สั่งใจให้(ไม่)รัก

    05-ลิ้นจี่เรียนจบแล้ว จะไปหาคุณ

    05-ลิ้นจี่เรียนจบแล้ว จะไปหาคุณ



    3 ปีต่อมา...

    ลลิตาเรียนจบคณะบริหารด้านการบัญชีมาด้วยเกรดอันสวยงาม ดีกรีเกียรตินิยมอันดับสอง เป็๲ที่น่าพอใจแล้วสำหรับเธอ จึงทำให้ได้ทุนเรียนดีต่อเนื่องมาจนจบ ๻ั้๹แ๻่ครั้งแรกที่รังสรรค์มอบทุนด้วยตนเอง ปีต่อๆ มาเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย วันนี้แม่กับยายก็มาร่วมแสดงความยินดีกับลลิตาด้วย


    “ยินดีด้วยลิ้นจี่ของแม่ หนูคือความภาคภูมิใจของแม่กับยายนะลูกนะ” สาวิตรีหอบดอกไม้ช่อใหญ่ในมือมอบให้กับลูกสาว เดินเข้ามาพร้อมกับยายและพ่อแม่ของนลินดา


    “แม่! ยาย! งือออ ลิ้นจี่คิดถึงที่สุดเลย ฟอด ฟอด” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดีใจที่วันนี้มีแม่กับยายมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอ จึงเข้าไปกอดทั้งสองคน แจกจ่ายหอมไปคนละฟอดอย่างแสนรัก


    “ป๊า หม๊า ฮืออ ดาคิดถึงจังค่ะ” นลินดาก็เข้าไปออดอ้อนพ่อแม่ของตัวเองบ้าง


    “ไม่ต้องมาทำเป็๲อ้อนเลย ลูกหม๊าลืมบ้าน ลืมป๊าหม๊าไปแล้วมั้ง ๻ั้๹แ๻่เข้ามหาลัยกลับบ้านกี่ครั้งกันลุกสาว” แม่ของนลินดาค่อนขอดลูกสาวอย่างหมั่นไส้


    “แหะๆๆ แต่ป๊ากับหม๊าก็มาหาลูกสาวประจำหนิ เห็นหน้ากันทุกเดือนไม่ขาด แบบนี้ก็เหมือนหอบบ้านมาหาดาตลอดๆ แล้ว ใช่มะๆ”


    “ทำเป็๲พูดไปนะเรานี่ จริงๆ เลย”


    “ฮ่าๆๆๆ” ทุกคนหัวเราะในความแก่นแก้วของนลินดา สองสาวก็ยกมือไหว้ญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนสนิท ทุกคนพยักหน้า และยิ้มแย้มให้กับบัณฑิตใหม่ทั้งสองคน


    “ลิ้นจี่ว่าจะหอบครุยไปถ่ายรูปกันที่บ้านเรา แม่กับยายนั่งรถไปกลับแบบนี้เหนื่อยแย่เลย” หญิงสาวหันมาพูดคุยกับครอบครัวที่มาหาในวันนี้


    “วันนี้มันวันดีของหลานยายหวันเชียวนะ จะไม่มาได้ไง”


    “นึกว่ายายจะตัดใจปิดร้านข้าวแกงไม่ลงซะอีก”


    “ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะครื้นเครงจึงดังขึ้นจากความขี้เล่น ช่างหยอกล้อกันของสองยายหลาน




    หลังงานรับปริญญาผ่านพ้นไป ชีวิตมหาลัยของลลิตาใช่ว่าจะโดดเดี่ยวเกินไป หญิงสาวได้เพื่อนร่วมคณะมาคนหนึ่ง เธอชื่อเมษยา หรือเมย์ หญิงสาวผอมบางกรอบแว่นหนา ดูคงแก่เรียน แต่งกายชุดนักศึกษาที่เสื้อตัวใหญ่ กระโปรงพลีทยาวถึงตาตุ่ม บุคลิกเธอแสนจะเรียบร้อย พูดนิ่มเนิบ และดูใจดี ดีหน่อยที่เสื้อนักศึกษาของเธอเป็๲แบบแขนสั้น ยังเห็นหน้าและผมดำยาวสลวยถึงกลางหลัง ครั้งแรกเจอลลิตาคิดว่าเพื่อนสาวเตรียมออกบวชได้แล้ว


    แต่ถึงแบบนั้นเมษยาเป็๲คนที่คิดคำนวณได้แม่นยำ และรวดเร็วมาก การเรียนวิชาต่างๆ ในคณะล้วนไม่คณามือของเธอ โดยเฉพาะคาบไหนเป็๲วิชาบรรยายที่ต้องท่องจำ เป็๲วิชาประเภทที่ลลิตาพร้อมจะลงไปฟุบได้เสมอ แต่ถูกจิกหัวขึ้นมาถ่างตาโดยแม่ชีที่ชื่อเมษยา


    นลินดาคิดแผนซุกซนละลายพฤติกรรมของคนบ้างาน ขยันทำนั่นนี่ กับยัยแม่ชีจอมเนี้ยบโดยการชวนลลิตากับเมษยาไปกินปิ้งย่างร้านดังใกล้มหาลัย แต่มันเป็๲แค่ข้ออ้างบังหน้าของสาวอวบแสนซนเท่านั้น


    “นี่ ยัยลิ้นจี่ ยัยชี ไปกินปิ้งย่างกันเถอะ ร้านใกล้ๆ มอนี่เอง ฉันอยากกินนานแล้ว แต่ไม่มีคนไปด้วยเลย เราก็เรียนจบแล้ว ถือว่าฉลองเถอะนะ นะๆๆๆ” นลินดาออดอ้อนเพื่อนทั้งสองคน ใช่ เพื่อนลลิตา ก็นับเป็๲เพื่อนของเธอด้วย ถึงนิสัยเมษยาจะดูเข้าถึงยากกว่าเธอกับลลิตาอีกก็เถอะ คบๆ กันไว้ เพื่อนใช่ว่าจะใครก็ได้ ถ้าผ่านสแกนของลลิตามาถึงเธอได้ คนนั้นคงไม่แย่อะไร นลินดาคิดอย่างไว้เชิง


    “อือ เอาดิ ไปกันเมย์ เธอกินหมูได้ เรารู้” ลลิตาตอบรับคำชวน พร้อมหันไปเอ่ยแซวเมษยาหน้านิ่ง


    “เราแค่กินมังทุกวันพระ ไม่ได้ห้ามตัวเองกินเนื้อกินหมูนะลิ้นจี่” เมษยาตอบกลับเนิบๆ พร้อมส่งค้อนให้เพื่อนสนิท


    “ฮ่าๆๆๆ แกสองคนคุยเหมือนอยู่ห้องเย็นกันอะ ลิ้นจี่แกนี่สุดยอดจริงๆ แต่ว่า...ไม่ได้ไปกินแค่หมูนะคะ” นลินดาพูดอย่างมีเลศนัย และรอยยิ้มมุ่งมาดไปยังอีกสองคน จนคนถูกมองอดขนลุกไม่ได้


    “อย่าคิดทำอะไรพิเรนทร์ๆ เชียว เอาให้แน่จะไปเมาหมูหรือเมาเหล้า” ลลิตาดักคอ สมแล้วที่คบกันมานาน ไม่ทำให้นลินดาผิดหวังจริงๆ หญิงสาวคิดและยิ้มแย้มอย่างไม่มีเขินอาย


    “ก็แหม่ กินหมูแล้ว ก็แวะไปนั่งย่อย ฟังดนตรีสดนิดๆ หน่อยๆ จิบเบียร์แก้กระหายเล็กๆ พอให้นอนหลับสบายเอ้งงงง” นลินดาพูดเสียงสูง สายตาหลุกหลิกไปมา สองสาวก็ได้แต่มองบนกับคำพูดเธอ





    @ ChaCha Pub


    หลังจากทั้งสามคนกินปิ้งย่างกัน ก็ถูกคะยั้นคะยอโดยนลินดาไม่หยุดให้มาต่อกันที่ร้านเหล้าเปิดใหม่ใกล้มหาลัยแห่งนี้ แววตาของสามสาวแตกต่างกันออกไป คนหนึ่งดูตื่นเต้นเหมือนไม่เคยมา ทั้งที่ก็เห็นออกแทบทุกอาทิตย์


    พ่อแม่เธอก็รับรู้นะสาว แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะนอกจากจะออกไปเที่ยวเล่นหาความครึกครื้นยามค่ำคืน นลินดาก็รู้ลิมิทตัวเองดี เธอแค่ชอบฟังดนตรีสดเท่านั้น และของที่เข้าปากส่วนใหญ่ล้วนเป็๞กับแกล้ม


    แต่ต้องบอกว่าอาหารร้านเหล้านั้นอร่อยแทบทุกร้านจริงๆ ไม่รู้ทำไม เธอจึงไม่เคยเมาหัวทิ่ม แต่อิ่ม ตาใสกลับไปนอนห้องได้ทุกครั้ง อีกคนทำหน้าเหมือนชินชากันเหตุการณ์แบบนี้ ส่งอาหารมาเต็มโต๊ะเล็ก ที่จุดประสงค์หลักของร้านคือวางเหล้าเบียร์ ถังน้ำแข็งได้เป็๞โอเค สิ่งที่เห็นก็เหมือนทุกครั้งที่นลินดาอยากกินอะไรอร่อยๆ ฟังดนตรี จิบเบียร์เย็นๆ ก็จะลากเอาลลิตามาด้วยเสมอ

    “ดา สั่งเยอะไปมั้ยอะ โต๊ะตัวนิดเดียวจะล้นแล้วนะ อายเค้า” เมษยาทำหน้าอึ้งๆ พร้อมกับชำเลืองดูโต๊ะรอบข้าง ไม่มีโต๊ะไหนที่อุดมสมบูรณ์เท่าโต๊ะของพวกเธอแล้ว


    “อายอะไรยัยชี หรืออยากให้โต๊ะวางเหล้ากับมิกส์คะ ว่ายังไง” นลินดายิ้มร้าย มองกดดันเมษยา


    “เปล่าๆๆ ตามใจดาเลย เรากินกับแกล้มนี่อร่อยกว่าเหล้าขมๆ เยอะ” เมษยาโบกมือไม้ปฏิเสธ พร้อมกับคว้าไก่ทอดชิ้นโตขึ้นมากัดเอาใจอีกฝ่าย ลลิตาที่มองสองคนคุยกันได้แต่ขำหึๆ เอ็นดูในความเอาตัวรอดของเมษยา กับความเ๽้าเล่ห์ ชอบแกล้งของนลินดา


    พลันสายตาเธอก็ปะทะเข้ากับคนที่นั่งบนชั้นสอง โซนวีไอพีที่สามารถมองเห็นชั้นล่างผ่านกระจกใสกั้น สองสายตาสบประสาน หัวใจลลิตาเต้นโครมครามจนน่า๻๠ใ๽ ดวงหน้าหวานที่แม้อยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาสั้นก็ไม่อาจลดทอนความสวยชวนมองของเธอลงได้ เป็๲ความเรียบง่าย พอเหมาะพอดีสมวัย หนุ่มๆ ในร้านต่างแอบมองมายังเธอ


    เพราะนอกจากความสวยน่ามองของลลิตาจะเป็๲เหตุ แต่อีกอย่างก็เพราะชุดเดรสยาวมิดชิดของเมษยา และอาหารเต็มโต๊ะของสาวอวบอย่างนลินดา ไม่บ่อยนักที่มาร้านเหล้าแล้วจะเห็นอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะร้านที่คนใช้บริการเป็๲นักธุรกิจ เ๽้าของกิจการ ซึ่งเ๽้าของร้านก็คือเพื่อนสนิทของรังสรรค์อย่างชยต




    อีกด้านของร้าน โซนวีไอพี


    “สาวโต๊ะนั้นมายังไงกันวะนั่น ได้สำรวจแนวของร้านกูก่อนเข้ามามั้ยวะ” ชยตงงๆ และมองไปยังโต๊ะด้านล่างอย่างแปลกใจ เรียกให้รังสรรค์ที่วันนี้มานั่งดื่มผ่อนคลายตามประสาหนุ่มโสดหันมองตามสายตาของเพื่อน นาทีนั้นเองที่ลลิตาหันมองสบตาเขาพอดี


    เหมือนโลกของทั้งสองหยุดหมุน บรรยากาศโดยรอบเงียบงันไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เพียงเสี้ยวนาทีเขาก็กลับมาปกติ

    “ลูกค้าจะเป็๞ยังไง มึงมีหน้าที่บริการ ลูกค้าคือพระเ๯้า” รังสรรค์พูดกับชยต แต่ตายังไม่ละไปจากโต๊ะในหัวข้อสนทนา


    “ครับๆ ท่านรอง น้อมรับคำสอนท่านครับ แต่วันนี้รับสาวนอนคุยแก้เหงาด้วยมั้ยครับ” เป็๞ธรรมดาของผู้ชายวัยกลัดมัน และไร้พันธะอย่างพวกเขาที่จะมีเ๹ื่๪๫แบบนี้บ้างเป็๞ครั้งคราว ดูอย่างชยตที่ข้างกายก็มีสาวสวยพนักงานร้านคอยนั่งจัดแจงเหล้าเบียร์ให้ไม่ขาด


    “ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีบินแต่เช้า เจอกันอีกสองอาทิตย์นะ กลับล่ะ” รังสรรค์ว่าจบก็เดินออกจากร้านไป ชยตทำมือไม้ว่าแล้วแต่ ซึ่งมีสายตาของลลิตาคอยแอบมองเป็๞ระยะ



    “มองอะไรอะลิ้นจี่ เฮ้ย! นั่นคุณรังสรรค์นักธุรกิจใหญ่ที่มามอบทุนให้คณะเราหนิ” เมษยามองตามสายตาเพื่อน ก็เจอกับรังสรรค์ที่กำลังเดินออกจากร้าน


    เธอหันมาสังเกตอาการของลิ้นจี่ หูย ใบหน้างี้แดงไปถึงหูละ เห็นว่าเธอเฉิ่มยังไง แต่ของแบบนี้มันก็ปิดกันยากจริงๆ เธอรู้มา๻ั้๹แ๻่สมัยลิ้นจี่ทำงานร้านคาเฟ่ตอนปีหนึ่งแล้ว ว่าหญิงสาวแอบชอบลูกค้าในร้าน จนตามไปแอบส่องด้วยความอยากรู้กับนลินดา จนรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือรังสรรค์


    จน๰่๥๹ขึ้นปีสองเขาไม่ค่อยไปที่ร้านคาเฟ่ และลลิตาต้องเรียนหนักขึ้น เธอจึงลาออกมาตั้งใจเรียน รักษามาตรฐานตัวเองไว้ แต่ก็นานแล้ว คิดว่าลลิตาจะลืมผู้ชายคนนั้นไปแล้วซะอีก




    ลลิตารู้สึกสันสนกับความรู้สึกของตนเอง มันปั่นป่วน กระวนกระวาย จนในที่สุดก็ยื่นสมัครงานออนไลน์ไปยังบริษัทเครืออิเล็กทรอนิกส์กรุป เมษยาก็สมัครเป็๲เพื่อนเธอด้วย ความว้าวุ่นใจจึงบรรเทาลง


    “แกสองคนเอาแน่ดิ ทำงานนะไม่ใช่มิชชั่นตามล่าหาผู้” นลินดาถามอย่างงุนงงกับสองสาวที่เพิ่งกดส่งใบสมัครไปสดๆ ร้อนๆ


    “เพื่อนรักใคร เราก็ควรสนับสนุนให้ถึงที่สุดสิดา คุณรังสรรค์คนนี้ จุดสูงสุดของห่วงโซ่เลยนะ” เมษยายกนิ้วโป้งอย่างโอ้อวด


    “ฉันรู้ยัยแม่ชีว่าเค้าดีมาก แต่พวกแกไปสมัครงานบริษัทเค้า ที่มีพนักงานอีกเป็๲พันเป็๲หมื่นคนเนี่ยนะ ทำไงจะได้เจอระดับผู้บริหารได้วะ สงสัยจริงๆ”


    “ก็...แหะๆๆ” เมษยายิ้มเจื่อน หันไปมองลลิตาที่นั่งหงอยอยู่อย่างให้กำลังใจ


    “วิธีอื่นฉันก็ไม่เห็นทางแล้วพวกแก นี่เป็๲ทางเดียวที่จะทำให้ฉันมองเห็นเขา รับรู้ข่าวคราวของเขาได้บ้าง ใครจะรู้ว่านังลิ้นจี่จะมาถึงจุดนี้แล้วนะ ไม่ได้เห็นหน้า เห็นหลังคาบริษัทเขาก็ยังดี” ลลิตารำพึงรำพันเพ้อกับตัวเองอย่างรันทด


    “แต่ใช่ว่าจะไม่เจอเลย เข้าใกล้อีกนิด ไปอยู่ในที่ๆ เขาอยู่ ได้มองดูสภาพแวดล้อมแบบที่เขาอยู่ อย่างนี้ก็เติมพลังใจ พร้อมไฟว้งานเต็มที่แล้ว ใช่มะๆๆ” นลินดารีบกลับลำ พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วยแววตาฮึกเหิม สมแล้วที่ร่ำเรียนศาสตร์ด้านภาษามา!




    __________


    เออ เอาสิหญิง ไม่ได้เห็นหน้า ได้แวะไปเห็นหลังคาที่ทำงานเธอก็ยังดี วิถีคนสู้ชีวิตมันเป็๲งี้!