รอยยิ้มขี้เล่นของเด่นค่อยๆจางลงเมื่อเห็นว่าคนน้องที่นั่งฝั่งตรงข้ามก้มหน้างุด ไม่ยอมสบตาปลายนิ้วของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากการหมุนแก้วเบียร์เล่น มาเป็พับกระดาษทิชชูในมือไปมาจนมันยับยู่ยี่ความร่าเริงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดอย่างฉับพลัน
ในจังหวะนั้นเองที่เงาของใครคนหนึ่งทาบทับลงบนโต๊ะของพวกเขาพนักงานสาวในชุดทะมัดทะแมงกำลังเดินตรงมาทางนี้พร้อมกับขวดเบียร์ในมือ
เด่นซึ่งััได้ถึงความประหม่าที่เพิ่มขึ้นของคนน้องจึงรีบเปลี่ยนเื่คุยในทันที
“แล้วเมื่อไหร่…”
“มึงจะแนะนำกูให้ ‘พี่ผู้จัดการร้านของมึง’รู้จักสักที”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบประจวบเหมาะกับที่พนักงานเสิร์ฟวางขวดเบียร์เย็นฉ่ำลงบนโต๊ะจนเกิดเสียง ‘กึก’ เบาๆไอความเย็นจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบขวดแก้วสีชา ชวนให้รู้สึกสดชื่น
พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มยังไม่เดินจากไปในทันทีมือเรียวของเธอหยิบที่คีบน้ำแข็งขึ้นมาบรรจงคีบก้อนน้ำแข็งสี่เหลี่ยมใสสะอาดใส่ลงในแก้วทรงสูงสองใบจนเกิดเสียง ‘กริ๊ง’เย็นๆ
จากนั้นจึงใช้ที่เปิดขวดซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวงัดฝาจีบออกอย่างคล่องแคล่ว เสียงลมดัง ‘ฟู่’ พร้อมกับควันจางๆที่ลอยออกมาจากปากขวด
เธอเอียงแก้วในองศาที่พอเหมาะ ก่อนจะค่อยๆรินเบียร์สีอำพันให้ไหลไปตามแนวโค้งของแก้ว ฟองเบียร์สีขาวนวลค่อยๆฟูขึ้นมาอย่างนุ่มนวลจนเกือบจะแตะขอบแก้วพอดิบพอดี เป็ภาพที่น่ามอง
หญิงสาววางแก้วทั้งสองลงตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนอย่างนิ่มนวลโค้งตัวเล็กน้อยเป็เชิงขอบคุณ แล้วจึงเดินจากไปอย่างเงียบเชียบทิ้งไว้เพียงเบียร์สองแก้วที่ส่งไอเย็น และความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง...
อั๋นไม่ตอบในทันทีเขาทำเพียงยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองเด่นแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองตามแผ่นหลังของพนักงานสาวที่เดินลับหายไปกับความสลัวของร้าน
เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกเขาอยู่ตามลำพังร่างโปร่งจึงโน้มตัวข้ามโต๊ะไม้เข้ามาหาอย่างช้าๆลดระดับเสียงลงจนกลายเป็เสียงกระซิบ
ราวกับกำลังจะบอกความลับที่สำคัญที่สุดของจักรวาล
“ใจเย็นน่าพี่” เขากระซิบเสียงแหบพร่า
“ของแบบนี้มันมีจังหวะของมันอยู่” อั๋นขยิบตาข้างหนึ่งทำหน้าจริงจังราวกับแม่ทัพใหญ่กำลังวางแผนการรบ
“แผนคือรอให้พี่ชัชแกเมากรึ่มได้ที่ก่อน อีกอย่างนะพี่แต่งหล่อมาขนาดนี้ เดี๋ยวพอเพลงเริ่มซึ้งๆแกก็ต้องหาเื่แวะมาที่โต๊ะเราอีกรอบแน่...ถึงตอนนั้นแหละ เดี๋ยวผมเปิดให้เองรับรองว่าเนียนกริบ”
เด็กหนุ่มทรุดนั่งตามเดิมพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาอย่างมีแผนการเขายกแก้วเบียร์เย็นเฉียบตรงหน้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมด สีหน้าหลังจากได้ดื่มทำให้อั๋นรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
“เออๆ หวังว่าแผนมึงจะได้ผล”เด่นส่ายศีรษะช้าๆ ระบายลมหายใจออกมาเป็เสียงหัวเราะในลำคอ
“แต่อย่าชิงเมาตัดหน้ากูจนลืมแผนตัวเองซะล่ะ”
ว่าจบมือหนาก็เอื้อมไปคว้าขวดเบียร์ที่ยังหนักอึ้งขึ้นมาบรรจงเอียงขวดรินของเหลวสีอำพันลงในแก้วของอั๋นอย่างนุ่มนวลที่สุดเสียงฟองฟู่ซ่าดังแ่เบา ก่อนที่เขาจะเลื่อนแก้วที่เต็มปรี่นั้นส่งให้ตรงหน้า
“ขอบคุณครับพี่ชาย!”อั๋นรับแก้วไปพร้อมรอยยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเป็สระอิเขายกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันได้สังเกตว่า แววตาของคนที่มองอยู่ได้อ่อนแสงลงอย่างประหลาดในชั่วขณะที่รอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นมา
…
ลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาเป็ระยะช่วยขับไล่ความอับชื้นของค่ำคืนในฤดูฝนลานดาดฟ้าแห่งนี้เป็เหมือนโลกอีกใบที่ตัดขาดจากความสับสนวุ่นวายเบื้องล่าง
โต๊ะไม้แต่ละตัวถูกจัดวางห่างกันพอให้รู้สึกเป็ส่วนตัวแสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟดวงเล็กที่พันอยู่ตามราวเหล็กและต้นไม้ประดับขับให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความผ่อนคลาย
เสียงเพลงฟังสบายคลอเคล้ากับเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันเบาๆเป็ฉากหลังให้กับการทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองที่ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า
เวลาเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าจำนวนขวดเบียร์เปล่าบนโต๊ะเพิ่มขึ้นทีละน้อยวงดนตรีโฟล์คซองที่เคยบรรเลงเพลงสากลจังหวะสบายๆเปลี่ยนเป็วงใหม่ที่มาพร้อมกับกีตาร์โปร่งและเสียงร้องทุ้มนุ่ม
บทเพลงที่เล่นเริ่มเปลี่ยนเป็เพลงรักช้าๆเนื้อหาตัดพ้อ พาให้บรรยากาศที่เคยคึกคักเริ่มเจือความเหงาเข้ามาจับขั้วหัวใจ
อั๋นซึ่งแอลกอฮอล์เริ่มแทรกซึมเข้าร่างกายทิ้งแขนลงบนโต๊ะแล้วใช้ฝ่ามือท้าวคางดวงตาคู่สวยทอดมองแสงไฟของตึกรามบ้านช่องอย่างไร้จุดหมายก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอึกแล้วอึกเล่าราวกับจะดับกระหายที่ไม่มีวันสิ้นสุด
อาการของเขาไม่ต่างจากคนเพิ่งผ่านสมรภูมิรักมาสดๆร้อนๆ
“ไอ้อั๋น! มึงจะรีบไปถึงไหนเดี๋ยวก็ได้มุดโต๊ะก่อนแผนสำเร็จหรอก” เสียงของเด่นที่เริ่มจะอู้อี้เล็กน้อยดังขึ้นเขาโน้มตัวข้ามโต๊ะ ใช้นิ้วชี้จิ้มแขนอีกฝ่ายเบาๆ
“อกหักมารึไง?”
คนที่กำลังจมดิ่งอยู่กับภวังค์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้คนพี่ดวงตาคู่สวยบัดนี้เยิ้มหวานจากการผสมปนเปกันระหว่างฤทธิ์เบียร์และความรู้สึกบางอย่าง
“อย่าให้ผมได้เล่าเลยพี่...” อั๋นทำหน้าเศร้ายกมือขึ้นกุมอกข้างซ้ายอย่างกับพระเอกลิเก
“มันจุกอยู่ในนี้…”
แต่แล้วบทละครเศร้าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่กำลังเดินตรงเข้ามา
“ว่าไงหนุ่มๆ สั่งอะไรเพิ่มไหม!”ชัชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้ประโยคถัดมาจะดูเหมือนแซวอั๋น
“อะไรกัน! ยังไม่ทันไรก็จะเมากันซะแล้ว”แต่ทว่าหางตาคมกริบคู่นั้นกลับเหลือบมองไปทางเด่นเป็พิเศษในขณะที่พูด
“เอ้า! เขยิบหน่อย ขอนั่งด้วยคน”เขาสั่งก่อนจะแทรกตัวลงนั่งข้างๆ อั๋นอย่างเป็กันเอง
“นี่โดนกันไปกี่โปรฯ แล้ว?” ชัชถามพลางกวาดสายตามองซากขวดบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาสบตากับเด่นตรงๆ
“นิดหน่อยครับพี่ นานๆทีเลยเร่งเครื่องไปหน่อย” เด่นตอบกลับอย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันขาดคำอั๋นที่กำลังได้ที่ก็โพล่งขึ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือทั้งหมด
“ที่ไหนกันพี่!อาทิตย์ที่แล้วยังไปอ้วกแตกด้วยกันอยู่เลย...”
คำสารภาพซื่อๆนั้นทำให้เด่นต้องหันขวับไปมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องตัวดี เขายิ้มบางๆแต่ดวงตากลับฉายแววดุขึ้นมาวูบหนึ่ง เป็การส่งสัญญาณเงียบๆ ว่า ‘มึงหยุด!’
เด็กหนุ่มที่เห็นสายตาคมกริบนั้นก็พลันนึกถึง ‘แผนการ’ขึ้นมาได้ เขารีบขยับตัวเข้าไปใกล้ชัชอีกนิดทำตาเป็ประกายก่อนจะเริ่มบทที่เตรียมไว้
“พี่ชัช...ผมได้ข่าวว่าที่ร้านขาดคนเหรอครับ?”เขาเกริ่น ก่อนจะพยักพเยิดไปทางเพื่อนรุ่นพี่
“พี่ดูดิ หุ่นทรงหน้าตาแบบพี่ชายผมเนี่ยพอจะสมัครเป็เด็กเสิร์ฟ เอ๊ย! เด็กดริ๊งก์ที่ร้านพี่ได้ไหม?”
ทันทีที่อั๋นพูดจบแววตาของชัชที่มองไปยังเด่นก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
มันมีความสนใจฉายชัดขึ้นมาเขาหันไปสำรวจร่างสูงของเด่นั้แ่ศีรษะรวมถึงการแต่งกายอย่างไม่ปิดบังก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“โห...ระดับนายแบบขนาดนี้ ไม่ต้องถามเลยผ่านฉลุยอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือคุณเด่นสนใจจริงๆ หรือเปล่าล่ะครับ?”
ชัชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยรอคอยคำตอบจากคนที่ถูกประเมินค่าด้วยสายตาไปเรียบร้อยแล้ว
“ถ้าทางร้านยังเปิดรับอยู่ ผมก็สนใจครับพี่”เด่นตอบกลับด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“แต่ต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยมีประสบการณ์งานบริการมาก่อนเลยครับเรียนจบก็กลับมาอยู่บ้าน ยังไม่ได้ลองหางานที่ไหนจริงจัง”
“อ๋อ! ไม่เป็ไรเลยครับ!”ชัชโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“แบบนี้ยิ่งดีไม่มีประสบการณ์เดี๋ยวเรามาสอนกันได้ ถ้าคุณเด่นสนใจจริงๆ นะ พรุ่งนี้บ่ายโมงเข้ามาคุยรายละเอียดกันที่ออฟฟิศชั้นล่างได้เลย”
“ถ้างั้น...คงต้องรบกวนฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”ร่างสูงยิ้มรับ ขณะเหลือบมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการรินเบียร์แก้วใหม่ให้ผู้จัดการร้านอย่างเอาอกเอาใจสุดชีวิต
“นี่ครับพี่ชัช!”อั๋นยื่นแก้วเบียร์ที่ฟองกำลังฟูนุ่มให้
“ผมฝากพี่ชายผมด้วยนะ รับรองไม่ผิดหวัง!แล้วก็...ปีหน้าผมเรียนจบเมื่อไหร่ จะรีบตามมาสมัครอีกคน!”
“ฮ่าๆๆๆ ได้เลย!” ชัชหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดีเขารับแก้วเบียร์จากอั๋นไปยกขึ้นสูง
“ถ้างั้นก็...ชนแก้ว!”
เสียงแก้วสามใบกระทบกันดังกังวานก่อนที่ทั้งสามจะยกขึ้นดื่มท่ามกลางเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง...
โดยที่เด่นยังคงละสายตาจากรอยยิ้มใสซื่อของอั๋นไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว