิอุส เจอมาท่านแค่เตือนให้ระวังเท่านั้น” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปแบบนั้นเพื่อปลอบใจ ลาน่า แต่ในความจริงเสี่ยวเทียนรู้อยู่แล้วเรื่องนี้คงไม่ง่ายๆ หรอก ที่จะมอบกล่องแพนโดร่าให้กับคนอื่นๆ ง่ายๆ เช่นนี้
แล้ววันแต่งงานก็มาถึง หลังจากเข้าพิธีภิเสกสมรสแล้ว หลังจากทั้งสองคน ได้เป็นสามีภรรยาสมบูรณ์ แล้ว พลังเซียนของ ลาน่าก็พุ่งทยานขึ้นเป็น เซียนสวรรค์ระดับสูงทันที
“ สามี ท่านเป็นใครกันแน่ ทำไมท่านสามารถถ่ายทอดพลังเซียนเช่นนี้ให้กับสาวๆ ทุกคนที่นอนด้วยทกคนเลยรึ?”
“ ข้าไม่รู้ ข้ามีภรรยาเพียงสี่คน ทุกคนต่างก็มีพลังเพิ่มทั้งหมด ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน” ลาน่าโผเข้ามากอดเสี่ยวเทียน แล้วไม่พูดอะไรต่อ
“ ลาน่า เจ้าเป็นทายาทเทพีแพนโดร่าได้อย่างไร?”
“ วันที่ ข้าเกิด คนของวิหารเทพีแพนโดร่า ส่งคนมาที่ตำหนักของท่านพ่อ บอกว่าเทพีสั่งให้มาบอกท่านพ่อว่า ข้าคือ ทายาทของเทพีแพนโดร่า และได้มอบกระบี่หยกหิมะ มอบให้ข้าไว้ติดตัวมาตั้งแต่นั้น แล้วบอกว่า พอข้าอายุครบ 15 ปี ให้จัดงานประลองเลือกคู่ ผู้ที่เอาชนะ ข้าได้ผู้นั้น จะเป็นเจ้าของกล่องแพนโดร่าคนต่อไป”
เสี่ยวเทียนคิดว่า พวกมันต้องการทำอะไรกันแน่นะ? แต่คิดว่า คงไม่มีเจตนาดีแน่
พรุ่งนี้เช้าก็คงได้รู้ความจริงซะที คืนนั้นเสี่ยวเทียนมอบความรักและพลังขั้นสุงสุดให้กับ ลาน่าไปอีกรอบ จนทั้งสองตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็มีคนของวิหารแพนโดร่า
มารอรับที่หน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองคนขึ้นรถม้าเพื่อไปวิหาร เทพีแพนโดร่า ท่ามกลางความตื่นเต้นของลาน่าที่รู้สึกกลัวว่าสิ่งที่ท่านเทพโพรเมทิอุส จะเป็นความจริง
ทั้งสองมาถึงยอดเขาที่สร้างเหมือนกับ วิหารเทพโอลิมปัสไม่มีผิดเพี้ยน โดยที่ด้านในมีรูปปั้นเทพซีอุสนั่งอยู่ตรงกลาง เป็นประธาน ด้านข้างมีรูปปั้น เทพแพนโดร่า ยืนอยู่ด้านข้างเทพซีอุส จากนั้นก็มีชายชุดขาวเดินเข้ามาสิบสองคน ใส่ชุดขาวคล้ายนักบวช โดยที่มีหัวหน้าใส่มงกุฏ ยืนอยู่ด้านหน้า มีสาวกอีกสองคนด้านข้างถือพานใส่กล่องยืนนิ่ง
“ คำนับท่านเจ้าวิหารแพนโดร่า”
ลาน่าคำนับเจ้าวิหาร ทันทีที่ได้พบ เสี่ยวเทียนก็เลยต้องทำตามไปด้วย
“ ในที่สุดเจ้าก็ได้พบคู่ชีวิต ข้าขออวยพรให้เจ้าทั้งสองอยู่กันไปตลอดกาล และสิ่งนี้คือ กล่องแพนโดร่า ที่จะมอบให้พวกเจ้า นำไปดูแลต่อ แต่ว่า ก่อนที่เจ้าจะเอากล่องแพนโดร่าไป ขอให้เจ้าทำสัญญาพันธะ กับกล่องแพนโดร่ากล่องนี้ โดยหยดเลือดเอาไว้ จากนั้นก็นำไปได้เลย”
เสี่ยวเทียนรีบถามอาจารย์ลู่เอินทันที เพราะใช้ตาที่สามส่องเข้าไป แล้วไม่สามารถมองออกว่า หยดเลือดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
“ หากเจ้าหยดเลือดเข้าไป กล่องใบนี้จะถูกเปิดออก คำสาปที่ด้านใน ที่มีพลังความชั่วร้ายทั้ง 108 จะสามารถออกมา ไปกระตุ้นด้านมืดของมนุษย์ให้ขาดสติยับยั้ง ชั่งใจ ทำให้มนุษย์โลกต้องเข่นฆ่ากันจนล่มสลายอีกครั้ง”
“ พวกโง่เอ๋ย นี่พวกมันไม่รู้หรึอไง ว่าหากเปิดกล่องบ้านี่ โลกจะเกิดอะไรขึ้น”
“ พวกมันทำตามคำสั่ง เท่านั้น เจ้าใช้ใช้น้ำจอกศักดิ์สิทธิ์ ทำลายคำสาบเหล่านี้ให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยหยดเลือดลงไป” อาจารย์ลู่เอินแนะนำไป
“ ขอรับอาจารย์”
เสี่ยวเทียนก้าวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมการรับมอบกล่องแพนโดร่าทันที....