บ้านสกุลจาง
เมื่อเกี้ยวของเ้าสาวถูกวางลงที่หน้าบ้านสกุลจาง ซิงอีจึงค่อย ๆ ก้าวออกมาจากเกี้ยว ผู้คนมากหน้าหลายตามารวมงานเพราะพวกเขาล้วนอยากชื่นชมความอลังการของงานในวันนี้
“ทำไมตัวข้ารู้สึกประหม่าจัง!”
ซิงอีพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ที่นางจะรู้สึกประหม่าก็ไม่ใช่เื่ที่น่าแปลกอะไร เพราะโดยปกติแล้วเธอมักจะอยู่แค่ในจวน ไม่เคยไปร่วมงานรื่นเริงที่ไหนเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากหยางฮูหยิน เว้นเสียแต่จะเป็งานที่บิดาของเธอไปด้วย
ซิงอีทำได้เพียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในจวนเพื่อเข้าพิธีวิวาห์
ทางด้านของภีมที่อยู่ในร่างของเฟยหรงก็รู้สึกหนักใจไม่ต่างอะไรกับซิงอี เพราะว่าเขานั้นอยากจะกินนอน และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปวัน ๆ แต่เขากลับโดนบิดา และมารดาของเขามัดมือชกให้แต่งงานกับคุณหนูบ้านสกุลหยาง ทั้ง ๆ ที่ตัวเขายังไม่เคยเห็นหน้าค่าตานางเลยสักครั้ง อีกหนึ่งเื่ที่เขาเป็กังวลมากก็คือหาก “ลิลลี่” แฟนสาวในชาติภพปัจจุบันที่เขาจากมารู้เข้าเธอจะคิดอย่างไร คิดดูแล้วเขาก็ยิ่งกลัดกลุ้มใจ
ยังไม่ทันที่เฟยหรงจะได้จินตนาการต่อไปจนจบ ลี่ิก็เข้ามาเรียกเขาออกจากห้องเพื่อไปทำพิธี เพราะตอนนี้ว่าที่ฮูหยินของเขาได้มาถึงที่จวนแล้ว
“คุณชาย ท่านรีบออกไปได้แล้วขอรับ ปล่อยให้ทุกคนรอนานมันจะไม่ดี”
“ลี่ิ...ข้าไม่อยากแต่ง ข้าไม่ได้รักนาง ข้ามีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว
“หึ! หญิงสาวนางใดกันที่ทำให้คุณชายของข้าตกหลุมรัก? เหตุใดลี่ิไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน”
“เอาเถอะ เ้าอย่าสนใจไปเลย เื่ของข้ากับสาวงามนางนั้นคงเป็ไปไม่ได้อีกแล้ว”
“ขอรับคุณชาย แต่ข้าว่าตอนนี้เราควรจะออกไปได้แล้ว”
“ในเมื่อไม่มีทางเลือก เห็นทีว่าข้าคงต้องตามน้ำไปก่อน แล้วข้าค่อยหาเื่หย่ากับนางทีหลังก็ได้”
เมื่อลี่ิได้ยินในสิ่งที่คุณชายของเขาพูด เขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ก็เป็ตัวของคุณชายเองที่รบเร้าให้ตัวเขาและคุณหนูสกุลหยางได้เข้าพิธีวิวาห์ในเร็ววัน
เมื่อเ้าบ่าวเ้าสาว และบุคคลสำคัญในงานต่างมาพร้อมกันแล้ว พิธีวิวาห์จึงเริ่มต้นขึ้น
เฟยหรงขยับตัวเข้ามาใกล้ซิงอี เขาพยายามสอดส่องดูใบหน้าของนางผ่านผ้าคลุมหน้า แต่ไม่ว่าจะพยายามมองอย่างไรก็มองไม่เห็น เนื่องจากผ้าที่ใช้คลุมหน้าดันหนาเกินไป
วันนี้เป็วันมงคล ซิงอีจึงได้ทำความสะอาดดูแลผิวพรรณและเส้นผมของนางมาเป็อย่างดีจนสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม หลังจากนั้นนางจึงชโลมตัวเองด้วยเครื่องหอม ซึ่งกลิ่นหอมบนตัวของนางนั้นก็หอมจนรบกวนจิตใจของเฟยหลงว่าที่สามีของนาง
เฟยหรงได้แต่คิดอยู่ในใจว่าซิงอีนางใช้อะไรกัน ทำไมถึงมีกลิ่นตัวที่หอมชวนหลงใหลคล้ายกับสาวในโลกอนาคตของเขาที่ชอบใช้น้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแพง
“เอาล่ะถ้ามาพร้อมกันแล้ว ก็เริ่มพิธีได้” เสียงของจางฮูหยินดังขึ้น พิธีจึงดำเนินไปเรื่อย ๆ
“หนึ่ง...คำนับฟ้าดิน”
“สอง...คำนับพ่อแม่”
“สาม...เ้าบ่าวและเ้าสาวคำนับกัน”
เมื่อทั้งเฟยหรงและซิงอีคำนับกันเสร็จแล้ว ต่อไปก็เป็การส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอ
ณ ห้องหอ
ซิงอีนั่งลงบนเตียงในขณะที่ผ้าคลุมศีรษะก็ยังคลุมใบหน้าของนางอยู่ เธอนิ่งเงียบไม่พูดอะไรจนทำให้เฟยหรงรู้สึกอึดอัด
“นี่ ! เ้าจะไม่พูดอะไรกับข้าสักหน่อยหรอ?”
“คือ ข้า ข้า...จากนี้ไปข้าขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านด้วย”
“หึ! เ้าโปรดรู้ไว้ด้วย ว่าข้ากับเ้านั้นแต่งกันก็ในนามเท่านั้น”
เมื่อซิงอีที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับน้ำตาร่วง เพราะนางได้รับรู้มาว่างานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นในครั้งนี้นอกจากจะเป็เพราะคำมั่นสัญญาของพ่อนางกับสกุลจางแล้ว แต่ก็ยังเป็ความปรารถนาของจางเฟยหรงด้วย ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดกันจิตใจของเขาถึงเปลี่ยนไป หรือว่า คนที่เขามีใจและอยากแต่งงานด้วยจะไม่ใช่นาง แต่เป็พี่ใหญ่อย่างซิงเยี่ยน
“สตรีเช่นข้า...ไม่เคยมีความหวังและความสุขเหมือนกับคนอื่นอยู่แล้ว...ดังนั้น หากท่านอยากจะทำอะไรก็ทำเถิด”
พอพูดจบซิงอีก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง จนเฟยหรงได้ใจนต้องเดินเข้ามาขอโทษและปลอบใจนาง ในใจของเขาก็คิดว่าหรือเขาจะพูดกับนางแรงเกินไป
*******************************************
ขอบคุณทุกแรงติดตามและกำลังใจค่ะ![]()