ตอนที่ 33: ลิ้มรสบทลงทัณฑ์นักสืบ
ความเย็นเฉียบของเครื่องพันธนาการโลหะที่รัดข้อเท้าและข้อมือของฉันเข้ากับเก้าอี้หนังในความมืดตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมบุรุษที่แสนคุ้นเคย มันทำให้หัวใจของฉันเต้นระรัวราวกับจะหลุดพ้นออกมาจากอก ฉันดิ้นรนขยับร่างกายไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าโซ่เหล็กที่ล่ามตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้กับพนักเก้าอี้หนังสีดำตัวหนาส่งเสียงดัง แกรก... แกรก... ย้ำเตือนว่าทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ฉันเคยเรียนมาสมัยเป็ตำรวจไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงในเวลานี้
ดวงตาของฉันถูกปิดกั้นด้วยผ้าปิดตาสีดำสนิทหนานุ่มจนมองไม่เห็นแม้แต่แสงไฟสลัวใดๆ หูคอยแว่วฟังเสียงฝีเท้าหนาหนักสองคู่ที่ก้าวเดินอยู่รอบตัวท่ามกลางความเงียบสงัดไร้เสียงสะท้อนของห้องเก็บเสียงอัจฉริยะแห่งนี้ ฉันรู้ดีว่าตัวตนเบื้องหน้าของชายสองคนนี้คือใคร... ชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่เป็กบดานของสมาคมลับ และพศิน วิศวกรหนุ่มร่างั์ล่ำบึกที่เป็พรรคพวกคนสนิทของเขา
"ปล่อยฉันนะ! พวกแกคิดจะทำอะไร... รู้ไหมว่าฉันเป็ใคร!" ฉันตวาดออกไปเสียงกร้าว พยายามฝืนทำใจดีสู้เสือและรักษามาดนักสืบสาวผู้หยิ่งยโสทระนง
ทว่า เสียงหัวใจที่เต้นรัวและลมหายใจที่หอบกระชั้นถี่กลับฟ้องความขลาดกลัวภายในใจได้อย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายความเงียบสงัดบีบคั้นประสาทกระตุ้นให้อวัยวะกึ่งกลางลำตัวของฉันแอบหลั่งน้ำรักเหนียวชุ่มชื้นออกมาจนเปียกชื้นแนบชิดเป้ากางเกงชั้นในอย่างน่าละอาย ผิวเนื้ออ่อนร้อนผ่าวไปหมดด้วยความอายปนเสียวสะท้านที่กำลังจะเผชิญหน้ากับความวิปริตในความมืด
"รู้สิคะ... คุณหนูแพรวา อดีตตำรวจสาวคนเก่งที่อภิสิทธิ์ส่งมาคาบข่าวไงคะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นเยียบของลุงนนท์ดังขึ้นข้างหูชิดใบหูสั่นระริกของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวแก้มทำเอาฉันสะดุ้งตัวโยน
ฝ่ามือหนาใหญ่และร้อนจัดของสถาปนิกใหญ่วางทาบลงบนไหล่บางของฉัน ก่อนจะลากครูดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มช้าๆ ลงมาบีบเค้นเต้าอวบอิ่มคู่โตสะคราญตาของฉันหนักๆ ผ่านชุดหนังรัดรูปที่สวมใส่ แรงบีบขยำหนักหน่วงทำเอาฉันหลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจอย่างไม่อาจห้ามได้ ปลายนิ้วหนาของลุงนนท์บดคลึงสะกิดยอดอกของฉันผ่านเนื้อผ้าอย่างชำนาญจนมันแข็งตัวตั้งชันเป็ไตสู้มือ
"อ๊า... อานนท์... ฮื้อ... อย่าทำแบบนี้... ปล่อย..." ฉันร้องครางเสียงหวานระเส่าสะโพกบิดส่ายไปมาบนเบาะเก้าอี้หนังอย่างรุ่มร้อน
"เด็กดี... อย่าปากแข็งเลยค่ะ ร่างกายของคุณหนูตอบรับััของอาขนาดนี้แล้วนะ" ลุงนนท์กระซิบหยอกเย้าเสียงพร่า ก่อนจะเอ่ยสั่งการพรรคพวกหนุ่มเสียงต่ำดุดันไร้ความปรานี "พศิน... จัดการฉีกกระชากชุดหนังแสนเกะกะของเธอออกสิคะ... อบรมคุณนักสืบสาวคนนี้ให้รู้จักคำว่าสยบยอมต่อสมาคมลับของพวกเราอย่างแท้จริง"
"ครับอานนท์..." เสียงทุ้มดุดันของพศินตอบรับทันที
เสียงฉีกกระชากของซิปและเนื้อผ้าหนังหนาชวนให้หัวใจของฉันหล่นวูบ ร่างกายของฉันเปลือยเปล่าเผยสล้างแก่สายตาของพวกเขาทันทีในความมืดที่ปิดตาอยู่ ลมเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบปะทะเข้ากับผิวตัวนวลเนียนสะคราญขาวผ่อง ทรวงอกอวบอิ่มคู่ใหญ่ลอยชูชันเด่นสง่าพ้นชุดหนังที่รุ่ยร่าย พศินก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหน้า ท่อนขาแกร่งของเขาเบียดแทรกเข้ามาระหว่างหัวเข่าของฉัน บังคับแยกเรียวขาขาวทั้งสองข้างออกกว้างล็อกตรึงไว้กับขอบเก้าอี้หนังสั่งทำพิเศษ
ฝ่ามือหยาบกร้านของพศินตะปบขยำลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของฉันอย่างดิบเถื่อนรุนแรง บีบเค้นเต้าเต่งตึงบดบี้ยอดปทุมถันสีหวานจนฉันเสียวซ่านแทบขาดใจ แหงนหน้าครางครากระเส่าร้องลั่นห้อง ขณะเดียวกัน ฝ่ามือหนาอุ่นของลุงนนท์เลื่อนต่ำลง สอดนิ้วเรียวผ่านเนินเนื้อเปียกเยิ้มเข้าครูดเค้นบดขยี้เม็ดเสียวสีชมพูชุ่มฉ่ำของฉันเบาๆ น้ำรักอุ่นเหนียวไหลลื่นทะลักอาบง่ามนิ้วของเขาจนเสียงแฉะชื้นดัง แฉะ... แฉะ... ก้องสะท้อนในความเงียบ
"อ๊า! เสียว... เสียวเหลือเกิน... ฮื้อ... ลุงนนท์... พศิน... เบาๆ... อ๊า..." ฉันส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง คราบน้ำตาแห่งราคะเปียกชุ่มผ้าปิดตาสีดำ ความหยิ่งทระนงมลายหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงความร่านร้อนที่้าการล่วงล้ำ
"เด็กดี... อยากโดนอะไรใหญ่ๆ กระแทกบดขยี้ร่องรักชุ่มฉ่ำนี้แล้วใช่ไหมคะ" ลุงนนท์บดจูบดื่มด่ำไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของฉัน บงการกระซิบสั่งการพศินเสียงพร่า "พศิน... อ้าขาเธอออกกว้างๆ แล้วยัดเยียดแก่นกายใหญ่โตของเธอเข้าไปขยี้ความถือดีของนักสืบสาวคนนี้ให้สั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยค่ะ"
พศินไม่รอช้า ชายหนุ่มจ่อท่อนเอ็นใหญ่ั์อุ่นร้อนผ่าวสะกดอารมณ์ตรงหัวร่องรักฉ่ำแฉะของฉัน แล้วกดกระแทกสอดใส่พรวดเดียวมิดด้ามเข้าสู่ช่องทางรักส่วนลึกสุดของฉันทันที!
"กรี๊ดดด! อ๊า! เจ็บ... แน่น... อ๊า... แน่นเกินไปแล้ว... ฮื้อ..."
ฉันกรีดร้องครางหลงสุดเสียง ทรวงอกขาวสะคราญแอ่นลอยขึ้นสูงตามแรงอัดบด แก่นกายใหญ่ั์ของพศินคับแน่นเต็มแน่นขึงขังในตัวฉันจนร่องรูฟิตร้อนขยายตึงเปรี๊ยะ พศินขยับท่อนเอวสอบเริ่มขยับกระแทกกระทั้นราคะดิบเข้าใส่อย่างรุนแรงหนักหน่วงดุดัน จังหวะเนื้อกระทบเนื้อดัง ตั่บ... ตั่บ... ตั่บ... ะเืก้องห้องซับเสียง ฉันบิดสะโพกส่ายตอบรับััป่าเถื่อนอย่างลืมตัว เรียวขาขาวเบียดหนีบเอวหนาแน่นตามไฟตัณหาที่ปะทุเดือด
ลุงนนท์ขยับใบหน้าเข้ามาซุกไซ้หน้าอกอวบอิ่มของฉัน ใช้ปลายลิ้นร้อนละเลงเลียดูดยอดอกสีชมพูอย่างหิวกระหายสลับกับการเอื้อมฝ่ามือหนาไปครูดเค้นบีบขยำก้นงอนงามของฉันบดเบียดสอดรับจังหวะการกระเด้ากระแทกเนื้อของพศินอย่างเป็ระบบ เสียง Dirty Talk ลามกของลุงนนท์ดังกระซิบข้างหูตลอดเวลา
"ชอบััป่าเถื่อนของอาและพศินใช่ไหมคะแพรวา... ร้องครางลามกออกมาดังๆ สิมือปราบสาวแสนสวย... ครางให้ลั่นห้องเก็บเสียงนี้เลยค่ะเด็กดี"
"อ๊า... อานนท์... เสียวร่องรักเหลือเกิน... กระแทกแรงๆ... กระเด้าหนูแรงๆ ค่ะพศิน... อ๊า... อ๊า..."
ฉันครางกระเส่าร้องหวานระงมหมดสภาพกลายสภาพเป็เพียงของเล่นชิ้นโปรดในโลกมืด พศินบดท่อนเอวซัดความกระสันกระแทกเน้นย้ำรัวถี่ยิบสี่ห้าครั้งสุดท้ายเมื่อแรงอารมณ์พุ่งแตะขีดสุด แกนกายใหญ่โตของมันสั่นกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงพ่นฉีดหลั่งน้ำสวาทอุ่นร้อนขาวขุ่นจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าสู่ส่วนลึกสุดในร่องเนื้อสาวของฉันจนร้อนวาบเต็มเปี่ยม ไหลย้อนเอ่อออกมาเปียกชุ่มง่ามขาและพื้นเบาะเก้าอี้หนัง ฉันตัวเกร็งสั่นระริกครางหวานยาวเหยียดตาปรือลอยข้ามขอบ์ชั้นเจ็ดไปพร้อมกับััดิบเถื่อนนั้นอย่างราบคาบ
พศินค่อยๆ ถอนแกนกายใหญ่โตออกอย่างช้าๆ ร่างกายของฉันอ่อนระทวยปวกเปียกเหนื่อยหอบหายใจรวยรินอย่างหมดสภาพ คราบน้ำรักอุ่นไหลย้อยเปรอะเปื้อนขาอ่อนนวลเนียนสว่าง
ทันใดนั้น ลุงนนท์เอื้อมมือมาปลดปมผ้าปิดตาสีดำสนิทออกจากใบหน้าของฉันช้าๆ แสงไฟสลัวสีน้ำเงินภายในห้องเปิดขึ้นรางๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มทรงภูมิฐานของลุงนนท์ที่สวมแว่นตากลับเข้าที่จ้องมองดูสภาพร่างกายแสนร่านร้อนเปียกแฉะสั่นเทาของฉันอย่างผู้ชนะ โดยมีพศินยืนหอบเหนื่อยอยู่ข้างเก้าอี้
ลุงนนท์ยื่นแท็บเล็ตหรูส่งตรงมาหน้าฉัน บนหน้าจอแสดงภาพวิดีโอบันทึกฉากรักแบบ 3P ดิบเถื่อนเมื่อครู่ที่เห็นใบหน้าครางลามกและเรียวขาแยกกว้างของฉันอย่างชัดเจนเต็มสองตา
"ภาพวิดีโอนี้ชัดเจนมากค่ะหนูแพรวา..." ลุงนนท์ยิ้มเ้าเล่ห์น้ำเสียงทุ้มหวานอบอุ่นทว่าแฝงความดุดันน่าเกรงขามลึกซึ้ง "ถ้าไม่อยากให้ไฟล์เสร็จสมแสนร่านร้อนนี้ส่งตรงไปถึงมืออภิสิทธิ์และพรรคพวกตำรวจของหนู... จงยอมหันหลังให้พวกเขาแล้วเข้ามาสยบยอมเป็คนของอา คอยรายงานความเคลื่อนไหวของอภิสิทธิ์ให้สมาคมลับของพวกเราเสียนะคะเด็กดี"
ฉันเบิกตากว้าง จ้องมองภาพความดิบไร้ยางอายของตัวเองในจอแท็บเล็ตสลับกับใบหน้าอบอุ่นแต่ร้ายลึกของสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปี หัวใจเต้นโครมครามด้วยความสับสนอับอายและหวาดกลัว ทว่าเรือนร่างเปียกชุ่มกลับสั่นสะท้านวาบหวามเสียวซ่านไปหมดจากราคะที่ถูกตราประทับในค่ำคืนนี้
ฉันกัดฟันสะอื้นเบาๆ พยักหน้ายอมรับข้อเสนออย่างสมยอมและสยบยอมต่อกติกาแสนดาร์กของลุงนนท์ในโลกมืดนี้อย่างสิ้นเชิง...