ตอนที่ 10 เข้าร่วมการประมูล
หลงหนิง เดินตามคนที่นำทางมายังห้องรับรองแห่งหนึ่งเค้าจำได้ทันทีว่านี้คือห้องที่เค้าใช้รักษา เป่ย ซาน เมื่อเค้าเข้ามาในห้องก็พบกลุ่มของเป่ยซานอยู่ในห้อง
“ขอบคุณโอสถที่ผู้าุโมอบให้มันสามารถช่วยข้าได้มาก” หลง หนิงกล่าว
“ไม่เป็ไรมันเป็เื่เล็กน้อยเทียบกับที่เ้ามอบให้กับเรา”ผู้เฒ่าหลวนซานตอบเค้าพร้อมกับปิดกล่องที่อยู่ตรงหน้าลง เค้าหันกลับไปพยักหน้าให้คนด้านหลังหยิบกล่องออกไป
“วันนี้ข้าอาจจะไม่สามารถอยู่ต้อนรับท่านด้วยตนเองได้เนื่องจากวันนี้มีการจัดการประมูลตัวข้ามีหน้าที่เป็พิธีกรและท่านอาจารย์ต้องค่อยตรวจสอบสิ่งที่นำเข้าประมูลเพราะมันคือหน้าตาของหอการค้าหากผิดพลาดจะมีผลกับชื่อเสียงของหอการค้าและอาจารย์อย่างมาก” เป่ย ซานบอกกับเค้า
“งันวันนี้เราสามารถเข้าชมการประมูลได้หรือไม่”ซูหลิน กล่าวออกมาพร้อมกับมองหลง หนิงและ เป่ยซานสลับไปมา
“ทำมัยจะไม่ได้เพียงแค่เข็มกลัดที่คุณชายหลงมีก็สามารถเข้าไปยังห้องพิเศษไม่รวมกับการที่เค้าเป็แขกพิเศษของท่านอาจารย์”เป่ยซานบอกกลับพวกเค้า
“แต่ข้ามีเงินไม่มากน่ะซิ”หลง หนิง
“ไม่เป็ไรสถานะตอนนี้ท่านมีเครดิตกับเรา 100 เหรียญทอง และยาที่ท่านได้นำมาให้ตรวจสอบครั้งที่แล้วมีมูลค้าสูงมากรวมๆแล้วท่านสามารถใช้เงิน 150 เหรียญทองพื่อเข้าประมูลครั้งนี้” เธอกล่าว
แม้ชูหลินจะใกับเงินจำนวนตรงหน้าแต่เค้าก็เข้าใจได้ว่าั้แ่พวกเค้ามาอยู่เมืองนี้การที่จะได้จับเหรียญทองคงยากมากแต่เค้าก็ไม่อยากติดหนี้หอการค้า แต่ก็กลัวจะไม่ได้ของที่เค้า้าเพราะสาเหตุจริงๆที่เค้าเข้าเมืองมารอบนี้คือการหาของขวัญให้กับดาบทั้ง 13 เมื่อคิดได้สักพักเค้าจริงหยิบซองหนังออกมาและยืนให้ท่านผู้เฒ่าหลวนซานดูก่อนจะกล่าวว่า“ข้าสามารถนำสิงนี้เข้าประมูลได้หรือไม่”
แม้ผู้เฒ่าหลวนซานจะไม่รู่ว่ามันคืออะไรแต่เค้าสัมพัสได้ถึงพิษที่รุ่นแรงออกมา“สิ่งนี้คือ” เค้าพูดพร้อมกับหันมามองหลง หนิง
“มันคือเข็มพิษไหมฟ้า์มันอัดเน้นไปด้วยพิษภายในตัวข้าที่ต่อให้เป็อสูรหรือผู้ฝึกยุทธระดับสูงก็ยากที่จะรอดชีวิตมันทำมาจากเข็มไหมเงินเมื่อมันเข้าสู่ร่างกายไม่นานมันก็จะสลายไปไม่ทิ้งรองรอย”หลง หนิงกล่าว
ผู้เฒ่าหลวนซานมองมาที่หลงหนิง แม้จะดูเหมือนเป็การโฆษณาเกินจริงแต่เค้ารู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเค้าไม่ใช้คนที่จะอวดอ้างเกินจริงแต่ที่ทำให้เค้าเชื่อคือของที่อยู่ตรงหน้าเพียงแค่เค้าส่งพลังไปตรวจสอบพิษที่ถูกเคลือบไวเพียงเล็กน้อยเค้ากลับรู้สึกยิ่งกว่าโดนไฟลวกเสียอีก
“ข้าจะขายมันเองข้าจะทำให้มันเป็ของที่มีการแย่งชิงกันและมันจะเป็หนึ่งในดาวของการประมูลครั้งนี้” เป่ย ซานกล่าว
เมื่อตกลงกันได้นางและผู้เฒ่าหลวนซานก็ออกไปเพื่อเตรียมการสำหรับงานประมูลพวกหลงหนิงทำได้เพียงรอเวลา เมือถึงเวลาก็ได้มีพนักงานมาเชิญเค้าไปยังห้องรับรองที่เตรียมไว้ให้เมื่อมาถึงพนักงานแจ้งว่าด้านในมีอุปกรณ์ส่งสัญญาณหาก้าอะไรเพิ่มเติมท่านสามารถเรียกได้ตลอดเวลา
ก่อนที่เค้าจะเข้ายังยังห้องที่พนักงานเตรียมไว้ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“ทำมัยที่นี้ถึงมีขยะที่ไม่ควรอยู่หละ”เสียงเด็กชายคนหนึ่งกล่าว เมือหันกลับไปเค้าพบว่าเด็กคนนั้นคือหนึ่งในเด็กที่ทำร้ายเค้าและเหล่าผู้คุ้มกัน
“พวกเ้าทำบ้าอะไรอยู่ต่อหน้านายน้อยแล้วยังไม่ทำความเคารพอยากโดนพวกข้าสังสอนรึ”เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ใช่พวกแกก็รู้มิใช้รึว่านายน้อยฟางอี๋เฉินเป็ใครท่านคือนายน้อยรองของตระกูลฟางหนึ่งในสามตระกูลที่ค้ำจุนเมืองแห่งนี้อยู่รึอยากให้ข้าหักขาเ้าเสีย”ผู้คุ้มกันอีกคนกล่าว
ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะก้าวออกมาก็ได้มีคนห้ามไว้และมองไปทางซูหลิน“แม้จะเป็นายน้อยขยะแต่ไม่ใช้สำหรับดาบทั้ง 13 แห่งบ้านตระกูลหลงพวกเค้าเหล่านี้คือผู้ที่ค่อยทำภาระกิจระดับสูงที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จล่าสุดนางเพิ่งกลับมาจากภาระกิจช่วยตัวประกันระดับ4 ดาว จากคำบอกเล่าจากผู้รอดชีวิตโจรกว่า 80รายตายหมดไม่ทันได้จับอาวุธเสียด้วยซ้ำ” พวกมันมองหน้ากันก่อนจะหันมาดูหญิงสาวร่างน้อยตรงหน้าอย่าไม่เชื่อสายตา
“พี่ชูหลินไปตามคนมาทำความสะอาดทีซิหอการค้าแห่งนี้ทำมัยปล่อยให้หมาที่ไหรเข้ามาเห่าขว้างหูขว้างตาขายิ่งนัก”หลง หนิงกล่าว ขณะเดินเข้าไปยังห้องที่ถูกจัดเตรียม
“หยุดเดียวนี้”คนพวกนี้มองหน้ากันอย่างมีเล่นัยก่อนจะเดินมาขวางประตูะโออกมาว่า“ชั้นต่ำพวกแกมิรู้รึ ว่านั้นเป็ห้องของผู้ใดขนาดนายน้อยของพวกข้ายังต้องยืนค่อย”
“พี่ซูหลิงถ้าหมามันเห่าข้าคงไม่ว่า แต่ถ้ามันจะกัดเราแบบนี้เราควรตีหมาก่อน รึตีเ้าของมันที่ไม่อบรมมันดี ” หลง หนิง เริ่มหมดความอดทน
“อย่าคิดว่า13 ดาบอยู่กะเ้าแล้วจะทำตัวอย่างไงก็ได้น่ะ หากพวกมันคิดจะลงมือพวกเ้าอย่าหวังว่าจะมีที่อยู่”ฟางอี๋เฉิน กล่าวด้วยความมันใจ
“เฮอเด็กน้อยพื้นที่บ้านของข้าคือ ที่ดินที่มหาจักรพรรดิมอบให้ไม่ใช้มอบให้ตระกูลแต่เป็พ่อของข้าแม้แต่เ้ามณฑลจะเข้าพื้นที่ยังต้องแจ้งพวกเ้าที่ครั้งหนึ่งแอบไปทำร้ายข้าถึงในที่พักหากเื่นี้ได้ยินไปถึงเบื้องบนอยากรู้นักตระกูลของเ้ารึแม้แต่เมืองนี้จะปลอดภัยดีหรือไม่”
แม้ตัวฟางอี๋เฉินจะทำท้าทีเหมือนเป็เื่ไร้สาระแต่เหล่าคนที่ติดตามแสดงสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเค้ารู้ว่าเื่พวกนี้เป็เื่จริงหากสิ่งที่นายน้อยของเค้าทำเป็เื่จริงแผ่นดินนี้คงไม่มีที่ให้หลบ
“แต่ถึงยังงันการตีหมาคงไม่ต้องให้ถึงมื้อเบื้องบนหลอก ข้าจะให้เวลาพวกเ้าจนนับถึงสามและไม่ต้องห่วงดาบทั้ง 13 จะไม่เข้ามายุ่งเื่นี้” หลง หนิงพูดพร้อมเดินเข้าไปหา
หนึ่งในผู้คุ้มกันฟางอี๋เฉินยิ้มก่อนะโเข้าใส่หลง หนิง ด้วยความมันใจว่าตัวเองจะได้ทำผลงานต่อหน้านายน้อยแล้วแต่ไม่ทันที่รอยยิ้มจะจางหาย ภาพที่ทุกคนเห็นต่อหน้ากับเป็เืสีแดงฉาด ที่กระเซ็นแต่สวยงามดังเกล็ดหิมะ ก่อนที่เ้าตัวจะทันรู้ตัวก็พบว่าแขนที่ข้างซ้ายที่จะใช้พยุงตัวขึ้นมาไม่อยู่เสียแล้วเป็การโจมตีที่รวดเร็วและเหี้ยมโหดแต่สวยงามในเวลาเดียวกันชายคนนั้นนอนร้องด้วยความทรมารแต่ไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่ฟางอี๋เฉิน ไม่ใช้แค่เพียงหวาดกลัวหลง หนิง แต่วิชาที่เค้าใช้มองยังไงก็คือ กระบวนท่า เหมันต์ฉีกกระชาก ของวิชาท่าร่าง พายุเหมันต์ ในเมืองแห่งนี้มีเพียง เป่ยซาน นายหญิงแห่งหอการค้าแห่งนี้ที่ใช้มัน การที่หลง หนิงใช้วิชานี้ได้ก็แสดงว่าต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับ เป่ยซานเป็แน่แท้
“มื้อข้างนั้นที่คิดจะทำร้ายข้ามันก็ไม่สมควรที่จะได้ใช้งานต่อไปนับว่าข้ายังปราณีหากมันถือดาบชีวิตคงเป็หัวของมันแทนที่จะเป็มื้อ”หลง หนิง กล่าวออกมาและมองไปยังผู้จัดการหยง ที่มองมาด้วยความประหลายใจ เค้าสังเกตุเห็นก่อนที่เค้จะลงมื้อแล้วว่าผู้จัดการหยงเตรียมเข้ามาขว้างผู้คุ้มกันฟางอี๋เฉินไม่ให้ทำร้ายเค้า
“คุณชายหลง โปรดเห็นแก่ผู้น้อยคนนี้ช่วยหยุดเื่ไว้แต่เพียงเท่านี้ได้หรือไม่ ทางข้าจะตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้อย่างสุดกำลังแน่นอน”ผู้จัดการหยงกล่าว
“เห็นแก่ท่านข้าจะไม่เอาเื่พวกนี้มาทำให้ข้าเสียความสนุกในการประมูลครั้งนี้”หลง หนิง กล่าวก่อนที่จะเดินเข้าห้องและเค้ายังพูดด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงผู้จัดการหยง ว่า “ไม่ใช้ความผิดท่านด้วยหน้าที่ของท่านท่านไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับตระกูลใหญ่ๆได้แต่ในยามคับขันท่านกลับออกมาช่วยข้า ข้าจะไม่เอาความเื่นี้ก็ได้แต่หากการประมูลในครั้งนี้ติดขัดหวังว่าผู้จัดการหยงและนายน้อยฟางจะช่วยเหลือ”
เค้าหันมามองผู้จัดการหยงพยักหน้ารับคำเค้าก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้อง