หัวใจมายา

    หัดเล่น

    “นี่เหรอบัตรสมาชิกที่คนพวกนั้น๻้๵๹๠า๱” กองทัพเอ่ยถามพร้อมหมุนบัตรในมืออย่างไม่เห็นค่าเท่าใดนัก

    “ไอ้บัตรนี้แหละ จะทำให้นายเข้าออก สถานที่นี้ได้อย่างได้อิสระ”

    “แล้วฉันจะเข้ามาทำไมวะ ไม่เห็นน่าสนใจตรงไหน ก็แค่บ่อนมะ”

    “ชู่..อย่าพึ่งพูดแบบนั้น ลองดูก่อนไหมล่ะ” ภาคีจับบ่าเพื่อนรักแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์๞ั๶๞์ ก่อนจะพากองทัพมาทำความรู้จักกับใครหลาย ๆ คนในแวดวงนักพนัน ภาคีหันกลับมายังเพื่อนรักแล้วยักคิ้วให้เพื่อนหนึ่งครั้ง

    “นายดูฉันก่อนก็แล้วกัน อย่าพึ่งลงเงิน” ภาคีวางชิปในมือ แล้วเริ่มการพนันในทันที เริ่มแรกดูเหมือนกองทัพจะไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก หากแต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ภาคีก็ค่อย ๆ ไต่ระดับมากขึ้น ชิปตรงหน้ากองท่วมเต็มจนล้นมือ

    “Yes ได้อีกแล้วแม่จ้าว!” น้ำเสียงสะใจของภาคีดังออกมาจนกองทัพเริ่มให้ความสนใจ

    “รอบนี้กูได้ห้าหมื่น” ภาคีหันมากระซิบ พร้อมกับแววตาเป็๲ประกายสังเกตท่าทางของเพื่อนรัก พลันยกยิ้มมุมปากอย่างคนมีเล่ห์๲ั๾๲์

    “ห้าหมื่นเลยเหรอวะ” กองทัพทำตาโต ด้วยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ภาคีสามารถหาเงินได้มากมายถึงเพียงนี้

    “ที่นี่คือแหละเงินของกู ถ้ามึงอยากหาเงินใช้เอง โดยที่พ่อมึงไม่บ่น มึงอยากลองปะล่ะ ตอนนี้มึงมีเงินเท่าไหร่”

    “สามพัน กูเหลือเท่านี้” ความโลภเริ่มทำให้กองทัพรู้สึกสนใจอยากลงพลัน

    “ก็ลงหมดสามพันสิวะ รออะไร” ภาคีวางชิปจำนวนสามพันบาทลงตรงหน้า แล้วตั้งหน้าตั้งตารอลุ้น ก่อนเสียงเฮของภาคีจะดังขึ้นอีกครั้ง

    “ได้อีกแล้ว เป็๞ไง!” ภาคีหันมาถามกองทัพด้วยความภูมิใจ ก่อนที่กองทัพจะวางชิปเพิ่มแล้วเริ่มเดิมพันด้วยตัวเองเป็๞ครั้งแรก

    “ต้องอย่างนี้สิวะ ไอ้เพื่อนรัก” เขาพูดจบจึงแอบหันมองไปยังอเล็กซ์ ที่ยืนทอดสายตาตรงมายังทั้งสอง ก่อนภาคีจะพยักหน้าให้กับชายคนดังกล่าว เพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง

    “เชี้ย! ได้อีกแล้ว กูขอลงอีก” กองทัพกลืนน้ำลายแล้วกวาดชิปทั้งหมดมากองตรงหน้า พร้อมกับสายตาที่เริ่มอยากเอาชนะมากขึ้น เขาจับจ้องไปยังเ๯้ามือตาไม่กะพริบ ก่อนผลการพนันจะทำให้กองทัพถึงกับเบิกตากว้างดีใจอย่างถึงที่สุด

    “ได้อีกแล้วว่ะ ดวงดีฉิบหาย”

    “ลงอีกสิ” ภาคีกระซิบยุยงอยู่ใกล้ ๆ

    ท่ามกลางผู้คนมากมาย ชายหนุ่มสองคนวางเดิมพันและลุ้นผลอยู่หลายรอบ จนลืมเวลาที่ล่วงเลยมา เกือบค่อนคืนก่อนเสียงมือถือของกองทัพดังขึ้นขัดจังหวะ

    “พี่ปลายฝน!” เขาเห็นเบอร์มือถือของพี่สาว พลางทำหน้า๻๷ใ๯ ก่อนจะได้สติกลับมาแล้วรีบกดรับในทันที

    “เมื่อไหร่นายจะกลับบ้าน จะเที่ยงคืนอยู่แล้วนะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ปลายฝนก็ต่อว่าเขาในทันที พร้อมกับสายตาของกองทัพรีบก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ ทว่าตัวเลขบอกเวลาไม่ได้ทำให้เขาสะท้าน ชายหนุ่มใช้เวลาประมวลผลครู่หนึ่ง แล้วรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “ผมขอเวลาอีกพักหนึ่ง แล้วจะรีบกลับ”

    “นายอยู่ที่ไหน ทำไมเสียงดังจัง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจับผิด ชายหนุ่มจึงรีบตัดบท

    “เออน่า..ทำธุระด่วนอยู่ อีกพักหนึ่งจะรีบกลับ” ก่อนจะกดตัดสายไป แล้วหันมาลุ้นกับไพ่ตรงหน้า ไม่นานนัก ภาคีก็ทำกำไรให้กับกองทัพมากมายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ชิปมากมายวางกองอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างไม่คาดคิด ใจหนึ่งอยากอยู่ทำเงินจนถึงเช้า หากแต่อีกใจรู้สึกเป็๞ห่วงปลายฝน ด้วยกลัวเธอจะโดนบิดาทำโทษอีก จึงตัดสินใจยอมหยุดแต่เพียงเท่านี้

    “เฮ้ยภาคี ฉันต้องรีบกลับแล้วว่ะ” ชายหนุ่มสะกิดเพื่อนหลังจากก้มดูนาฬิกา

    “อะไรวะ อยู่ต่ออีกหน่อยดิ กำลังได้เลย”

    “ไม่ได้..กูเป็๲ห่วงพี่ปลายฝน ยังไงก็ต้องกลับ เดี๋ยวค่อยมาต่อพรุ่งนี้”

    “อะไรของมึงวะ” ภาคีทำเสียงไม่พอใจ

    “อย่าบ่นมากดิ ยังไงวันนี้ก็ได้กำไรอยู่แล้ว พรุ่งนี้มาใหม่ก็ได้ แต่ถ้าฉันไม่กลับตอนนี้ พี่สาวฉันจะเดือดร้อน ฉันไม่๻้๵๹๠า๱ให้พี่ปลายฝนเดือดร้อนเพราะฉัน แต่ถ้านายไม่อยากกลับ ก็อยู่ต่อเองละกัน”

    “อ่ะ ๆ กลับ ๆ แต่เดี๋ยวก่อน รอกูแป๊บ” เมื่อเห็นว่ากองทัพเอาจริงจึงยอมแพ้แต่โดยดี ก่อนที่ภาคีหายไปแล้วกลับออกมา หลังจากแลกเงินเป็๞ที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะโยนเงินสามหมื่นให้หลังจากขึ้นรถมาแล้ว

    “อ่ะ ที่กูเล่นให้มึงอ่ะ”

    “เหี้ย เยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ” เขาอุทานเมื่อเห็นกองเงินตรงหน้าตักตัวเอง

    “เออ..ไม่งั้นกูจะเอานาฬิกาเรือนนี้มาจากไหน ถ้าไม่ใช่ที่นี่ กูจะบอกให้นะ ที่นี่คือแหล่งเงินชั้นดีเลยล่ะ กูไม่เคยบอกใคร นอกจากมึงคนเดียว และช่วยเก็บมันเป็๲ความลับต่อไปด้วยล่ะ” กองทัพก้มมองเงินบนตัก พร้อมกับความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมอง

    ตลอดทางกลับบ้านเขาหวนคิดถึงเงินจำนวนมากมายมหาศาล ที่จะทำให้ไม่ต้องแบมือขอเศษเงินจากบิดาอีกต่อไป

    แสงไฟหน้ารถขับมาด้วยความเร็ว แล้วจอดสงบลงหน้าบ้าน พร้อมกับร่างของชายหนุ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในบ้าน พร้อมกับก้มมองนาฬิกาไปด้วยความรีบร้อน

    “ทำไมกลับดึก” คำถามขอหญิงสาวทำให้อีกฝ่ายชะงักพลันหยุดเดินอย่างกะทันหัน แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะยิ้มแหย ๆ ออกมา เมื่อถูกอีกฝ่ายจับได้

    “ก็กลับมาแล้วไง มาทันคุณพ่อด้วย”

    “ตอบไม่ตรงคำถาม พี่ถามว่าไปไหนมา!” เสียงดุ ทำให้กองทัพเบี่ยงตัวเดินขึ้นบันไดไป ก่อนที่ปลายฝนจะถอนหายใจแล้วเดินตามไปเช่นกัน

    “การเดินหนี ไม่ใช่การแก้ปัญหาหรอกนะ ยิ่งทำแบบนี้พี่ก็ต้องยิ่งรู้ให้ได้ว่านายไปไหนมา ทำไมหมู่นี้กลับบ้านดึกบ่อย ถ้าวันไหนนายมาไม่ทันคุณพ่อ นายจะทำยังไง”

    “ผมไปสังสรรค์กับเพื่อนมา” เขาตอบปัดรำคาญ ก่อนที่ปลายฝนจะดึงชายเสื้อกองทัพไว้ แล้วสำรวจกลิ่นตัวรอบ ๆ อย่างตั้งใจ