ความประหลาดใจในแววตาสีทองของชายทั้งสองคงอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเ็าที่มากกว่าเดิม
"ดื้อรั้น... เหมือนต้นกำเนิดของมัน" ชายคนแรกเอ่ยขึ้นเรียบๆ ราวกับกำลังวิจารณ์งานศิลปะที่ไม่ได้มาตรฐาน "การควบคุมอย่างนุ่มนวลใช้ไม่ได้ผล"
"ยืนยัน" ชายคนที่สองตอบรับ "ดำเนินการขั้นต่อไป"
สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบฝ่ามือของพวกเขาก็เริ่มบิดเบี้ยว แสงสีทองสว่างวาบขึ้นและรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็ "หอก" ที่สร้างขึ้นจากแสงบริสุทธิ์ หอกแต่ละเล่มสว่างไสวแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ปลายแหลมคมของมันสั่นระริกเบาๆ พร้อมที่จะพุ่งทะลวงทุกสิ่ง
อริสรามองภาพนั้นด้วยความสิ้นหวัง เธอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าพลังที่เธอปล่อยออกไปเมื่อครู่เป็เพียงปฏิกิริยาป้องกันตัวชั่ววูบ เธอไม่สามารถเรียกมันออกมาได้ตามใจนึก และต่อให้ทำได้... มันก็คงไม่อาจต้านทานอาวุธแห่งแสงที่ดูราวกับหลุดออกมาจากตำนานปรัมปรานั่นได้เลย
จบแล้ว... เธอคิด... ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน
เอี๊ยดดดดดดดดด!
เสียงยางรถที่บดไปกับพื้นถนนอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจนแสบแก้วหู!
แสงไฟหน้าสว่างวาบสาดส่องมาจากทางเข้าลานจอดรถ รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำด้านคันหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเบรกอย่างกะทันหันจนล้อหลังปัดเล็กน้อย และจอดขวางอยู่ระหว่างอริสรากับชายในชุดสูททั้งสองพอดิบพอดี เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันสูงส่งของเหล่าชายชุดสูทลงอย่างสิ้นเชิง
บนรถมอเตอร์ไซค์คือร่างของคนผู้หนึ่งที่สวมชุดหนังสีดำรัดรูปและหมวกกันน็อกสีดำทึบจนมองไม่เห็นใบหน้า ท่าทางของพวกเขาดูผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ผู้มาใหม่ดับเครื่องยนต์ เสียงคำรามที่น่ารำคาญเงียบลง เหลือเพียงเสียงเครื่องที่ยังร้อนระอุอยู่เบาๆ คนขับยกมือขึ้นเปิดกระจกหน้าของหมวกกันน็อก เผยให้เห็นดวงตาที่ถูกกรีดอายไลเนอร์จนคมกริบและริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีเข้ม... เป็ผู้หญิง
เธอมองชายชุดสูททั้งสองสลับกับอริสราที่กำลังยืนงุนงง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย
"เฮ้! สองต่อหนึ่งนี่มันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะ... พวกชุดขาว"
ชายในชุดสูทหรี่ตามองผู้มาใหม่ ประกายสีทองในดวงตาของพวกเขาวาบขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ลงมือทันที
อริสรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สมองของเธอประมวลผลไม่ทันโดยสิ้นเชิง จากเงาประหลาด... สู่ชายลึกลับ... สู่พรานในชุดสูท... และตอนนี้นักบิดปริศนา
สถานการณ์ที่เลวร้ายจนถึงขีดสุดเมื่อครู่นี้... เพิ่งจะเลวร้ายและซับซ้อนขึ้นไปอีกระดับ
"ตัวตนจากอเวจี" ชายชุดสูทคนแรกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความประหลาดใจ แต่แฝงไว้ด้วยความรังเกียจอย่างเ็า "นี่ไม่ใช่เขตของเ้า"
ผู้หญิงบนมอเตอร์ไซค์หัวเราะในลำคอ "เขต? สนธิสัญญา? พวกคุณนั่นแหละที่กำลังจะละเมิดมัน การส่ง 'ผู้ชำระล้าง' สองนายมาจัดการเด็กสาวตัวเปล่าๆ ในลานจอดรถเนี่ยนะ? ช่างเป็ไปตาม 'ระเบียบ' ดีเหลือเกิน"
คำพูดที่เสียดสีของเธอทำให้ประกายสีทองในดวงตาของชายทั้งสองวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"ภารกิจของเราชอบด้วยธรรมและกฎแห่งจักรวาล" ชายคนที่สองกล่าวเสียงเข้ม "จงหลีกไป... ก่อนที่การแทรกแซงนี้จะกลายเป็การละเมิดสนธิสัญญาอย่างเต็มรูปแบบ และเราจำเป็ต้อง 'ควบคุม' เ้าไปด้วยอีกตน"
หญิงสาวไม่สนใจคำขู่แม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นเรือนผมสีดำสนิทที่ถูกตัดสั้นระต้นคอรับกับใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างจัดจ้าน รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้นอ่านไม่ออก แต่ดวงตาที่มองตรงมายังอริสรากลับฉายแววฉลาดและอันตรายอย่างเปิดเผย
"ดูเหมือนเธอจะมีคำถามเยอะเลยนะ... ที่แน่ๆ คือเ้าพวกนี้ไม่มีวันตอบเธอหรอก พวกมันเก่งแต่เื่ออกคำสั่ง" เธอกล่าวกับอริสราโดยตรง ไม่ได้หันไปมองชายชุดสูทอีก
"ไปกับฉันสิ..." เธอเสนอ "แล้วฉันจะบอกให้ว่าเธอเป็ใคร และทำไมทุกคนถึงอยากได้ตัวเธอใจจะขาด อย่างน้อย... ฉันก็ให้ทางเลือกกับเธอ ไม่เหมือนพวกเผด็จการชุดขาวนี่"
สมองของอริสราว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอถูกดึงเข้ามาอยู่ใจกลางของาคำพูดที่เธอไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว ระหว่างฝ่ายหนึ่งที่้า "ชำระล้าง" เธอด้วยเหตุผลแห่ง "ระเบียบ" กับอีกฝ่ายที่หยิบยื่น "คำตอบ" แต่กลับแผ่รังสีของความไม่น่าไว้วางใจออกมาอย่างชัดเจน
"ความอดทนของเรามีจำกัด" ชายชุดสูทคนแรกกล่าว หอกแสงในมือของพวกเขาส่องสว่างจ้าขึ้น เป็สัญญาณว่าการเจรจาได้สิ้นสุดลงแล้ว
หญิงสาวบนมอเตอร์ไซค์หันไปยิ้มให้พวกเขา ก่อนจะหันกลับมามองอริสราเป็ครั้งสุดท้าย มือของเธอกำลังจะบิดคันเร่ง
"ตัดสินใจเร็วเข้า... ที่รัก"
อริสรายืนอยู่ตรงนั้น ตัวสั่นเทา เปียกปอน และสับสนจนแทบคลั่ง เธอมองหอกแสงสีทองที่น่าสะพรึงกลัว สลับกับมือที่ว่างเปล่าของผู้หญิงที่หยิบยื่นคำตอบให้...
ทางเลือกที่ดูเหมือนไม่มีทางเลือก... ระหว่างแสงสว่างที่้าจะลบตัวตนของเธอกับความมืดที่เหมือนจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็...
เธอจะเลือกอะไร?