เมื่อขึ้นมาถึงฝั่งได้ ทั่วทั้งตัวของเมฆก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ หลังจากรู้สึกตัวในตอนนั้น เมฆพยายามเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา ไม่ลดการระวังตัวแม้เพียงสักนิดเดียว เพราะสิ่งที่มันเจอนั้นน่ากลัวเกินไป ถ้าพลาดแม้เพียงนิดนั่นหมายถึงชีวิตน้อยๆของมันต้องจบลงทันที
"แฮกๆๆ แม่งเอ้ย นั่นมันอะไรกันวะ ภาพหลอน? คิดว่าได้กลับบ้านแล้วเสียอีก แล้วทำไมไอ้เ้าของเสียงมันไม่คิดจะเตือนเลยวะ เกือบเดี้ยงแล้วไหมหละ"
เมฆนั่งหอบอยู่บนพื้นห่างจากแม่น้ำไม่มากนัก ตอนนี้มันได้ผ่านจุดที่เสียงนั้นบอกมาแล้ว
ตรงด้านหน้าของเมฆในตอนนี้นั้น เป็พื้นที่ขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหิน สภาพดูแห้งแล้งอย่างมาก จากระยะสายตาสามารถมองเห็นูเาขนาดมหึมาได้. มันมีขนาดใหญ่มากจนไม่น่าเชื่อ ยอดเขายังสูงจนทะลุผ่านก้อนเมฆไปแล้วเช่นกัน
"ถ้าตามที่เสียงนั่นบอก น่าจะเป็เขาลูกนี้แน่ๆ ต้องรีบไปให้ถึงก่อนจะมืด ขนาดกลางวันยังอันตรายขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดกลางคืนเลย"
เมฆเริ่มเข้าใจถึงอันตรายมากขึ้นแล้ว ตัวมันได้รีบเดินทางไปยังจุดหมายทันที
ระหว่างเดินทางนั้นทุกอย่างเงียบสงบเป็อย่างมากไม่มีแม้แต่สัตว์ให้เห็นสักตัวเดียว เมื่อมาถึงตีนเขาแล้ว เมฆเดินไปยังจุดที่เสียงนั้นบอกจนพบกับช่องแคบที่ว่าไว้ มันมีขนาดกว้างแค่กางแขนเท่านั้น เป็ทางที่เดินได้แค่ทีละคนเพราะมันเล็กอย่างมาก
"เ้าจงเดินตามทางแคบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเ้าจะพบกับศิลาขนาดใหญ่อยู่ใจกลาง เมื่อไปถึงเ้าแค่เอามือััศิลานั้นพอ"
เมฆได้แต่แอบบ่นในใจ ว่าทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ตนไปทำเวรกรรมอะไรไว้กับใครรึไง ได้แต่ทำตามที่เสียงนั้นบอก ยิ่งไม่รู้ว่าปลายทางจะจบยัง ไม่แน่มันอาจจะโชคดี หรือโชคร้ายก็ได้
เมื่อเดินไปได้สักพัก เมฆเริ่มจะเห็นได้ว่าข้างหน้านั้นมีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็รูปทรงโดม ตรงใจกลางมีศิลาสี่เหลี่ยมขนาดั์ตั้งอยู่
"นี่ต้องเป็หินตามที่เสียงนั้นบอกแน่ๆ"
เมื่อแน่ใจ เมฆเดินไปที่หินก้อนนั้น ก่อนที่จะแตะมัน เมฆได้หลับตาลงพร้อมทั้งเตรียมใจไว้ก่อน เพราะมันอาจจะตายก็ได้ คงได้แต่ทำใจในเวลานี้ มันแค่คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงชีวิตปกติสุขของมัน
หลังจากตัดสินใจได้แล้วเมฆ ก็เอื้อมมือไปััลงบนหินนั่น
วูซซซ ครืดดดดด
เมฆรีบก้าวถอยหลังมาทันที เพราะตรงหน้ามันในเวลานี้. ใจกลางศิลา มันเริ่มแยกออกจากกันจนเริ่มกลายช่อง เมื่อทุกอย่างหยุดลง ปรากฏช่องทางคล้ายประตู เมื่อมองเข้าไปต้องพบแต่ความมืดจน มองไม่เห็นสิ่งใดเลย
"เข้าไปสิ ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว"
เสียงชายชราลอยเข้ามาในหูของเมฆอีกครั้ง
เมฆยืนอยู่หน้าทางเข้าอย่างเก้ๆกังๆ เพราะด้านในนั้นมืดมาก เลยทำให้มันปอดแหกขึ้นมาทันที หลังจากผ่านไปสักระยะมันก็เริ่มทำใจ ในเมื่อมาขนาดนี้แล้ว มีอะไรต้องกลัวอีก คิดได้ดังนั้น จึงก้าวขาเข้าไปทันที ในเวลาที่เท้าได้ััลงบนพื้นนั้น ไฟจำนวนมหาศาลได้ถูกจุดขึ้นมา
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ ๆ ๆ
เมื่อเห็นด้านใน. เมฆต้องอ้าปากหวอเลยทีเดียว ข้างในเป็โถงขนาดใหญ่ มันมีขนาดกว้างมาก กว้างจนสุดลูกหูลูกตา เพด้านโถงตกแต่งไปด้วยรูปวาดต่างๆมากมาย ที่น่าประหลาดใจคือรูปเ่าั้สามารถขยับได้เหมือนภาพเคลื่อนไหว มีการแสดงถึงการสู้รบกัน พิธีต่างๆ นาๆ ที่น่าสนใจคือใจกลางมีรูปของชายคนนึง กำลังเหยียดมองลงมาทั่วหล้า แสดงถึงอำนาจอย่างสูงสุด ภายใต้เท้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ยอมศิโรราบ
รอบตัวเมฆเองนั้นก็มีรูปปั้นเรียงรายอยู่มากมาย ที่สะดุดตาคือ มันมีรูปปั้นตัวเท่าตึก!! เท่าตึก!! เป็รูป ัที่เกรี้ยวกราด
พยัคที่ดุร้าย กิเลนที่สง่างาม นกั์ที่ดูอันตราย ดูเหมือนกำลังปกป้องที่แห่งนี้อยู่
"ถ้ามันมีไอตัวแบบนี้จริงๆ ไปวิ่งเล่นบนโลกสักตัวนะรับรองเลยชิบหายแน่"
เมฆ พอคิดแบบนั้นก็เหงื่อตกทันที ที่ตัวมันเจอในตอนนี้มันน่าใเกินไป มันเหลือเชื่อจนเกินไป
"อย่ามัวแต่ดู เดินตามทางไป อีกไม่นานจะถึงใจกลางของที่นี่แล้ว"
เสียงนั้นกล่าวต่อเมฆอีกครั้ง เมื่อได้ยินเมฆก็ทำตามอย่างว่าง่ายรีบไปตามทางที่บอกทันที มันคิดได้ทันทีว่า ไอ้คนแบบนี้ มีของแบบนี้ ทำตัวลับๆล่อแบบนี้ จากที่มันเคยอ่านการ์ตูน อ่านนิยาย ดูหนัง ฟังจากเื่เล่าต่างๆ กลั่นออกมาได้ทันทีว่า แม่งคือตัวโครตอันตราย!! ดังนั้นควรนอบน้อมเข้าไว้หลังจากนี้
หลังจากเดิินมาได้สักระยะ เมฆเริ่มเห็นรูปปั้นที่นั่งคุกเข่าเรียงรายกันสองฝั่ง สุดทางนั้นมีบัลลังค์ที่ดูน่าเกรงขามอย่างมากเหมือนหลุดมาออกมาจาก์ บนบัลลังค์เมฆเห็นโครงกระดูกนั่งอยู่ตรงนั้น ชุดที่โครงกระดูกใส่ดูวิจิตรตาอย่างมาก คล้ายมีชีวิตเป็ของมันเองแต่ก็ไม่ใช่ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆบัลลังค์นั้น เหมือนต้องมนต์สะกดไม่อาจถอนสายตาไปได้
"แฮ่มมมม"
เสียงกระเแอมดังออกมาทำให้เมฆหลุดจากภวัง เมฆหันไปรอบๆเพื่อหาต้นเสียงแต่ก็หาไม่เจอสักที
"มองหาอะไรของเ้า ข้าก็อยู่ตรงหน้าเ้านี่ไง"
เมฆยังคงหันซ้าย หันขวาก็ไม่เห็น
"ไม่ทราบว่าลุงอยู่ตรงไหน คือผมไม่เห็นจริงๆ"
เมฆถามออกไปอย่างนอบน้อมที่สุด
"เมื่อกี้เ้าก็มองข้าอยู่ไม่ใช่รึไง"
เมื่อได้ยินเมฆยิ่ง งง ตัวมันไปมองตอนไหน หันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอ มีแค่ตอนเข้ามาที่มันมองไปยังบัลลังค์กับโครงกระดูกนั่น หรือว่า..
เมื่อคิดได้ดังนั้น ขามันก็สั่่นผับๆๆ ผี ผี!!
"ไอ้เ้าโง่ อย่าเอาข้าไปเทียบกับพวกชั้นต่ำแบบนั้นนะ!!"
เสียงนั้นะโออกมาอย่างโมโห พร้อมทั้งปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่านั่งทับซ้อนอยู่บนบัลลังค์นั้น เป็ชายชราผมยาว สายตาคมกริบ คิ้วตั้งชัน ดูองอาจอย่างมาก
พับ พับ พับๆๆ
เมื่อเมฆได้เห็น ขายิ่งสั่นหนักกว่าเดิม
ผีแม่งผีชัดๆ
"ก็บอกว่าไม่ใช่ไง เฮ้ออชั่งเถอะ พูดกับเ้าไปคงไม่ได้ความอะไร"
ชายชราทำหน้าอนาถใจ ความรู้สึกเหมือนพูดกับลิงตัวนึง
พอผ่านไปสักระยะ เมฆก็เริ่มตั้งสติได้ และมองไปอย่างพินิจที่ชายชราคนนั้น เมฆต้องแปลกใจอย่างมากเพราะดูยังไงก็ไม่ใช่โครงกระดูกอีกแล้ว
"ละ ลุุง. เอ้ย ทะ ท่าน พาผมมาที่นี่ทำไมครับ ผมไม่อร่อยหรอกนะตัวก็มีแต่สารเคมี ซันบล็อคที่ทาไว้ยังติดตัวอยู่เลย"
เมฆสับสนมากไม่รู้จะทำตัวยังไง กลัวอีกฝ่ายจะหลอกมากินเืเนื้อตัวเอง เหมือนพวกลัทธิปีศาจในหนังที่เคยดูก็มักจะเป็ชายแก่ๆแบบนี้ตลอด
เมื่อชายชราได้ฟังก็ขมวดคิ้วลงทันที ไอ้นี่คงกู่ไม่กลับแล้วมั้ง
"กินเ้าแล้วข้าจะได้อะไรกัน?! หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว แล้วก็อย่าเอาข้าไปเทียบกับพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างพวกมันด้วยก่อนที่ข้าจะมีโทสะ"
ชายชราพูดกลับมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีอำนาจมหาศาล
"ข้าต้องขอโทษที่ทำให้เ้ามาเจอสถานะการเช่นนี้้ เนื่องจากเพราะข้าใกล้ถึงเวลาที่จะแตกดับแล้ว จึงได้ส่งพลังขุมสุดท้าย ตัดผ่าน่เวลาและอวกาศ เพื่อหาผู้สืบทอดที่เหมาะสม และเป็เ้าที่ได้มาเจอข้าในวันนี้แม้จะทำให้ข้าผิดหวังไปบ้างก็ตาม"
เมื่อได้ฟังที่ชายชราบอก ทำให้คิ้วของมันกระตุกทันที หะ ผิดหวัง ทั้งที่กูอยู่ดีๆ กำลังไปเจอสาวน่ารัก มีชีวิตสดใส ต้องมาเกือบตายที่นี่ เพราะไอแก่โรคจิตชอบกระซิบข้างหูใช้พลังขุมสุดท้ายพามา ยังมีหน้ามาบอกผิดหวังอีก!
"เอ่อ ถ้าท่านผิดหวังช่วยพาผมกลับบ้านได้ไหม คือที่นี่คงไม่เหมาะกับผมเท่าไหร ถ้าทำได้จะขอบพระคุณอย่างมาก"
เมฆ พูดอย่างอ่อนน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ข้าก็บอกเ้าแล้วไงว่าข้าใช้พลังขุมสุดท้ายพาเ้ามาที่นี่แล้ว ส่งกลับไม่ได้หรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้น เมฆก็หน้าซีดทันที
"ไหนท่านบอกผมไงว่ามีวิธีพากลับไป!"
เมฆถามกลับไปอย่างลืมตัวด้วยความโมโห
"มีสิ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้วว่าจะทำได้รึไม่"
ชายชราตอบกลับอย่างเรียบเฉย
"วิธีไหนกันช่วยบอกผมทีเถอะ ผมไม่ได้อยากอยู่ที่นี่"
ชายชราได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะวิธีดังกล่าวตัวมันเองไม่ได้คิดว่าเมฆจะทำได้แน่นอน
"จงขึ้นเป็เทพนิรันดิ์ให้ได้แล้วเ้าจะได้กลับไป นั่นคือการกลับไปด้วยพลังของเ้าเอง"
เมื่อได้ฟังเมฆก็ได้แต่ยืนงง อะไรคือการขึ้นเป็เทพนิรันดิ์ แล้วมันขึ้นกันยังไง ขึ้นที่ไหน
ชายชราเห็นสีหน้าโง่งมของเมฆก็ได้แต่ถอนหายใจ
"ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร แต่ถ้ามันทำให้ผมได้กลับบ้าน ผมก็จะทำ"
เมฆตอบกลับไปอย่างมีหวัง
"ในเมื่อเป็ข้าที่พาเ้ามา นี่คือของขวัญ และสิ่งแทนคำขอโทษจากข้า จะไม่มีใครเอามันไปจากเ้าได้ จงมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้ ในโลกที่เ้าจากมา คงสงบสุขอย่างมาก แต่ที่ๆเ้าจะได้เจอนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ ข้าในนาม เทพทลาย์ ขอประทานอำนาจทั้งหมดของข้าให้แก่เ้า"
เมื่อสิ้นเสียง ชายชราได้ชี้นิ้วมาที่เมฆ พร้อมทั้งมีบางอย่างพุ่งเข้ามาใส่ตัว อยู่ๆที่นิ้วก็ปรากฏแหวนขึ้นมาหนึ่งวง ส่วนภายในตัวนั้นคล้ายได้ยินเสียงฟ้าผ่านับไม่ถ้วน เสียงกลองอึกทึกดังอยู่ด้านใน ทำให้เ็ปอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน จนร่างกายบิดกระตุกไปกับพื้นเหงื่อไหลอาบไปทั่ว ไม่นานนั้นทุกๆอย่างก็เริ่มมืดลง สติที่เคยมีก็ค่อยๆหายไป
..............
จบตอน
(ยาวหน่อยนะไม่อยากให้ขาด่)