หลังจากที่เจียงจื่อเหลียงเดินออกไปจากห้องแล้วเอวาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะกลัวว่าตนจะคีพคาแร็คเตอร์ได้ไม่แเีพอ ถึงแม้ว่าเอวาจะมีความทรงจำของเ้าของร่างอยู่ครบถ้วน? แต่มันก็ไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะเหมือนกับจ้าวหานเหยียนไปซะทุกอย่าง
ตอนท้ายเขาเลยจงใจพูดเพื่อย้ำเตือนความสัมพันธ์ที่มันไม่น่าจะเป็ไปได้ และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ถึงความสัมพันธ์นี้
'พ่อ ลูก'
จริงๆ แล้วเจียงจื่อเหลียงมีอายุน้อยกว่าจ้าวหานเหยียนเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แต่เป็เพราะสถานะความเป็อยู่และชนชั้นที่แตกต่างกันมาก จ้าวหานเหยียนจึงรับเจียงจื่อเหลียงและเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมาเลี้ยงดูั้แ่พวกเขายังเป็เด็ก อายุราวๆ เจ็ดถึงสิบขวบซึ่งมีทั้งหมดเจ็ดคน พร้อมกับมอบชื่อให้พวกเขาและอนุญาตให้พวกเขาทั้งเจ็ดคนเรียกตนเองว่าพ่อ…
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นจ้าวหานเหยียนยังดูแลพวกเขาทั้งเจ็ดคนเป็อย่างดี และให้ศึกษาเล่าเรียนเช่นเดียวกับตนทุกอย่าง ซึ่งหากไม่นับเื่อายุแล้วเ้าหานเหยียนทำหน้าที่พ่อได้สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว พวกเขาถือเป็ 'ครอบครัว' รุ่นแรกที่จ้าวหานเหยียนรับดูแลอย่างใกล้ชิด
ต่อมาตระกูลจ้าวจึงได้สร้างโรงเรือนไว้ให้สำหรับเด็กที่ถูกอุปถัมภ์มาจนถึงทุกวันนี้ และส่วนมากเด็กที่เติบโตขึ้นมาในแต่ละรุ่นก็จะกลายเป็คนของหอรวมภูต และกระจายตัวกันไปอยู่ในที่ต่างๆ ตามความพอใจของตนเอง
จนทุกวันนี้หอรวมภูตกลายเป็ครอบครัวที่ใหญ่มาก และมีบุคลากรชั้นยอดอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งพวกเขาเ่าั้พร้อมที่จะกำจัดทุกปัญหาเพื่อให้จ้าวหานเหยียนทำงานได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นตระกูลเว่ยกับตระกูลซ่งเป็ต้น ทั้งๆ ที่ผมแค่ขอให้พวกเขาไปสืบดูเท่านั้น แต่พอวันต่อมาก็กลายเป็การฆ่าล้างตระกูลไปซะแล้ว แถมยังโยนความผิดให้ตระกูลซ่งที่ชอบขัดแข้งขัดขา คอยเป็เสี้ยนตำเท้าของตระกูลจ้าวอยู่ตลอดอีกด้วย แบบนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง
คนพวกนี้อันตรายจริงๆ
แต่เื่นั้นจะเป็ยังไงก็ช่างมันเถอะ ไว้คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน เอาจริงๆ ตอนนี้ผมเริ่มจะชินกับการเป็จ้าวหานเหยียนขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ ความทรงจำที่ได้รับมาจากเ้าของร่างนี้ทำให้ผมเข้าใจและเคยชินกับอะไรหลายๆ อย่าง ภายในความทรงจำของจ้าวหานเหยียนมันไม่ได้มีเื่ราวที่สวยหรู
ตลอด่ชีวิตที่ผ่านมานั้น จ้าวหานเหยียนมีชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ มาั้แ่เด็กจนโต ในความทรงจำเ่าั้จ้าวหานเหยียนมองเห็นความตายของผู้คนมากมาย และต้องพบเจอกับเหตุการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน การกระทำของจื่อเหลียงในครั้งนี้จึงถือเป็เื่ที่เล็กน้อยมากสำหรับเขาคนนั้น
นี่ผมดันเข้ามาอยู่ในร่างของปีศาจจิตใจบิดเบี้ยวหรือยังไงกันนะ คนที่มีตรรกะความคิดแบบนั้นยังจะถือว่าเป็คนคนหนึ่งอยู่ได้ยังไง ผมที่เคยอาศัยอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างสงบสุขและเรียบง่ายในแต่ละวัน กลับต้องมาอยู่ในโลกคู่ขนานที่การฆ่าฟันกันถือเป็เื่ปกติ เป็โลกที่วัดค่าความเป็คนด้วยกำลังและอำนาจ
มันคงจะไม่มีใครสามารถทำใจยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับเื่เ่าั้ได้อย่างรวดเร็วนักหรอก ซึ่งผมเองก็เป็แบบนั้น แม้ว่าตอนนี้ผมจะพยายามทำใจให้ชินยังไงก็แล้วแต่ แต่ลึกๆ แล้วในใจก็ยังคัดค้านตรรกะที่บิดเบี้ยวเ่าั้อยู่ดี
..แต่ก็เอาเถอะ ต่อให้ผมจะร้องไห้คร่ำครวญหรือสติแตกยังไงมันก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น เื่ที่ผ่านมาแล้วผมไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทั้งนั้น แต่นับจากนี้ต่อไปผมในฐานะจ้าวหานเหยียนคนใหม่จะต้องคอยอบรมเลี้ยงดูลูกๆ ให้ดีที่สุด อย่างน้อยผมต้องทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าการฆ่าคนล้างตระกูลนั้นเป็เื่ที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
•
หลังจากที่เจียงจื่อเหลียงเดินออกมาจากห้องทำงานของนายท่านที่เคารพรัก เขาก็ไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้ามายังหอล่าภูตทันที ถึงแม้นายท่านจะบอกว่าไม่้าผู้ติดตาม แต่อย่างไรเื่นี้ก็ไม่ควรประมาท อย่างน้อยก็ควรจะจัดยอดฝีมือแอบติดตามไปด้วยก็ยังดี
โชคดีหน่อยที่พี่น้องของเขาได้กลับมาประจำอยู่ที่หอรวมภูตแล้ว ซึ่งหากเป็พวกเขานายท่านคงไม่ว่าอะไรหากพวกเขาจะตามไปด้วย พวกเราทั้งเจ็ดที่ได้เติบโตมาพร้อมๆ กับนายท่าน กินนอนด้วยกัน เรียนด้วยกัน และมีอาจารย์คนเดียวกัน เป็ครอบครัวที่มีนายท่านเป็ 'ท่านพ่อ'นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้เรียกนายท่านเช่นนั้น วันเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก...
เมื่อเขามาถึงยังหอล่าภูตก็ได้เรียก 'พี่ๆ' มาหารือเร่งด่วนทันทีเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา
"มีเื่อะไรเร่งด่วนหรือเ้าเจ็ดจึงได้เรียกพวกเรามารวมกันเช่นนี้"พี่ใหญ่ เจียงจื่อหลงถามขึ้น
"พรุ่งนี้นายท่านจะไปพักที่นอกเมืองโดยไร้ผู้ติดตามคนอื่นนอกจากข้า ข้าจึงอยากให้พวกท่านขอนายท่านตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย"
พี่รอง เจียงจือหยาถามต่อ "แล้วนายท่านจะไปซักกี่วันล่ะ"
"ยังไม่แน่ชัดแต่คงจะหลายวันอยู่"
พี่สาม เจียงจื่อหลิงพูดขึ้น "แค่พวกเราเจ็ดคนอาจไม่พอ เมื่อเร็วๆ นี้ข้าได้ข่าวว่านายท่านถูกวางยาพิษไม่ใช่หรือ"
"เื่นั้นข้าจัดการไปเรียบร้อยแล้ว"
พี่สี่ เจียงจื่อหลานส่ายหน้าเบาๆ ก่อนพูด "แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ก่อนหน้านี้เ้าที่อยู่ใกล้นายท่านที่สุดกลับเลินเล่อปล่อยให้มีหนูสกปรกเล็ดลอดเข้าไปทำร้ายนายท่านถึงในจวน จนข้าต้องรีบเฆี่ยนม้านับพันลี้กลับเมืองหลวง เ้าเจ็ดครั้งนี้ถือเป็บทเรียนที่มีราคาแพงมาก แล้วอย่าได้ลืมไปรับโทษที่หอลงทัณฑ์ด้วยล่ะ"
"ใช่ความผิดของข้าคนเดียวหรือไง พวกท่านที่น่าจะมาถึงเมืองหลวงั้แ่เมื่อเดือนก่อนแล้วกลับมัวแต่ก็ระเหยแวะชมดอกหญ้าข้างทางเลยมาไม่ถึงสักที ส่วนข้าที่ต้องแฝงตัวอยู่ในกองทัพกว่าจะหลบออกมาได้ก็ไม่ใช่เื่ง่าย..โชคยังดีที่คราวนี้นายท่านไม่เป็อะไรมาก ไม่อย่างนั้นแล้วก็เฮ้อ! ข้าไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ "
พี่ห้า เจียงจื่อเวยทอดถอนหายใจอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เพราะสิ่งที่เ้าเจ็ดพูดมาเป็เื่จริงที่เขาและพี่น้องคนอื่นๆ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ "เอาเป็ว่าเื่โทษกันเองนี่พักไว้ก่อน ใครที่รู้ตัวว่าทำผิดก็เดินไปรับโทษที่หอลงทัณฑ์เอง ส่วนตอนนี้นอกจากพวกเราแล้วยังไงก็ต้องจัดคนคุ้มกันนายท่านเพิ่มอย่างเร่งด่วน"
"แล้วนายท่านจะยินยอมหรือ"
พี่หก เจียงจื่อซ่านพูดขึ้น "หากนายท่านไม่ยินยอมพวกเราก็มีแต่ต้องงัดลูกไม้เดิมๆ ออกมาใช้นั่นแหละ ไม่ว่ายังไงเื่ความปลอดภัยของนายท่านก็จะประมาทไม่ได้อีกเป็อันขาด"
"เช่นนั้นคงต้องรีบจัดการวางกำลังคนแล้วล่ะ ยิ่ง่นี้มีเื่ที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจสักเท่าไหร่ด้วย โดยเฉพาะกับจักรพรรดิหยางเทียนหลง คนคนนั้นเริ่มระแคะระคายเื่ของเราแล้ว"
"เอาเถอะ ต่อให้ระแคะระคายก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เอาเป็ว่าเื่จัดคนคุ้มกันพวกเราจะจัดการเอง..เ้าเจ็ดข้าว่ารีบกลับไปหานายท่านเสีย หากนายท่านรู้ว่าเ้าแอบออกมาคงโกรธไม่น้อย"พี่สามพูดขึ้น
"อืม ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ"
จื่อเหลียงไม่รอช้าที่จะเร่งฝีเท้ากลับจวนสกุลจ้าวทันที และดูเหมือนจะเป็จริงดังคาด นายท่านที่นั่งจิบชาอยู่เงียบๆ ในห้องพักของเขา มันบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าในเวลานี้นายท่านอารมณ์ไม่ดีอย่างแน่นอน
"เ้าไปที่ไหนมาหรือจื่อเหลียง มิใช่ข้าบอกให้เ้ามาพักหรอกหรือ.."
"นายท่าน ข้าไปหาพี่ๆ ที่หอล่าภูตมาขอรับ"
"เด็กดื้อ..ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไปกับเ้าเพียงลำพังเหตุใดเ้าจึงพูดไม่รู้ฟังบ้าง"
"ความปลอดภัยของนายท่านเป็สิ่งที่สำคัญมากนะขอรับ..แล้วเหตุใดนายท่านจึงไม่อยากให้มีผู้ติดตามไปด้วยเล่าขอรับ"
..เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนที่สุดแสนอันตรายแบบพวกนายหลายๆ คนพร้อมกันน่ะสิ! หากผมคีพคาแร็คเตอร์ใด้ไม่แเีพอ จะไม่โดนพวกนายจับแยกชิ้นส่วนหรือ!!..เอวาได้แต่ร่ำร้องอยู่ภายในใจก่อนรีบหาข้ออ้างที่พอจะฟังขึ้น เพื่อไม่ให้มีพิรุธจนทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายเื่ตัวตนของเขาได้
"เพราะข้าไม่อยากให้มันกลายเป็เื่วุ่นวาย ข้าเพียงแค่จะไปพักผ่อนนอกเมืองเท่านั้น ไม่เห็นจำเป็ที่ต้องมีผู้ติดตามเลยแม้แต่น้อย"
"...นายท่าน"
ผมรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะห้ามอีกเพราะมันยิ่งจะเพิ่มความน่าสงสัยขึ้น สุดท้ายเขาก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย แล้วค่อยคิดหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางๆ ก่อนเท่านั้น "ช่างเถอะ เ้าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ข้าจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน..เอาล่ะคราวนี้เ้าจะนอนดีๆ หรือจะให้ข้ากล่อมเ้านอนดีล่ะ ลูกรัก"
"ข้าโตแล้วนายท่านอย่าได้ลำบากเพราะข้าเลย กลับกันข้ายินดีกล่อมนายท่านนอนเองดีหรือไม่ขอรับ"
"..ไม่ดี อีกเดี๋ยวข้าต้องไปที่สถานเริงรมย์อีก และคงต้องอยู่ที่นั่นจนย่ำรุ่ง เ้าก็พักเถอะข้าไม่กวนเ้าแล้ว"
"ให้ข้าไปด้วยดีหรือไม่ขอรับ"
"ไม่ต้องหรอก ข้าอยากให้เ้าพักผ่อนมากกว่า”
"เช่นนั้นน้อมส่งนายท่านขอรับ"
"อืม"
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
หากชอบอย่าลืม comment เป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รัก readerทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
"จุ๊บๆ