บทที่ 33 จับปลา
หลังจากนั้น นางก็ดึงกิ่งไม้ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเหวี่ยงมาที่ริมฝั่ง ปลาไนตัวใหญ่ที่ยังมีชีวิตก็ตกลงมาอยู่ตรงหน้าสตรีสกุลโม่
“พี่สะใภ้ทั้งหลาย เก็บปลาให้ดีนะ”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าไม่มีอะไรพิเศษ สำหรับนางแล้ว วิธีจับปลาเช่นนี้เป็เื่ง่ายดายมาก
ในชาติก่อน ตอนที่ออกไปทำภารกิจ นางมักนอนกลางแจ้งบ่อย ๆ การมีทักษะเอาตัวรอดในป่าติดตัวไว้บ้างจึงไม่ใช่เื่เสียหายอะไร
แต่ผู้อื่นกลับไม่คิดเช่นนั้น
ทุกคนต่างตกตะลึงกับท่าทางที่นางลงมืออย่างคล่องแคล่ว แม้แต่เหล่าเ้าหน้าที่ยังอดชื่นชมไม่ได้
ทุกปีพวกเขาจะเดินทางผ่านที่แห่งนี้เวลาคุมตัวนักโทษ ทั้งยังรู้ว่าในแม่น้ำสายนี้มีปลาอยู่มากมาย
พวกเขาเคยจับปลาในแม่น้ำ แต่ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง
พวกเขาคิดเพียงว่าครั้งหน้าที่มาจะนำแหมาด้วย แต่สุดท้ายก็ลืมไป
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านจับปลาตัวที่สองได้แล้ว เ้าหน้าที่ทุกคนถึงกับชื่นชมนางอยู่ในใจ
สตรีสกุลโม่ตั้งใจจะห้ามไม่ให้เฮ่อจือหร่านเปลือยเท้า แต่หลังเห็นปลาไนสด ๆ สองตัวมาอยู่ตรงหน้า ก็ลืมจุดประสงค์ไปเสียสนิท
โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งปลอบใจตนเอง
สตรีให้ความสำคัญกับกฎระเบียบต่าง ๆ เพียงเพราะกลัวว่าจะถูกคนตำหนิ หรือถูกสามีรังเกียจเท่านั้น
แต่ถึงอย่างไรเฮ่อจือหร่านก็เป็ลูกสะใภ้ของนางอยู่แล้ว ตราบใดที่คนสกุลโม่ไม่รังเกียจ การเปลือยเท้าบ้างก็ไม่เป็ไร...
หลังเลือกที่จะตื่นขึ้นมาแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้แกล้งหลับต่อ
เขาได้รับประโยชน์จากเผิงวั่ง เกวียนไม้ถูกจอดไว้ในจุดที่ร่มรื่นมากที่สุด และเผิงวั่งก็ไม่ได้ขวางการจับปลาของเฮ่อจือหร่านแม้แต่น้อย
เผิงวั่งกำลังตกตะลึงกับความสามารถของนางเช่นกัน จึงเอ่ยกับโม่จิ่วเยี่ยโดยไม่รู้ตัว
“ท่านช่างโชคดีจริง ๆ ได้แต่งงานกับภรรยาที่เก่งกาจขนาดนี้ก่อนถูกเนรเทศเพียงวันเดียว”
ตอนนี้จิตใจของโม่จิ่วเยี่ยก็มีความรู้สึกหลากหลาย
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดคุณหนูใหญ่ตระกูลเฮ่อที่รู้จักกันมานาน จะมีฝีมือมากมายขนาดนี้ กระทั่งบุรุษส่วนมากก็ยังสู้ไม่ได้
ขณะเดียวกัน เขาก็มีความคิดเหมือนกับเผิงวั่ง
วิธีจับปลาของหญิงสาวนางนี้ แม้ว่าคนทั่วไปจะมองว่าไม่ยากและเขาเองก็ทำได้เช่นกัน
แต่ท่าทางที่ดูง่ายดายนั้น หากไม่มีพื้นฐานที่ดีพอ ก็ไม่มีทางทำได้แน่นอน
ตัวเขาเองคงมีวาสนาดีพอ ถึงได้แต่งงานกับภรรยาที่ไม่ธรรมดาขนาดนี้ก่อนจะถูกเนรเทศ
พร้อมกันนั้น เขาก็ยิ่งสงสัยเกี่ยวกับทุกอย่างของเฮ่อจือหร่านมากขึ้น...
หลี่โหรวเอ๋อร์ยืนอยู่ไม่ไกล จ้องมองทุกอย่างด้วยสายตาดุร้าย
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเฮ่อจือหร่านผู้โง่เขลาจะมีฝีมือขนาดนี้
ที่แท้เฮ่อจือหร่านก็แสร้งทำตัวไม่เอาไหนต่อหน้านางมาตลอด
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกย่ำแย่ หลี่โหรวเอ๋อร์คิดโกรธแค้น รู้ตัวอีกทีนางก็มาอยู่ริมแม่น้ำแล้ว
“เฮ่อจือหร่าน เ้าช่างไร้ยางอายจริง ๆ กล้าดีอย่างไรถอดรองเท้าลงไปจับปลาในแม่น้ำต่อหน้าผู้คนมากมาย ไม่กลัวถูกหัวเราะเยาะหรือ”
เฮ่อจือหร่านกำลังจับปลาต่อพอดี จึงไม่ได้โต้กลับไปในทันที
แต่เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันของหลี่โหรวเอ๋อร์ สตรีสกุลโม่คนอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่พอใจแล้ว
โม่หานเยี่ยเดินมาข้างหน้า “หลี่โหรวเอ๋อร์ ท่านยังคิดว่าตนเองเป็สตรีสูงศักดิ์ที่จะร้องอะไรก็ได้มาอย่างง่ายดายอยู่อีกหรือ ท่านช่วยตระหนักถึงสถานะของตัวเองด้วยว่าท่านก็เป็แค่นักโทษเนรเทศคนหนึ่ง ในยามนี้ เพียงได้กินอิ่มท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ยังจะต้องใส่ใจกฎเกณฑ์พวกนั้นอีก นี่มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ”
หากนางมีความสามารถเหมือนพี่สะใภ้เก้า ก็คงถอดรองเท้าลงไปช่วยจับปลาในแม่น้ำตั้งนานแล้ว
ยิ่งพี่สะใภ้เก้ากลายเป็คนที่นางปลาบปลื้มไปแล้ว โม่หานเยี่ยจะไม่ยอมให้ผู้ใดพูดจาใส่ร้ายพี่สะใภ้เก้าผู้เก่งกาจของนางเด็ดขาด
สะใภ้ทั้งหลายเองก็คิดเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างพูดใส่หลี่โหรวเอ๋อร์
ขณะหลี่โหรวเอ๋อร์กำลังจะโต้แย้งกับพวกนาง จู่ ๆ ก็รู้สึกมีสิ่งของเหนียวเย็นกระแทกหน้านางทันที
และคนที่ลงมือคือเฮ่อจือหร่านนั่นเอง
หลังนางจับปลาตัวที่สามได้ ก็ปาใส่หน้าหลี่โหรวเอ๋อร์
ปลาไนถูกปาใส่หน้าหลี่โหรวเอ๋อร์เข้าที่แก้มขวาอย่างแม่นยำ
คนสกุลโม่เห็นเหตุการณ์นั้น ก็รีบวิ่งเข้าไปเก็บปลาตัวนั้นอย่างทะนุถนอม พร้อมกับหัวเราะเยาะหลี่โหรวเอ๋อร์
แม้แต่เหล่าเ้าหน้าที่ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านก็หัวเราะออกมา
หลี่โหรวเอ๋อร์รู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าเกินไปแล้ว
นางหันไปมองเหล่าเ้าหน้าที่ด้วยความน้อยใจ
“ท่านเ้าหน้าที่ เฮ่อจือหร่านลงมือทำร้ายคน เื่แบบนี้พวกท่านไม่จัดการหรือ”
เ้าหน้าที่มองใบหน้าสกปรกของหลี่โหรวเอ๋อร์แวบหนึ่ง ก่อนพูดอย่างนึกรังเกียจ
“ถูกตีก็สมควรแล้ว ใครใช้ให้เ้าพูดมาก”
หลี่โหรวเอ๋อร์ “...”
เหล่าเ้าหน้าที่พวกนี้ต้องถูกรูปโฉมของปีศาจจิ้งจอกอย่างเฮ่อจือหร่านยั่วยวนหลงใหลจนสติบิดเบือนไปแล้วแน่
นางไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย หลี่โหรวเอ๋อร์กระทืบเท้าแรง ๆ แล้วหันหลังเดินกลับไปยืนรวมกับคนตระกูลหลี่
ผลคือนางกลับถูกน้องสาวแท้ ๆ ทั้งสองคนเอ่ยเยาะเย้ย
“ข้ายังคิดว่านางออกไปทั้งที จะจับปลากลับมาได้สักสองสามตัวเหมือนเฮ่อจือหร่านเสียอีก!”
“ช่างทำให้คนตระกูลหลี่อย่างพวกเราเสียหน้าจริง ๆ ไม่เพียงจับปลาไม่ได้ ยังถูกคนอื่นหยามเหยียดอีกต่างหาก”
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เรือน หลี่โหรวเอ๋อร์มักจะถูกน้องสาวทั้งสองคนนี้คอยรังแก
ตอนนั้นนางเลือกที่จะอดทน เพราะตนเองเป็เพียงบุตรสาวนอกสมรส
แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างออกไป ทั้งครอบครัวถูกเนรเทศ นางจึงคิดว่าไม่จำเป็ต้องทนอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นจึงยกมือขึ้นและตบหน้าน้องสาวไปคนหนึ่ง
“อย่าลืมว่าข้าคือพี่สาวของพวกเ้า หากข้าเสียหน้า พวกเ้าก็ไม่มีหน้าเช่นกัน”
หลี่หรูเอ๋อร์และหลี่อวี่เอ๋อร์ไม่เคยถูกคนดูถูกเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกหลี่โหรวเอ๋อร์ตบหน้า
ทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกันและพุ่งเข้าใส่หลี่โหรวเอ๋อร์
ในขณะเดียวกัน มารดาของพวกนางเห็นบุตรสาวทั้งสองถูกตบหน้าจึงเข้าร่วมด้วย
ชั่วขณะหนึ่ง จุดพักผ่อนของตระกูลหลี่ก็ชุลมุนวุ่นวาย
เหล่าเ้าหน้าที่ชอบดูเื่สนุก จึงไม่มีใครเข้าไปห้ามปราม
กระทั่งหลี่เหลียงะโเสียงดัง หญิงสาวตระกูลหลี่จึงต้องหยุดมืออย่างไม่เต็มใจ
เมื่อมองพวกนางอีกครั้ง ผมเผ้าต่างยุ่งเหยิง บนใบหน้ายังมีรอยข่วนสองสามรอย...
ฝั่งตระกูลหลี่ซึ่งทะเลาะกันอย่างดุเดือด ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจับปลาของเฮ่อจือหร่าน
นางอยู่ในแม่น้ำไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็จับปลาไนได้ยี่สิบกว่าตัวแล้ว
เมื่อเห็นว่าได้จำนวนพอสมควร นางจึงเดินขึ้นฝั่ง
ยาที่ต้มไว้เสร็จแล้ว สะใภ้รองตักไปให้เซี่ยหลินชามหนึ่ง
คนสกุลโม่ดื่มไปคนละชามเช่นกัน กระทั่งเหล่าเ้าหน้าที่ก็ไม่อาจไม่มองข้าม
ยายังเหลืออยู่ เฮ่อจือหร่านจึงเรียกสะใภ้รองมา ให้นางนำไปมอบให้คนตระกูลเซี่ยบ้าง
ส่วนคนอื่นนั้น ตราบใดที่พวกเขายังไม่ละทิ้งความเป็ศัตรูกับสกุลโม่ นางก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย
เซี่ยหลินฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ไม่นานหลังจากดื่มยา แม้เขาจะยังอ่อนแออยู่บ้าง แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว
เซี่ยเทียนไห่มาขอบคุณนางด้วยตนเอง
“ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยชีวิตหลานชายของข้า ตระกูลเซี่ยจะจดจำบุญคุณนี้เอาไว้”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ใส่ใจเื่บุญคุณอะไร สำหรับนางแล้วเป็เพียงการยื่นมือไปช่วยเหลือเท่านั้น
จุดประสงค์หลักของนางคือหวังว่าตระกูลเซี่ยกับสกุลโม่จะสามารถคลี่คลายความเข้าใจผิดต่อกันได้เร็ว ๆ นี้
ถึงอย่างไรเส้นทางการเนรเทศก็ยังอีกยาวไกล การต้องเห็นสายตามาดร้ายของพวกเขาทุกวัน ทำให้รู้สึกอึดอัดใจอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเซี่ยยังเป็ครอบครัวเดิมของพี่สะใภ้รอง จึงควรสนิทสนมกันมากกว่า ไม่ใช่ปฏิบัติต่อกันด้วยวิธีเช่นนี้ต่อไป
“ท่านลุงเซี่ย วันนี้สามีของข้าฟื้นแล้ว หากคืนนี้ท่านสะดวก ก็มาหาเขาและพูดคุยกันบ้างก็ได้”