ลู่สือม่านนำหญ้าปีกค้างคาวกลับมาที่หอจันทราโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนอีกทั้งหญ้าปีกค้างคาวที่นางนำกลับมาไม่ใช่แค่เพียงหนึ่งใบหรือสองใบแต่เป็หญ้าปีกค้างคาวทั้งต้นยามที่ฉินเหยาได้เห็นต้นหญ้าปีกค้างคาวดวงตาของนางก็พลันวาวโรจน์ขึ้นมาในทันที
“ไม่เลวเลยศิษย์น้องสมแล้วที่เ้าเป็บุตรสาวคนโตของท่านเ้าเมืองเทียนเหอคนที่คอยให้ความช่วยเหลือเ้านับว่าเป็ผู้ที่มีความสามารถอย่างแท้จริง”เมื่อฉินเหยาเอ่ยเช่นนี้ หลินฮุ่ยจูเสิ่นหว่านอี้และมู่หนานกวงก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ยามนี้ความสนใจของทุกคนต่างก็พุ่งตรงไปที่หญ้าปีกค้างคาวที่ยังคงสดใหม่อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะสามารถนำมาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้
“หากข้าบอกว่าข้าสามารถนำหญ้าปีกค้างคาวนี้กลับมาได้ด้วยตนเองพวกท่านจะเชื่อข้าหรือไม่เ้าคะ”ลู่สือม่านเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจังแต่ศิษย์พี่ของนางกลับไม่ได้ให้ความสนใจในตัวนางยามนี้สิ่งที่คนทั้งสี่กำลังให้ความสนใจก็คือหญ้าปีกค้างคาวต่างหาก
“เ้าอยากให้พวกข้ารับปากเื่อะไรก็บอกมาได้เลย”ฉินเหยาเอ่ยออกมาทั้งที่สายตาของนางไม่ได้ละมาจากหญ้าปีกค้างคาวในกล่องไม้ลู่สือม่านพ่นลมหายใจออกมาแล้วเอ่ยออกมาตามตรง
“ข้าและจื่ออิงอยากจะอยู่ในหอจันทราอย่างสงบหลังจากนี้ข้าอยากให้พวกท่านช่วยเกื้อกูลพวกข้าให้มากขึ้นสักหน่อยผ่อนปรนให้พวกข้าบ้างข้ารับรองว่าวันหน้าทั้งข้าและจื่ออิงจะเป็ศิษย์น้องที่ดีไม่ทำให้พวกท่านต้องรู้สึกคับข้องใจในการกระทำของพวกข้า”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ฉินเหยาก็พยักหน้าพลางเอ่ยรับปากออกมา
“ได้! ข้ารับปากเ้าเพียงแต่หลังจากนี้ห้ามพวกเ้าใช้ความเป็บุตรสาวของคนใหญ่คนโตมาอวดเบ่งในหอจันทรา”เมื่อฉินเหยาเอ่ยเช่นนี้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงก็เอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันในทันที
“พวกข้าไม่เคยอวดเบ่ง”แล้วลู่สือม่านจึงได้เอ่ยต่อ
“เื่ที่ข้าเข้ามาอยู่ในสำนักได้ทั้งๆที่ไม่มีพลังปราณคงจะทำให้พวกท่านรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมต่อพวกท่านแต่พวกท่านดูหญ้าปีกค้างคาวเหล่านี้เถิดแม้ว่าข้าจะไร้ซึ่งพลังปราณแต่ข้าก็มีความสามารถทางด้านอื่นมาชดเชยทั้งจำแนกสมุนไพร วิธีการเสาะหาและวิธีการหลอมยา ข้าล้วนมีความสามารถเพียงพอที่จะเข้ามาอยู่ในสำนักถงซานแห่งนี้แท้จริงแล้วในใจข้าหาได้้าบรรลุสู่วิถีเซียนข้าก็แค่อยากจะเข้ามาฝึกบำเพ็ญเพียรแม้ว่าชีวิตนี้อาจจะไม่ได้มีพลังปราณเฉกเช่นผู้อื่นแต่ข้าเชื่อว่าสำนักถงซานแห่งนี้จะต้องมีอีกหลายสิ่งให้ข้าได้เรียนรู้และนำกลับใช้อย่างแน่นอน”
คำพูดของลู่สือม่านทำให้ซวีจื่ออิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วนางจึงได้เอ่ยวาจาสนับสนุนคำพูดของลู่สือม่านออกมา
“พวกข้าไม่มีหน้าไปอวดเบ่งกับผู้ใดแน่ตัวข้าเองแม้ว่าจะเป็คนสกุลซวี แต่ฐานะของข้าแตกต่างจากพี่หญิงทั้งสองของข้ามากดังนั้นเื่ที่พวกท่านกำลังกังวลใจอยู่ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงจังและจริงใจจากศิษย์น้องทั้งสองฉินเหยา หลินฮุ่ยจู เสิ่นหว่านอี้และมู่หนานกวงต่างหันไปสบตากันราวกับจะขอความเห็นซึ่งกันและกันเสิ่นหว่านอี้ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะได้พบกันสักกี่ครั้งเขาก็แทบจะไม่เคยเอ่ยวาจาอันใดออกมาแต่ยามนี้เขากลับเอ่ยกับลู่สือม่านและซวีจื่ออิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ
“พวกข้าหาใช้ศิษย์พี่ที่ชอบข่มเหงศิษย์น้องเพียงแต่พวกข้าล้วนเป็ผู้บำเพ็ญที่มาจากครอบครัวคนธรรมดาพลังปราณก็หาได้สูงส่งเฉกเช่นศิษย์ของหออื่นๆ ในสำนักกว่าพวกข้าจะเป็เช่นนี้ได้ต้องผ่านความลำบากมาตั้งมากมายพวกข้าจึงคิดว่าเ้าสองคนที่พึ่งเข้ามาใหม่ หากไม่ได้รับความลำบากเสียบ้างก็จะไม่รู้คุณค่ายามนี้เมื่อได้เปิดอกพูดคุยกันได้ก็นับว่าเป็เื่ดีวันหน้าพวกเราศิษย์พี่ศิษย์น้องจะได้ไม่มีเื่คลางแคลงใจต่อกันอีก”เมื่อเสิ่นหว่านอี้เอ่ยเช่นนี้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงก็ต่างค้อมกายลงพร้อมกันแล้วเอ่ยออกมาด้วยความนอบน้อม
“ขอศิษย์พี่ทั้งสี่โปรดวางใจพวกข้าสองคนจะเป็ศิษย์น้องที่ดี วันหน้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องผิดหวัง”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ฉินเหยาก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยกับลู่สือม่านและซวีจื่ออิงด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น
“ไม่ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนเช่นนี้หรอกแค่วันหน้าพวกเ้าไม่คิดจะใช้อำนาจของสกุลมากดขี่พวกข้า พวกข้าก็พึงพอใจแล้ว”คำพูดของฉินเหยาทำให้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงยิ้มออกมา
“เพียงแต่ศิษย์ของหอเมฆาเหตุใดจึงได้มาหมกตัวอยู่ที่นี่ทุกวันเ้าไม่กลัวว่าศิษย์พี่ของเ้าจะมีความคิดที่ไม่ดีต่อเ้าบ้างหรือ”มู่หนานกวงเอ่ยกับลู่สือหลิงด้วยน้ำเสียงเ็า ลู่สือหลิงจึงได้ตอบกลับคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงเ็าที่ทัดเทียมกัน
“เดิมทีพวกเขาก็คิดไม่ดีต่อข้าอยู่แล้วพึ่งเข้าสำนักมาก็ได้เข้าไปเป็ศิษย์สายตรงของหอเมฆาอีกทั้งพลังปราณของข้าก็ก้าวะโนำหน้าพวกเขาหลายคน พวกเขาย่อมจะไม่มีสีหน้าดีๆให้ข้าอยู่แล้ว” ลู่สือหลิงเอ่ยออกมาแล้วหันไปจ้องมองลู่สือม่าน
“อยู่ที่หอเมฆามีแต่คนที่ชอบทำตัวสูงส่งข้าจะทำสิ่งใดก็ล้วนถูกจับตามองตลอดข้าจึงคิดว่าข้าควรจะหลบหนีมาหมกตัวอยู่ที่ดีกว่าการที่ได้เฝ้าดูพี่หญิงของข้าวิ่งเท้าเปล่าไปมาทำงานให้พวกท่านทุกวันมันทำให้ข้ารู้สึกรื่นรมย์กว่าตั้งเยอะ”เมื่อลู่สือหลิงเอ่ยเช่นนี้ลู่สือม่านก็หันไปย่นจมูกใส่ลู่สือหลิงแต่ลู่สือหลิงกลับไม่สนใจหันไปใช้พลังปราณรดน้ำต้นสมุนไพรอย่างตั้งอกตั้งใจต่อ
หลังจากนั้นลู่สือม่านและซวีจื่ออิงก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในหอจันทราได้อย่างราบรื่นพอไม่มีความระแวดระวังเื่ฐานะ อีกทั้งยังมีการเปิดอกพูดคุยกันตามตรงทั้งฉินเหยา หลินฮุ่ยจูเสิ่นหว่านอี้และมู่หนานกวงก็ต่างละอคติที่มีต่อศิษย์น้องทั้งสองคนลงส่วนเื่ที่ลู่สือหลิงมาเป็แขกที่หอจันทราทุกวันพวกเขาไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจถึงอย่างไรการมาของลู่สือหลิงก็เหมือนกับการมีคนมาช่วยงานเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้วพวกเขาจะมามัวคิดมากกับการมาของลู่สือหลิงไปทำไม
หลังจากวันที่ลู่สือม่านนำหญ้าปีกค้างคาวกลับไปที่หอจันทรานางก็ไม่ได้พบกับไป๋เฟิงอีกสำหรับนางแล้วศิษย์พี่ผู้นี้อยู่ห่างไกลจากคนสิ้นไร้พลังปราณเช่นนางเป็อย่างมากเขาคือศิษย์พี่ที่มีแนวโน้มว่าจะได้บรรลุเป็เซียนคนต่อไปของสำนักส่วนนางคือศิษย์ใหม่ที่ไม่มีพลังเซียนแม้แต่เศษเสี้ยวดังนั้นทั้งนางและเขาต่างก็อยู่คนละเส้นทางจึงเป็เื่ยากที่จะได้พบกันอีกอีกทั้ง่นี้นางได้ใช้ชีวิตในหอจันทราอย่างสะดวกสบายจนลืมเลือนเื่ที่เคยพบเขาไปเสียสนิท
“เหตุใดวันนี้ไม่เห็นหลิงหลิงเล่าพวกเ้าสองพี่สองทะเลาะกันอีกแล้วหรือ” ซวีจื่ออิงเอ่ยถามออกมาตามตรงเมื่อเห็นว่าลู่สือหลิงไม่ได้มาหาพวกนางอย่างที่มักจะทำเป็ประจำ
“ข้าได้ยินมาว่ายามนี้เ้าสำนักออกจากด่านกักตนแล้วนางที่ได้เป็ลูกศิษย์สายตรงคนใหม่ย่อมจะต้องไปคำนับและฝากตัวเป็ศิษย์อย่างเต็มพิธีการอีกครั้ง”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ซวีจื่ออิงก็พยักหน้า
เ้าสำนักเวินเหยียนผ่านเข้าสู่ระดับขั้นฝานซูได้เป็ผลสำเร็จแล้วยามนี้ผู้คนทั้งสำนักต่างก็พากันยินดีกับเื่นี้เป็อย่างมากหากท่านเ้าสำนักสามารถผ่านขั้นฝานซูนี้ไปได้ก็จะเข้าสู่ขั้นต้าเฉิงผู้ที่มีพลังปราณถึงขั้นนี้ก็จะถือว่าบรรลุถึงจุดสูงสุดของพลังปราณก้าวเข้าสู่การเป็เซียนอย่างเต็มตัว
“ม่านม่าน จื่ออิงพวกเ้าไม่ได้ไปดูความครึกครื้นที่หอเมฆากันหรอกหรือ”เสียงของฉินเหยาทำให้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงหันไปมองนางในทันที
“เกิดอะไรขึ้นที่หอเมฆาหรือเ้าคะศิษย์พี่ฉิน”ซวีจื่ออิงเอ่ยถามด้วยความสนอกสนใจในทันทีเมื่อครู่นี้พวกนางพึ่งจะพูดถึงลู่สือหลิงไปยามนี้ยังมีคนพูดถึงหอเมฆาที่ลู่สือหลิงฝากตัวเป็ศิษย์สายตรงทั้งซวีจื่ออิงและลู่สือม่านจึงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในทันที
“ข้าได้ยินมาว่าท่านเ้าสำนักกำลังจะคัดเลือกคู่บำเพ็ญให้ศิษย์พี่ไป๋ ศิษย์พี่ที่มีความโดดเด่นมากที่สุดของสำนักถงซานของพวกเรามีคนพูดกันว่าการคัดเลือกคู่บำเพ็ญในครั้งนี้เป้าหมายคือผู้บำเพ็ญที่เป็สตรีของหอเมฆาอ้อ!ข้าได้ยินมาว่าหลิงหลิงของพวกเ้าก็เป็หนึ่งในตัวเลือกของท่านเ้าสำนักด้วยนะความงดงามและพลังปราณของนางทำให้คนไม่อาจจะมองข้ามไปได้จริงๆ”เมื่อฉินเหยาเอ่ยเช่นนี้ลู่สือม่านก็ขยับกายลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไปที่หอเมฆาในทันที
‘ศิษย์พี่ไป๋โดดเด่นถึงเพียงนั้นคนที่ถูกเลือกให้เป็คู่บำเพ็ญย่อมไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบแน่’ ลู่สือม่านคิดอยู่ในใจพลางรีบไปที่หอเมฆาด้วยความเป็ห่วงลู่สือหลิงถึงแม้พวกนางจะชอบทะเลาะเบาะแว้งกันแต่ถึงอย่างไรลู่สือหลิงก็เป็น้องสาวของนางนางย่อมจะไม่อยากจะมองเห็นลู่สือหลิงกลายเป็เป้าโจมตีของผู้อื่น