บทที่ 42 พวกเธอช่วยปิดเป็นความลับให้ฉันหน่อยนะ
“ที่ร้านยังยุ่งอยู่ ผมพาซีซีกลับไปเตรียมตัวก่อนก็แล้วกัน” ฟ่านจิ่นเฉิงเดินไปที่ข้าง ๆ ซีซี แล้วนั่งลงตรงข้ามเธอ
ฟ่านซีซีมีหูที่ไวมาก ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่เธอก็รู้เรื่องที่พี่จิ่นเฉิงจะขอลาไปปักกิ่ง
เธอหยุดมือที่กำลังเขียน แล้วพูดขึ้นมาทันทีว่า “ฉันขอลาไปกับพี่ด้วยได้ไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะบีบแก้มเธอเบา ๆ “ไปถึงปักกิ่งแล้วต้องวิ่งไปวิ่งมา เหนื่อยแย่ รอปิดเทอมก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปเที่ยว”
“ก็ได้ งั้นเรากลับไปเก็บของกัน” ฟ่านซีซีไม่ได้ทำนามบัตรต่อ เธอเก็บของเสร็จก็กลับไปกับพี่จิ่นเฉิง
พอกลับมาถึงบ้าน ตอนที่กำลังจะเก็บกระเป๋าเดินทาง ฟ่านซีซีถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า พวกเขาซื้อของเข้าบ้านมามากมาย แต่กลับไม่มีกระเป๋าเดินทางเลย!
“ไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปเยอะหรอก ใส่เป้ไปก็พอ” ฟ่านจิ่นเฉิงหยิบเป้ใบหนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็พับและม้วนเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะใส่ลงไปในเป้
ฟ่านซีซีรู้สึกว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้มากนัก เธอจึงได้แต่นั่งดูเขาเก็บของอยู่ข้างเตียง
เมื่อเก็บของเสร็จ ฟ่านจิ่นเฉิงก็เอื้อมมือไปกอดเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“ตอนที่ฉันไม่อยู่บ้าน เธอต้องกินข้าว นอนเร็ว ตื่นเช้า แล้วก็อย่าไปโรงเรียนสายนะ อ้อ แล้วก็...คิดถึงฉันด้วยล่ะ”
พอฟ่านซีซีได้ยินประโยคสุดท้ายก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “งั้นพี่ก็ต้องคิดถึงฉันด้วยนะ”
“อืม แน่นอนสิว่าต้องคิดถึง มีอะไรอยากได้ไหม เดี๋ยวฉันซื้อมาฝาก”
“งั้นพี่ก็ซื้อของฝากจากปักกิ่งมาให้ฉันก็พอแล้ว”
“ขอแค่นี้เองเหรอ” ฟ่านจิ่นเฉิงยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ
“พี่ไม่ได้บอกเหรอว่าปิดเทอมจะพาฉันไปเที่ยวปักกิ่ง ของที่ฉันอยากได้ ไว้ไปซื้อตอนนั้นก็ได้”
เธอไม่อยากเป็นภาระให้พี่จิ่นเฉิง วิ่งหาซื้อของขวัญให้เธอจนเหนื่อย
เพราะสิ่งที่เธอต้องการ คือบ้านที่ปักกิ่งต่างหาก
เธอคิดไว้แล้วว่า ปีหน้าทั้งเธอและพี่จิ่นเฉิงจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ที่ปักกิ่ง ถ้าอย่างนั้น ซื้อบ้านที่นั่นสักหลังก็คงจะดี
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ที่ปักกิ่งยังไม่จำกัดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ
แน่นอน เธอยังต้องการเก็บเงินอีกจำนวนหนึ่งก่อนจะไปปักกิ่ง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีปัญญาซื้อบ้านที่ปักกิ่งได้หรอก
“ทุกคืนตอนสองทุ่ม ฉันจะโทรหาเธอ เธอต้องรับสายด้วยนะ” ฟ่านจิ่นเฉิงบอกเธออย่างอ่อนโยน
“รับทราบ รอฉันแปบหนึ่งนะ” จู่ ๆ ฟ่านซีซีก็นึกอะไรบางอย่างออก แล้วรีบวิ่งกลับเข้าบ้าน
เธอกลับไปที่ห้อง หยิบบัตรธนาคารหนึ่งใบกับกระเป๋าเงินหนึ่งใบ จากนั้นจึงรีบวิ่งกลับมา
“พี่จิ่นเฉิง นี่บัตรธนาคาร เอาติดตัวไว้ป้องกันเผื่อฉุกเฉิน เงินสดก็เอาไปเยอะ ๆ ออกไปข้างนอกมีเงินไว้อุ่นใจกว่า อย่าปฏิเสธนะ!”
ฟ่านจิ่นเฉิงมองท่าทางเอาแต่ใจแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยของเธอ พลางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ครับ เชื่อฟังครับ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับไปนอนก่อนนะ รีบ ๆ กลับมาล่ะ”
“ฉันขอใช้คอมพิวเตอร์หน่อย ฉันไปใช้ที่ห้องเธอได้ไหม เธอนอนหลับพักผ่อนไปก่อนเลย”
“อืม”
ฟ่านซีซีไม่มีความเห็นใด ๆ เธอรีบกลับไปอาบน้ำแล้วเข้านอน
แต่เธอกลับพบว่า พี่จิ่นเฉิงที่บอกว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ กลับไม่ได้กำลังพิมพ์อะไรเลย เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยอยู่เป็นเพื่อน จนกว่าเธอจะหลับไป
ในใจของเธอพลันรู้สึกหวานชื่นและอบอุ่น เธอแอบคิดว่า พี่จิ่นเฉิงตั้งใจเอาคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องเธอแบบนี้ หรือจริง ๆ แล้วแค่อยากมีข้ออ้างที่จะอยู่กับเธอในห้องนี้กันนะ
ต้องบอกเลยว่า เธอคิดถูกแล้ว
ฟ่านจิ่นเฉิงรอจนเธอหลับสนิท เขาจึงค่อย ๆ ปิดคอมพิวเตอร์ หยิบผ้าห่มมาคลุมให้เด็กน้อยที่ฝันหวานไปแล้วอย่างเบามือ ก่อนจะอดใจไม่ไหว ก้มลงจูบที่หน้าผากเธออย่างลับ ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ ปิดประตูแล้วเดินจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ่านจิ่นเฉิงตื่นแต่เช้าแล้วออกเดินทางไปปักกิ่งกับคุณลุงของเขา
พอไม่มีเสียงปลุกอันแสนอ่อนโยน ฟ่านซีซีจึงตื่นสาย
เช่นเดียวกับฟ่านเจวียนเจวียนและฟ่านมี่มี่ ทั้งคู่ก็ตื่นสายเช่นกัน
เมื่อไม่มีเสียงเบา ๆ จากการทำอาหารเช้าของฟ่านจิ่นเฉิง รวมไปถึงเสียงพูดคุยของฟ่านจิ่นเฉิงและฟ่านซีซีที่มักจะพูดหยอกล้อกันในตอนเช้า พวกเธอกลับรู้สึกไม่ค่อยชิน
โชคดีที่แม่ของพวกเธออยู่ที่บ้านในเช้าวันนี้ ฟ่านมี่มี่จึงถามขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “แม่คะ เช้านี้กินอะไรคะ?”
เฉินเยว่อิงสวมเสื้อคลุม พลางพูดขณะเดินออกไปว่า “วันนี้เป็นต้นไป เช้า กลางวัน เย็น พวกลูกไปกินข้าวที่ร้านอีเหรินกันนะ แม่ของเสี่ยวอินจะเริ่มมาทำงานที่ร้านวันนี้แล้ว เธอจะมาดูแลร้านอาหาร พวกลูกไปกันเร็ว ๆ หน่อย อย่าไปสายล่ะ”
“ค่ะ!” ฟ่านมี่มี่รีบไปที่ห้องน้ำเพื่อเรียกพี่สาวคนที่สองของเธอ
“พี่รอง เร็ว ๆ หน่อย”
ฟ่านซีซีที่กำลังล้างหน้าอยู่ มองดูท้องฟ้านอกหน้าต่าง “เธอไปกับพี่ใหญ่ก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ตามไป”
ฟ่านเจวียนเจวียนมองสีหน้าของฟ่านซีซีอย่างเคลือบแคลง “อย่าบอกนะว่า พอฟ่านจิ่นเฉิงไม่อยู่ เธอก็อยากโดดเรียนด้วย”
ฟ่านซีซีมองพี่สาวอย่างตกใจ เธอเพิ่งมีความคิดแบบนั้นแวบหนึ่งเอง พี่สาวของเธอช่างจับสังเกตได้เก่งเหลือเกิน!
“หึ รู้ทันหรอกน่า รีบ ๆ หน่อย ไปโรงเรียนกันได้แล้ว” ฟ่านเจวียนเจวียนทำสายตาแบบรู้ทัน แล้วส่ายหน้า จากนั้นก็เรียกฟ่านมี่มี่ออกไปก่อน
ฟ่านซีซีกะพริบตาให้กับกระจกในห้องน้ำ เธอต้องไปลาหยุดให้พี่จิ่นเฉิง แน่นอนว่าเธอต้องไปโรงเรียนอยู่แล้ว
แต่เพราะตื่นสายไปหน่อย เธอจึงหยิบไข่ต้มหนึ่งฟองกับนมหนึ่งขวดที่ร้านอีเหริน แล้วรีบไปโรงเรียน
เมื่อไม่มีพี่จิ่นเฉิงนั่งอยู่ข้าง ๆ ฟ่านซีซีรู้สึกว่าการเรียนน่าเบื่อไปหน่อย เธอจึงขยับตัวไปมาเล็กน้อยเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งเช้า
เลิกเรียนตอนเที่ยง อวี๋เสี่ยวอินอดไม่ได้จึงพูดกับฟ่านซีซีว่า “ซีซี ฉันเห็นเธอขยุกขยิกตลอดทั้งเช้า ไม่เห็นตั้งใจเรียนเลย”
ลู่เหยาก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน “ใช่ เธอแอบวาดอะไรอยู่เหรอ”
ฟ่านซีซีกระแอมเบา ๆ “เนื้อหาที่ครูสอนวันนี้ฉันเข้าใจหมดแล้ว ฉันก็เลยร่างแบบแปลนพื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สองของฉันน่ะสิ อาทิตย์นี้ตอนบ่ายฉันขอลาหยุดทุกวัน พวกเธอช่วยปิดเป็นความลับให้ฉันหน่อยนะ”
“ทุก...ทุกบ่ายเลยเหรอ?” อวี๋เสี่ยวอินนึกว่าตัวเองหูฝาดไปแล้ว
“ใช่แล้ว! ทุกเช้าฉันจะมาส่งงานและเรียนเนื้อหาของวันนั้นให้เสร็จ ส่วนตอนบ่ายก็จะขอลาหยุดไปพื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สอง”
“แล้วครูอนุญาตเหรอ?” นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เหยาเห็นคนขอลาหยุดแบบนี้
ฟ่านซีซียิ้มรับ “ครูอนุญาตแล้วล่ะ!”
ตอนเช้าที่เธอไปขอลาหยุดให้พี่จิ่นเฉิง เธอก็แอบขอลาให้ตัวเองด้วยเลย
แต่เธอก็คิดว่าถ้าพ่อกับแม่รู้เข้าคงจะมีความเห็นแน่ ๆ เธอจึงไม่คิดจะบอกพวกเขา
“เธอเจ๋งจริง ๆ! วางใจได้ ฉันไม่บอกพ่อกับแม่เธอหรอก” ลู่เหยาพูดอย่างมีน้ำใจ
อวี๋เสี่ยวอินดูลำบากใจเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้า “ฉันไม่พูดก็ได้ ยังไงครูก็เห็นด้วยแล้ว”
ผลการเรียนดี ย่อมมีสิทธิพิเศษ เธอต้องพยายามให้มากกว่านี้
ดังนั้น หลังจากกลับไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอีเหรินแล้ว ฟ่านซีซีบอกว่าไม่อยากงีบหลับ จึงไปที่พื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สองทันที
หลังจากนั้น เธอไป ๆ มา ๆ ที่พื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สองทุกบ่าย และจ้างคนจำนวนมากมาช่วยงาน
ที่จริงแล้ว เธอไม่ได้ล้อมรั้วที่ดินรกร้างที่ซื้อมาทั้งหมด แต่เว้นพื้นที่ไว้ส่วนหนึ่ง สำหรับปูสนามหญ้าสวย ๆ ตรงทางเข้าทั้งสองข้างปลูกต้นซากุระ เมื่อเดินเข้าไปจึงจะเห็นประตูทางเข้าพื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สอง