องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 75 เดินทางเข้าเมือง

            "แน่นอนเจ้าค่ะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ตอบโดยไม่ลังเลขณะที่พูดคำนี้ออกมา นางกลับรู้สึกหวานล้ำในใจอย่างประหลาดจากนั้นก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา ก้มหน้าลงอย่างขัดเขินแก้มพลันปรากฏรอยแดงระเรื่อสองสาย จางเจิ้นอันยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าขาวเนียนของนางนิ้วหยาบกร้านของเขาระคายผิวนิดๆ

            อันซิ่วเอ๋อร์ถามอีกครั้ง"เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?"

            "ไม่มีอะไร" จางเจิ้นอันส่ายหน้า น้ำเสียงกลับมาผ่อนคลายดังเดิม กล่าวว่า"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวกันในตัวเมืองกัน"

            "หา? ไปจริงๆหรือเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินจางเจิ้นอันพูดเช่นนั้นจ้องมองใบหน้าเขา ราวกับจะค้นหาร่องรอยพิรุธอะไรบางอย่างเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ นางจึงหันหลังวิ่งเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

            ดูท่านางเองก็คงตั้งตารอคอยอยู่ไม่น้อยท่าทางรวดเร็วเป็นพิเศษ ครู่เดียวก็เปลี่ยนชุดสีเขียวอ่อนออกมาแม้ชุดนี้จะเก่าไปบ้าง แต่ก็ยังดีที่ไม่มีรอยปะชุน

            "ชุดนี้ข้าไม่เคยเห็นเจ้าใส่มาก่อน"จางเจิ้นอันละสายตากลับมาแล้วเอ่ยขึ้น

            "นี่เป็นชุดใหม่เจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา เมื่อจางเจิ้นอันถามขึ้นนางก็ยิ่งรู้สึกเขินอายนิดๆ ขยับไปอยู่ตรงหน้าเขา ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง

            "ข้าแต่งตัวเชยเช่นนี้เข้าเมืองไปจะมีคนหัวเราะเยาะข้าหรือไม่เจ้าคะ?"

            "ไม่มีทาง" จางเจิ้นอันส่ายหน้า กล่าวว่า "ครั้งนี้เข้าเมืองข้าจะซื้อชุดใหม่ให้เจ้า"

            "ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะข้าซื้อผ้ามาแล้ว เดิมทีตั้งใจจะตัดเย็บให้ท่านกับข้าคนละชุดแค่ยังทำไม่เสร็จเท่านั้น ใครจะรู้ว่าท่านจู่ๆ ก็บอกว่าจะพาข้าเข้าเมือง"

            อันซิ่วเอ๋อร์คิดอยู่ครู่หนึ่งเงยหน้าขึ้นกล่าว "พี่ใหญ่ของข้าอยู่ในเมืองเจ้าค่ะนานๆ จะได้เข้าเมืองสักที ไปมือเปล่าเช่นนี้ คงไม่เหมาะจะไปเยี่ยมเขา"

            "เจ้าลองดูที่บ้านมีอะไรพอจะนำติดมือไปได้ก็เอาไปด้วยเถิด" จางเจิ้นอันมีหรือจะมองความคิดเล็กๆน้อยๆ ของนางไม่ออก

            "เช่นนั้นข้าไปหาดูก่อนนะเจ้าคะ"อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง เห็นเขาไม่มีท่าทีอะไรจึงแอบเข้าครัวไป

            ไม่ได้เจอพี่ชายมานานแล้วนางจะต้องเอาของขวัญไปฝากเขาเยอะๆ หน่อย พอดีกับเทศกาลตวนอู่ขนมจ้างที่ลูกศิษย์ของสามีให้มา ยังเหลืออีกตั้งเยอะสู้เอาไปให้พี่ใหญ่ทั้งหมดเลยดีกว่า เขาทำงานอยู่ข้างนอกไม่รู้ว่าจะได้กินอิ่มนอนอุ่นหรือเปล่า

            อันซิ่วเอ๋อร์เจอเขาครั้งสุดท้ายเมื่อตอนปีใหม่ตอนนั้นเขาบอกว่าทำงานอยู่ในหอสุราแห่งหนึ่งในเมือง กินอยู่ดี ค่าจ้างก็พอใช้แต่นางกลับรู้สึกว่าเขาคงพูดเกินจริงไปมากเถ้าแก่หอสุราส่วนใหญ่มักจะขี้เหนียวจะตาย คงไม่ดีเหมือนที่เขาพูดแน่ๆ

            น่าเสียดายที่ไก่ที่บ้านยังไม่โตไม่อย่างนั้นคงเอาไข่ไปฝากเขาได้บ้างดังนั้นตอนนี้ในตะกร้าของนางจึงมีเพียงขนมจ้างวางอยู่อย่างเหงาๆอันซิ่วเอ๋อร์จับปลาตัวใหญ่จากในอ่างมาอีกหนึ่งตัวตะกร้าจึงดูไม่ว่างเปล่าจนเกินไป

            คิดอยู่ครู่หนึ่งอันซิ่วเอ๋อร์ตัดสินใจว่าเดี๋ยวเข้าเมืองแล้วค่อยซื้อของให้พี่ใหญ่อีกหน่อยช่วงนี้เก็บเงินส่วนตัวไว้ได้บ้าง เดิมทีตั้งใจเก็บไว้ใช้อย่างอื่นหากเอามาซื้อของขวัญให้พี่ใหญ่ได้ เงินนี้ก็ถือว่าใช้ไปอย่างคุ้มค่า

            นางออกมาจากสวนหลังบ้านยื่นตะกร้าให้จางเจิ้นอัน ส่วนตัวเองวิ่งเข้าห้องไปหยิบเงินส่วนตัวออกมาเอาออกมาครึ่งหนึ่งพกติดตัวไว้ แล้วจึงเดินกลับออกมา ยิ้มให้จางเจิ้นอัน กล่าวว่า"ไปกันเถอะเจ้าค่ะ"

            ทั้งสองเดินออกจากบ้านมาคนหนึ่งนำหน้าคนหนึ่งตามหลังแม้ในบ้านจะไม่มีของมีค่าอะไร อันซิ่วเอ๋อร์ก็ยังลงกลอนประตูอย่างดีแล้วจึงวิ่งเหยาะๆ ตามจางเจิ้นอันไป มาถึงริมแม่น้ำ

            ริมแม่น้ำเรือลำเล็กของเขาจอดเทียบอยู่ที่นั่น มีต้นหญ้าน้ำไม่กี่ต้นไหวเอนอยู่รอบๆดูค่อนข้างอ้างว้าง จางเจิ้นอันขึ้นเรือไปก่อน แล้วยื่นมือให้อันซิ่วเอ๋อร์นางอาศัยแรงจากมือเขาขึ้นเรือไป จางเจิ้นอันพายเรือนางก็ยกม้านั่งตัวเล็กออกจากห้องเก็บของในเรือ นั่งลงข้างๆ เขาอย่างว่าง่ายใช้มือเท้าคาง ไม่รู้ว่ากำลังมองเขา หรือกำลังชมทิวทัศน์ตลอดทาง

            หากเดินเท้าจากหมู่บ้านชิงสุ่ยไปถึงตัวเมืองต้องใช้เวลาค่อนวันต่อให้นั่งรถม้าก็ยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน แต่ถ้าเดินทางทางน้ำกลับใกล้กว่ามากประมาณชั่วยามครึ่งก็ถึงตัวเมืองแล้ว ตลอดทางอันซิ่วเอ๋อร์อารมณ์ดีเป็นพิเศษนางมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ไปพลาง คุยกับจางเจิ้นอันไปพลางจึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก

            ราวกับแค่พริบตาเดียวทั้งสองก็มาถึงตัวเมืองแล้ว ได้ยินเสียงจอแจรอบหู เสียงร้องขายของดังไม่ขาดสายอันซิ่วเอ๋อร์ยังคงสงสัยอยู่บ้าง จนกระทั่งเงยหน้าเห็นแผงลอยริมฝั่งนางถึงเพิ่งมารู้สึกตัวแล้วถามขึ้นว่า "นี่พวกเราถึงตัวเมืองแล้วหรือเจ้าคะ?"

            "อืม" จางเจิ้นอันพยักหน้ากล่าวว่า "พวกเราหาท่าเรือจอดเรือให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเข้าไปเที่ยวในเมืองกัน"

            เรือค่อยๆ แล่นไปข้างหน้าแม่น้ำสายนี้กว้างขวางมาก เรือที่สัญจรไปมาก็เริ่มเยอะขึ้นจางเจิ้นอันถามทางจากชายชราพายเรือคนหนึ่ง รู้ว่าท่าเรืออยู่ข้างหน้าพายต่อไปอีกครู่เดียวก็ถึงท่าเรือจริงๆ

            หาที่ว่างจอดเรือเรียบร้อยทั้งสองนำของในเรือออกมา แล้วจึงขึ้นฝั่ง ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนเรืออันซิ่วเอ๋อร์เพียงได้ยินเสียงและเห็นเงาหลังของพ่อค้าแม่ค้ารู้สึกว่าที่นี่คงจะคึกคักมาก พอขึ้นฝั่งมาแล้วถึงได้รู้ว่าอะไรเรียกว่าคึกคักอย่างแท้จริง

            มีทั้งร้านขายของชำ ผ้าผ่อน แผ่นรองรองเท้าและร้านขายขนมต่างๆ นานา ดอกไม้นกแมลงปลา แผงลอยหลากสีสันนับไม่ถ้วนมองไปสุดลูกหูลูกตา ปิ่นปักผม หวีไม้ กำไล และของอื่นๆ ที่ในตำบลถือเป็นของมีค่าที่นี่กลับถูกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยวางแผ่ขายกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ

            "ว้าว หอมจังเลยเจ้าค่ะ"

            ยังไม่ทันได้ชื่นชมสิ่งของเหล่านี้อย่างละเอียดอันซิ่วเอ๋อร์ก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร นั่งเรือมาทั้งเช้า พอได้กลิ่นหอมนี้นางก็รู้สึกหิวขึ้นมา

            "เหมือนจะอยู่ทางนั้น ข้าพาเจ้าไปกิน"จางเจิ้นอันเห็นท่าทางอยากกินของนาง จึงพานางเดินไปข้างหน้า

            แม้เขาจะเดินช้าลงแล้วแต่ก็ยังนำหน้าอันซิ่วเอ๋อร์อยู่หลายก้าว นางวิ่งเหยาะๆ ตามหลังเขาไปที่นี่ผู้คนเดินขวักไขว่ จางเจิ้นอันเห็นนางเดินช้า กลัวนางจะหลงทางจึงย้ายตะกร้ามาถือไว้ในมือซ้าย แล้วใช้มือข้างหนึ่งจูงนางเดินไปข้างหน้า

            มือของเขาที่กุมมือนางไว้ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่ง อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าส่งยิ้มหวานให้เขาเอนกายพิงข้างกายเขาอย่างว่าง่าย จางเจิ้นอันเห็นนางเดินช้า จึงชะลอฝีเท้าลงอีกอันซิ่วเอ๋อร์ถึงตามฝีเท้าเขาทัน

            ทั้งสองเดินไปดูไปในที่สุดก็พบต้นตอของกลิ่นหอม เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะ พอฝาหม้อใหญ่เปิดออกท่ามกลางไอร้อนคลุ้ง กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายออกมา ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหากรู้สึกหิวก็จะนั่งลงกินก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ซดน้ำแกงคำหนึ่ง บางคนก็เหมือนอันซิ่วเอ๋อร์ คือตามกลิ่นหอมมา

            จางเจิ้นอันจูงอันซิ่วเอ๋อร์เดินเข้าไปข้างหน้ามีคนกำลังต่อแถว ได้ยินคนนั้นคุยทักทายกับเจ้าของร้านวัยกลางคน

            "เถ้าแก่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะของท่านหอมขนาดนี้ กิจการดีใช่ไหม?"

            เถ้าแก่ยิ้มแย้ม พลางง่วนอยู่กับงานในมือพลางตอบว่า "กิจการก็พอไปได้ขอรับเป็นร้านเล็กๆ ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุน"

            พูดพลางตักน้ำแกงราดลงในชามก๋วยเตี๋ยวที่ลวกเสร็จแล้วตะโกนเสียงดังว่า "คุณลูกค้าก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะของท่านได้แล้วขอรับ ระวังร้อนด้วย"

            ลูกค้าคนนั้นยกชามก๋วยเตี๋ยวเดินจากไปอย่างพอใจจางเจิ้นอันกับอันซิ่วเอ๋อร์เดินเข้าไป เถ้าแก่ยิ้มแย้มทักทาย"จะรับอะไรดีขอรับ?"

            "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะสองชาม"จางเจิ้นอันสั่ง แล้วพาอันซิ่วเอ๋อร์ไปหาโต๊ะว่างนั่งลง

            อันซิ่วเอ๋อร์สูดกลิ่นหอมชำเลืองมองไปทางเถ้าแก่เป็นครั้งคราว จางเจิ้นอันสังเกตเห็นแววตาเล็กๆ ของนางเพียงยิ้มบางๆ รู้สึกว่านางในตอนนี้ ช่างเหมือนเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกจริงๆ

            "รอสักครู่นะขอรับ" ไม่นาน เถ้าแก่ก็ยกก๋วยเตี๋ยวมาให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม วางลงตรงหน้าทั้งสองยิ้มกล่าว "เชิญทานตามสบายขอรับ"

            จางเจิ้นอันพยักหน้าให้เขาหยิบตะเกียบสองคู่จากกระบอกไม้ไผ่ ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดอย่างใส่ใจแล้วจึงยื่นให้อันซิ่วเอ๋อร์ "ลองชิมดูสิ"

            อันซิ่วเอ๋อร์รับตะเกียบมา กล่าวว่า"ก๋วยเตี๋ยวชามนี้เยอะจังเลยเจ้าค่ะ ข้าคงกินไม่หมดแน่ๆ"

            "ไม่เป็นไร กินเยอะๆ หน่อยเจ้าผอมเกินไป" จางเจิ้นอันยิ้มให้นาง แล้วเริ่มกินก่อน

            อันซิ่วเอ๋อร์ก็เริ่มลิ้มลองน้ำแกงเนื้อแพะเข้มข้นมาก รสชาติเผ็ดร้อน ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อยเส้นก๋วยเตี๋ยวก็เหนียวนุ่ม อร่อยมากจริงๆ

            เดิมทีนางคิดว่าคงกินไม่หมดแน่ๆใครจะรู้ว่ากินไปทีละคำเล็กๆ กลับกินเส้นจนหมดเกลี้ยงนางรับผ้าเช็ดหน้าที่จางเจิ้นอันยื่นให้มาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างเขินอายกล่าวว่า"ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยจริงๆ เจ้าค่ะ"

            พูดพลางยกชามขึ้นซดน้ำแกงเสียงดังซู้ดๆแม้การซดน้ำแกงเสียงดังเช่นนี้จะไม่ค่อยสุภาพนักแต่จางเจิ้นอันกลับรู้สึกว่านางในท่าทางยกชามใหญ่นี้ ช่างน่ารักเหลือเกิน

            "จะเอาอีกชามไหม?" จางเจิ้นอันลองถามดู

            "ไม่เอาแล้วเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ลูบท้อง โบกมือปฏิเสธ "ข้ากินเยอะไปพุงป่องหมดแล้ว"

            "เช่นนั้นข้านั่งเป็นเพื่อนเจ้าพักสักครู่ให้ย่อยอาหารก่อน"

            จางเจิ้นอันเรียกเถ้าแก่มาจ่ายเงินก๋วยเตี๋ยวสองชาม รวมเป็นสิบอีแปะ อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเสียดายนิดหน่อยได้แต่ยกชามซดน้ำแกงอีกคำ หากไม่ใช่นางอิ่มมากจริงๆนางคงซดน้ำแกงในชามจนหมดเกลี้ยงแน่ ก๋วยเตี๋ยวแพงขนาดนี้ แม้แต่นิดเดียวก็เสียดายไม่อยากให้เหลือทิ้ง

            นั่งพักอยู่ครู่หนึ่งอันซิ่วเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นยืน ที่นี่เป็นร้านค้าขาย นางนั่งอยู่นานๆ คงไม่ดี อีกอย่างนางมาถึงเมืองแล้วก็อยากจะเดินเที่ยวชมให้มากขึ้น ไม่ใช่มานั่งเสียเวลาอยู่ที่นี่

            แต่พอเดินออกมาถึงถนนใหญ่ด้านนอกอันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกงุนงงไปหมด นางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันไปมองจางเจิ้นอัน

            "สามีเจ้าคะ เมืองนี้ใหญ่โตขนาดนี้ข้าจะหาพี่ใหญ่เจอได้อย่างไรกัน?"

            "ค่อยๆ หากันไปปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ พวกเราเดินเที่ยวในเมืองนี้ไปก่อน" จางเจิ้นอันตอบ

            "เช่นนั้นก็ได้แต่ทำแบบนี้แล้วเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์ถอนหายใจ อุตส่าห์มาถึงเมืองทั้งทีกลับไม่รู้ว่าพี่ชายของตนอยู่ที่ไหนกันแน่

            นางได้แต่พักเรื่องนี้ไว้ก่อนเดินเที่ยวไปกับจางเจิ้นอันช้าๆ ทั้งสองเดินไปดูไประหว่างทางก็เจอหอสุราอยู่หลายแห่ง อันซิ่วเอ๋อร์เห็นก็จะเข้าไปถามแต่ก็ไม่มีใครรู้จักคนที่ชื่อ อันเถี่ยสือ เลย

            "เฮ้อ..." อันซิ่วเอ๋อร์ถอนหายใจอีกครั้ง เพราะไม่มีข่าวคราวของพี่ชายทำให้นางหมดอารมณ์จะเดินเที่ยวไปเลย

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908