เหตุการณ์ที่หลินเฟยล้มหมาป่าเขี้ยวโลหิตด้วยลูกดอกเพียงดอกเดียว สร้างความแตกตื่นไปทั่วทั้งพรรคมารอัคคีทมิฬ เื่ราวถูกเล่าขานปากต่อปาก ขยายความเกินจริงจนหลินเฟยกลายเป็ผู้หยั่งรู้ที่ใช้ "วิชาลับ" บางอย่างที่เหนือกว่าวรยุทธปกติ เ้าสำนักไป๋ซานถึงกับต้องสั่งให้เรียกหลินเฟยเข้าพบ
ในห้องโถงใหญ่ของพรรคมาร บรรยากาศเงียบสงัด เ้าสำนัก ไป๋ซาน (白山) ชายชราผู้มีดวงตาคมกริบแต่แฝงด้วยความเมตตา จ้องมองหลินเฟยด้วยความสนใจ
"หลินเฟย... เ้าจงเล่ามา ว่าเ้าทำได้อย่างไร" เสียงของไป๋ซานกังวาน "หมาป่าเขี้ยวโลหิตนั้น แม้แต่ศิษย์ระดับสูงยังต้องใช้ความพยายามอย่างมาก"
ลู่ซานก้มศีรษะลงเล็กน้อย "เรียนท่านเ้าสำนัก กระหม่อมเพียงใช้ 'กลไก' เล็กน้อยที่เรียนรู้มาจากบันทึกเก่าๆ ผนวกกับ 'การสังเกต' จุดอ่อนของสัตว์ป่าเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ" เขาเลือกใช้คำที่เข้าใจง่าย เพื่อไม่ให้ดูเป็พิรุธมากเกินไป
ไป๋ซานขมวดคิ้ว "กลไก? บันทึกเก่าๆ? เ้าหมายถึงอะไร?"
"เป็เพียงสิ่งประดิษฐ์เล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบอย่างนอบน้อม แต่ในใจกลับกำลังคิดหาวิธีที่จะนำเสนอ "เทคโนโลยี" ของเขาอย่างฉลาดที่สุด "กระหม่อมค้นพบคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งในห้องสมุดเก่า มันกล่าวถึงหลักการของแรงส่งและปฏิกิริยาของธาตุบางชนิด เมื่อนำมาผสมผสานกัน ก็ทำให้เกิดพลังที่เกินกว่าที่คาดคิดพ่ะย่ะค่ะ"
ไป๋ซานจ้องมองลู่ซานอย่างพิจารณา "นำสิ่งประดิษฐ์ของเ้ามาให้ข้าดู"
ลู่ซานหยิบหน้าไม้ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ หน้าไม้ดูเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดของกลไกภายในที่ซับซ้อนกว่าหน้าไม้ทั่วไป ไป๋ซานหยิบมันขึ้นมาสำรวจ แววตาของเขาฉายแววทึ่งเล็กน้อย
"นี่คือ... สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นเอง?" ไป๋ซานถามอย่างไม่อยากเชื่อ
"พ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบ "กระหม่อมเพียงอาศัยหลักการที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เก่า ผนวกกับความเข้าใจในเื่ของ 'แรง' และ 'การเคลื่อนที่' พ่ะย่ะค่ะ"
ไป๋ซานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางหน้าไม้ลง "เอาล่ะ... ข้าจะให้โอกาสเ้า แสดงฝีมือในการประลองยุทธ์ประจำปีที่จะมีขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า หากเ้าสามารถสร้างความประทับใจได้ เ้าจะได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นในพรรคมาร และจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงคัมภีร์และวัตถุดิบต่างๆ ได้มากขึ้น"
คำกล่าวของไป๋ซานทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ที่แอบฟังอยู่ต่างฮือฮา การประลองยุทธ์ประจำปีคือเวทีที่สำคัญที่สุดของพรรคมาร ผู้ชนะจะได้รับเกียรติและตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่หลินเฟยจะทำอะไรได้ในเมื่อเขาไร้วรยุทธ?
หวังฟงที่ยืนอยู่ด้านนอกถึงกับกำหมัดแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอิจฉาและความโกรธ "เ้าคนไร้ประโยชน์นี่... กล้าดียังไงมา่ชิงโอกาสของข้า!"
ลู่ซานรู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะสร้างฐานอำนาจให้กับตัวเอง เขาก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างนอบน้อม แต่ในใจกลับวางแผนการใหญ่กว่าที่ใครจะคาดคิด
"ข้าน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะท่านเ้าสำนัก"
หลังจากออกจากห้องโถงใหญ่ ลู่ซานตรงไปยังห้องเก็บของร้างที่เขาหมายตาไว้ เขาเห็นศิษย์คนหนึ่งกำลังกวาดพื้นอยู่ ลู่ซานจำได้ว่าคนนี้คือ จ้าวหยุน ผู้ที่ไม่เคยดูถูกเขา
"จ้าวหยุน" ลู่ซานเอ่ยเรียก "เ้าพอจะรู้จักห้องเก็บของเก่าที่ไม่มีใครใช้บ้างหรือไม่?"
จ้าวหยุนเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟยด้วยแววตาประหลาดใจ นับั้แ่เื่หมาป่าเขี้ยวโลหิต หลินเฟยดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "รู้จักสิ... ห้องเก็บของท้ายพรรคที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กและไม้เก่าๆ น่ะ เ้าจะเอาไปทำอะไร?"
"ข้า้าใช้มันเป็ที่ 'ทดลอง' บางสิ่งบางอย่าง" ลู่ซานตอบ "ถ้าเ้าอยากเห็นสิ่งที่เ้าไม่เคยเห็นมาก่อน... และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง... มาร่วมกับข้าได้"
จ้าวหยุนชะงักไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงคำพูดที่หลินเฟยบอกว่า "วรยุทธไม่ใช่ทุกสิ่ง" แววตาของหลินเฟยในยามนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและประกายแห่งความรู้ที่เขาััได้
"ข้า...ข้าจะไป" จ้าวหยุนตัดสินใจในที่สุด เขาเบื่อหน่ายกับการถูกกดขี่มานาน หากหลินเฟยสามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้จริง เขาก็อยากจะลองเสี่ยงดู
ลู่ซานยิ้มบางๆ "ดีมาก"
จากนั้นเป็ต้นมา ลู่ซานใช้เวลาทั้งหมดที่มีในห้องเก็บของเก่าร้าง ร่วมกับจ้าวหยุนผู้ซึ่งค่อยๆ เข้ามาช่วยเหลือและเรียนรู้จากเขา จ้าวหยุนเป็คนซื่อสัตย์และฉลาด แม้จะไม่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เขามีฝีมือด้านช่างพื้นฐานที่ดีเยี่ยม และสามารถหาวัตถุดิบต่างๆ มาให้ลู่ซานได้อย่างรวดเร็ว
ลู่ซานเริ่มประดิษฐ์อาวุธและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้หลักการที่เขาอ่านจากคัมภีร์ "บันทึกกลไกและธาตุิญญา" ผนวกกับความรู้ที่เขามีจากโลกอนาคต เขาเริ่มสร้าง ะเิควัน ขนาดเล็กที่ใช้สารประกอบจากพืชและแร่ธาตุที่ระบุในคัมภีร์ และยังปรับปรุงหน้าไม้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก
เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันประลองยุทธ์ประจำปีของพรรคมารมาถึงแล้ว สายตาของผู้คนนับร้อยจับจ้องไปยังลานประลอง หลินเฟยเดินเข้าสู่ลานประลองอย่างสงบนิ่ง ในมือไม่ได้ถือกระบี่หรืออาวุธยุทธ์ใดๆ นอกจากหน้าไม้ที่ดูเรียบง่ายหนึ่งกระบอก และถุงผ้าเล็กๆ ที่ซ่อนสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ ไว้
หวังฟงมองเขาด้วยสายตาดูแคลน "เ้าคนไร้วรยุทธอย่างแกน่ะรึ จะมาสู้กับพวกเรา! คิดจะใช้เล่ห์กลอะไรอีก!"
ลู่ซานเงยหน้าขึ้น มองไปที่อวิ๋นซีที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ นางจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความเป็ห่วง
"ข้าไม่ได้ใช้เล่ห์กล" ลู่ซานกล่าวเสียงดังฟังชัด "ข้าใช้... วิทยาการ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลานประลอง ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เห็น "ปาฏิหาริย์" ที่หลินเฟยจะสร้างขึ้นอีกครั้ง
***โปรดติดตามตอนต่อไป