บุปผาราชัน

    เล่มพิเศษ : บนเส้นขนานของความรัก - 4 -



    บนเส้นขนานของความรัก #4
    เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องลงมาชามีก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น หลังสติกลับเข้าตัวเต็มที่แล้วเขาก็รีบหันไปสอดส่องดูผู้ติดตามทั้งสองว่ายังมีชีวิตอยู่บนยอดไม้หรือไม่ โชคยังดีที่ไม่มีใครตกลงไป จึงทำให้หน่วยค้นหายังมีครบสามเท่าเมื่อวาน
    ชามีเริ่มกลับมาสำรวจรอบตัวต่อในทันที เมื่อหันซ้ายแลขวามองอยู่รอบสองรอบ เขาก็สังเกตพบบางสิ่งที่ผิดแปลกเข้าจนได้ ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่อย่างเข้าตาจน แต่เอาเถอะ... อาจจะไม่ใช่อย่างที่กลัวก็เป็นได้
    ตอนประชุมแบ่งเส้นทาง เขาก็เลือกและเล็งแล้วว่าแถบนี้น่าจะมีโอกาสน้อยมากและยากที่สุดที่จะเจอท่านหญิงผู้นั้นได้ เพราะหากท่านหญิงเดินดุ่มๆ หนีออกมาเองนางคงไม่เข้าป่ารนหาที่ตาย ถึงจะถูกโจรลักพาตัวมาก็เถอะ ถ้าเป็นโจรธรรมดาที่ลักพาตัวไปแบบไม่รู้ว่านางเป็นใคร ป่านนี้ถ้ารู้ว่าทหารทั้งเมืองถูกเกณฑ์กันมาค้นหาเป็นใครก็คงปล่อยนางทิ้งไปนานแล้ว หรือต่อให้จงใจลักพาตัวนางไปเพราะรู้ว่านางเป็นใครก็ตาม หากกล้าขนาดนั้น พวกมันก็คงจะไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าจะต้องไปเจอกับใครที่เขตชายแดนหากหนีลงป่าทางใต้ไปเรื่อยๆ
    สรุปคือถ้าท่านหญิงหนีออกมาเองนางคงจะปลอมตัวไปซ่อนตัวตามเขตบ้านเรือน ถ้าโดนลักตัวแบบจงใจระบุตัวก็คงไม่ถูกพามาที่นี่ ที่น่ากลัวที่สุดคือพวกโจรไม่รู้อิโหน่อิเหน่นี่แหละ ที่คาดการณ์ได้ยากเหลือเกิน
    เขาไม่อยากเป็นคนที่หานางพบ เพราะกลัวว่าเรื่องบางอย่างอาจจะไม่จบลงแค่ส่งนางกลับบ้าน
    ขอให้ไม่ใช่... คือสิ่งเดียวที่ชามีภาวนาในใจระหว่างที่วิ่งนำผู้ติดตามทั้งสองไปยังจุดแหว่งเว้าของป่าเป็นรูปวงกลม เห็นจากที่สูงแล้วมันไม่ใช่แหล่งน้ำ ป่าที่ขึ้นรกไปหมดอยู่ๆ จะกลายเป็นพื้นราบสนามหญ้ารูปวงกลมได้คงจะต้องมีสาเหตุบางอย่างแน่ แต่ยิ่งเข้าใกล้ลางสังหรณ์ร้ายๆ ของชายหนุ่มก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
    ในที่สุดทั้งสามก็วิ่งมาจนถึงแนวแบ่งของป่ากับพื้นที่ราบ มันก็ไม่ราบเรียบเสียทีเดียวเพราะยังมีต้นไม้สูงกว่าศีรษะเล็กน้อยขึ้นอยู่บ้างประปรายเป็นหย่อมๆ พวกเขาเดินออกมากลางพื้นที่โล่งพินิจมองทุกอย่างรอบตัวอย่างประหลาดใจ
    “แปลกนะขอรับ ทำไมแถวนี้เป็นพื้นที่โล่ง”
    ฟ้าสว่างไปหมดแล้วในระหว่างที่วิ่งมา ทุกอย่างที่เห็นก็กระจ่างแก่สายตาอย่างชัดเจน
    “โล่งเหมือนจงใจทำให้โล่งซะด้วย”
    ชามีเปรยขึ้นโต้ตอบกับเด็กหนุ่มทหารรับใช้ ทั้งสามเดินเข้ามาสำรวจกลางลานสนามหญ้า แต่แล้วเมื่อชามีก้าวต่อไปข้างหน้าอีกสองสามก้าวเท้าของชายหนุ่มก็หยุดชะงัก เขาก้มลงมองพื้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ลองกระทืบพื้นอย่างแรงอยู่หลายจุด กระโดดขึ้นลงทดสอบอยู่หลายครั้ง จนท้ายเมื่อยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ชายหนุ่มจึงมองสำรวจรอบตัวอย่างละเอียดอีกครั้ง
    ประสบการณ์ครั้งหนึ่งสมัยเข้ากองทหารมหาดเล็กฯ ได้ไม่นานกลับมาย้ำเตือนความทรงจำ มันเป็นงานใหญ่ซึ่งมีเพียงไม่กี่ครั้งที่ทุกคนในกองถูกสั่งให้ออกไปทำภารกิจด้วยกันนอกวัง การบุกทลายแหล่งซ่องสุมสุดท้ายของกลุ่มกบฏล้มล้างราชบัลลังก์ พวกเขาได้ทำงานร่วมกับทหารแนวหน้าจากกองทัพหลวงอีกจำนวนหนึ่ง แม้แต่ท่านชายทั้งสองแห่งเฟรนด์สเกลก็ยังมา ภารกิจใหญ่ที่ต้องใช้คนให้น้อยที่สุด เพื่อลงมืออย่างเงียบเชียบที่สุดป้องกันการแตกตื่นของผู้คน งานที่รวบรวมทหารมือดีที่สุดไว้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา งานที่ได้รู้กันแทบหมดไส้หมดพุงทีเดียวว่าใครแน่จริงที่สุดของที่สุดในหมู่หัวกะทิด้วยกัน
    ชามีได้ประสบการณ์ครั้งใหญ่มากมายจากภารกิจครั้งนั้น ทั้งเรื่องเคล็ดลับการต่อสู้ แนวคิด การสังเกต และข้อมูลข่าวสารต่างๆ อันน่าเหลือเชื่อซึ่งไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ในโลก หนึ่งในนั้นคือความแปลกแปร่งของสิ่งรอบตัวในตอนนี้
    “ตรงนั้น...” ชามีเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำผู้ติดตามทั้งสองไปยังใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งห่างจากจุดที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก มันเป็นพื้นหญ้าเช่นเดียวกับจุดอื่น หากใครช่างสังเกตก็จะเห็นได้ว่ามันมีความไม่พอดิบพอดีบางอย่างราวกับเพิ่งถูกขุดกลบ แต่หากใครไม่ได้คิดอะไรมาก ความผิดปกติอันน้อยนิดนั้นก็ทำให้สามารถมองผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
    องครักษ์แห่งพระราชานั่งลงแล้วใช้มือถอนหญ้าขุดดินออก ผู้ติดตามทั้งสองต่างก็มาช่วยกันขุด เมื่อขุดได้ลึกพอประมาณแล้วทุกคนก็ได้พบกับทางตันอันราบเรียบที่ไม่ใช่หิน และมันก็ไม่น่ามาอยู่บนพื้นดินแบบนี้ได้
    “นี่มัน...” ลมหายใจของชามีสะดุด ภาวนาอย่างสุดใจว่าขออย่าให้ท่านหญิงถูกจับมาที่นี่ เพราะหากเป็นอย่างที่กลัวจริงๆ อาจมีบางสิ่งที่เลวร้ายกว่าการลักพาตัวท่านหญิงก็อาจเป็นได้
    “อะไรหรือขอรับ” เด็กหนุ่มรับใช้รีบถามขึ้นในทันที
    “ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด... ที่นี่น่าจะเป็นบ้านใต้ดิน”
    “ไม่..........”
    บุรุษทั้งสามเงยหน้าสบตากัน
    “พวกเจ้าได้ยินเสียงแว่วๆ นั่นมั้ย”
    ทันทีที่อีกสองคนพยักหน้า ชามีก็เริ่มสั่งให้ทุกคนลงมือตะกุยอย่างเอาเป็นเอาตาย ในที่สุด...เมื่อเจอบางสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นประตู มันไม่ได้ลึกขนาดต้องขุดนานเลย ผู้ติดตามทั้งสองถอยห่างออกเล็กน้อยเมื่อชามีดึงประตูออกมา
    “วารี!” เสียงร้องตะโกนของผู้ชายดังขึ้นลั่น
    “ช่วยด้วย!” ตามด้วยเสียงของหญิงสาวที่ดังลอยมา
    ทหารทั้งสามยศเงยมองหน้ากันอีกครั้งอย่างตกตะลึง

    ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน
    จีโอเรียเงยหน้าขึ้นมองบานประตูห้องนอนที่ถูกเคาะ หญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าฟุบหน้าอยู่บนเตียง ตั้งแต่รู้ความจริงเมื่อคืนนางก็หลับไม่ลง เพราะไม่รู้ว่าจะถูกเข้ามาทำอะไรตอนหลับหรือเปล่า เมื่อจีโอเรียไม่ตอบบานประตูจึงเปิดออกเองในที่สุด และก็เป็นซัลฟาผู้พี่หรือที่จริงก็คือนายท่านคนเมื่อคืนที่เดินเข้ามา
    “ตื่นแล้วหรือขอรับ ไม่เห็นท่านตอบข้าก็เลยเปิดเข้ามา เมื่อคืนอากาศหนาวพอดู ข้าเพิ่งนึกได้ว่าเราไม่ได้เอาผ้าห่มไว้ให้ท่านเลย”
    “ข้าเป็นคนร่างกายแข็งแรงค่ะ หนาวแค่นี้สบายมาก ขอบคุณท่านที่เป็นห่วงนะคะ”
    เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ จีโอเรียพยายามทำหน้าให้เป็นปกติที่สุดขณะถูกจ้องมอง
    “ซิลวี่ยังไม่ตื่นข้าเลยมาดูท่านก่อน หากตื่นแล้วเดี๋ยวข้าจะกลับไปปลุกนาง กินมื้อเช้าแล้วเราก็คงจะเริ่มออกเดินทางกลับ เสบียงพวกเรายังเหลือพอดูเดี๋ยวข้าจะให้ซิลวี่แบ่งเอามาให้ท่านเพิ่มเติม”
    “ไม่เป็นไรค่ะ ที่ให้มาเมื่อวานก็ยังเหลืออยู่เลย ข้าอยากเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกมากกว่า ขอข้าขึ้นไปเดินเล่นสักหน่อยก่อนนะคะ”
    จีโอเรียเดินสวนกับซัลฟาเพื่อเดินออกจากห้องไป แต่แขนของหญิงสาวก็ถูกฉุดไว้ก่อน
    “สีหน้าท่านดูอิดโรยมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับงั้นหรือ”
    “เปล่าเลย ข้าหลับสบายมาก หลับไม่รู้เรื่องเลยล่ะค่ะ”
    “ถ้าเช่นนั้นท่านก็คงจะไม่สบายแล้วล่ะ สีหน้าท่านดูไม่ดีเลย เดี๋ยวข้าจะไปบอกให้ซิลวี่หายาให้ท่านสักหน่อย”
    เมื่อจนท้ายก็ถูกยัดเยียดอาการป่วยเข้าใส่ จีโอเรียจึงจำต้องเป็นฝ่ายดึงแขนรั้งอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ไปแทน
    “เอ่อ...ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านสักหน่อย เมื่อวานซิลวี่เอาหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ข้าอ่านแก้เบื่อ แต่มันเป็นหนังสือภาพลามก นั่นเป็นของท่านรึเปล่าคะ ท่านไม่ควรปล่อยให้น้องสาวของท่านอ่านอะไรพวกนี้นะ นางยังเด็กอยู่เลย”
    ซัลฟานิ่งไปชั่วขณะ มองจีโอเรียราวกับพยายามจับผิดหญิงสาวอย่างสุดฤทธิ์
    “นางมีหนังสือแบบนั้นด้วยหรือ ข้าไม่รู้มาก่อนเลย ปกติข้าก็ไม่ได้ยุ่งกับสัมภาระของนางเท่าไหร่ กลับไปคงต้องไปตรวจดูสักหน่อยแล้ว ขอโทษด้วยที่นางทำเรื่องน่าอายแบบนั้น”
    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ ท่านไปปลุกซิลวี่เถอะ ข้าขอไปเดินเล่นรอสูดอากาศสักหน่อยนะคะ”
    พูดจบจีโอเรียก็ดึงมือตัวเองออกจากแขนของชายหนุ่ม แต่เมื่อเดินออกจากห้องไปได้อีกเล็กน้อย แขนของหญิงสาวก็ถูกจับไว้อีกครั้ง จีโอเรียแทบอยากจะร้องปรี๊ดออกมา ต้องทำยังไงนางถึงจะโผล่ขึ้นไปข้างบนพื้นดินได้กัน
    “เอ่อ... ข้ารู้ว่ามาพูดตอนนี้มันดูกะทันหันมาก แต่ว่าหลังได้พบท่านเมื่อวานข้าก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ ไป ข้าคิดว่าตัวเองคงหลงรักท่านเข้าแล้ว”
    “ข้าขอบคุณพวกท่านจากใจจริงที่ช่วยข้าไว้ แต่ว่าข้าไม่คิดจะแต่งงานอีกแล้วค่ะ ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องพบเจอคนที่เหมาะสมกับท่านจริงๆ อย่างแน่นอน”
    “แต่ข้าไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนกับท่านเลย”
    หนนี้จีโอเรียไม่ตอบกลับ หญิงสาวข่มกลั้นความอดทนไว้ ทำได้เพียงมองหน้าอีกฝ่ายอย่างนิ่งงัน แม้จะเคยฝึกการต่อสู้มาบ้าง แต่ดูท่าทางแล้วยังไงนางก็คงจะสู้เขาไม่ได้ ในเมื่อลูกไม้อ่อนๆ ขอขึ้นไปด้านนอกไม่น่าจะใช้ได้แน่ๆ นางคงต้องลองอีกทางแล้วกระมัง ดีกว่าโดนถ่วงเวลาให้อยู่ในนี้ต่อไปแล้วถูกคนคู่นี้บังคับให้นางกินยาฝิ่นอะไรนั่นเข้า
    “ทำไมท่านถึงอยากเป็นเขยของเฟรนด์สเกล”
    หนึ่งประโยคของจีโอเรียทำเอาชายหนุ่มหน้าเปลี่ยนสีในทันที
    “เมื่อคืนท่านได้ยินเรา...”
    “ใช่ ข้าได้ยิน ท่านลองบอกจุดประสงค์ของท่านมาสิ ถ้าหากมันมีเหตุผลที่ดีที่เหมาะสมจริงๆ ข้าอาจจะเปลี่ยนใจตกลงกับท่านก็ได้...”
    ซัลฟาหันไปมองประตูห้องอีกห้องที่น่าจะมีซิลวี่อยู่ข้างในอย่างครุ่นคิดทีเดียว
    “อย่ามาหลอกข้าให้ยากเลย ท่านก็แค่จะแกล้งตกลงกับเราเพื่อที่จะหนีกลับไป พอกลับไปแล้วท่านก็จะบอกพ่อของท่านจับพวกเราอยู่ดี”
    “แน่ล่ะ เป็นใครก็ต้องทำแบบนั้น ข้าถึงได้ให้โอกาสท่านมายืนถามก่อนอยู่นี่ไงว่า ทำไมถึงอยากจะเกี่ยวดองกับบ้านข้านัก ถึงจะยากก็เถอะ แต่ถ้าเหตุผลของท่านดีพอข้าก็อาจจะตอบตกลง เฟรนด์สเกลมีสัจจะ เรารักษาคำพูดของเราเสมอ ต่อให้ข้ารับปากเรื่องแต่งงานไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องของท่านมันน่าเห็นใจ ข้าก็อาจจะเลือกช่วยเหลือท่านแทนโดยไม่ปริปากเรื่องที่ท่านจับข้ามา พวกท่านต้องกล้ามากไม่ก็บ้าจริงๆ นั่นแหละถึงกล้าลักพาตัวข้ามาแบบนี้เนี่ย มันจะต้องมีเหตุผลจำเป็นอะไรสักอย่างที่บีบบังคับให้ท่านทำแบบนี้ใช่ไหม บอกข้ามาเถอะ หากช่วยได้ข้ารับปากว่าจะช่วยท่านจริงๆ”
    ซัลฟานิ่งไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด จีโอเรียเกือบถอนใจได้อย่างโล่งอกแล้วถ้าไม่ติดว่า...
    “ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นหวังดี!”
    ในขณะที่ราวกับทุกอย่างกำลังจะไปได้ด้วยดี อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เดือดปึงปังขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ประตูข้างห้องของจีโอเรียถูกเปิดออก ก่อนที่ซิลวี่จะโผล่ออกมาอย่างตื่นตกใจ
    “ไปเตรียมฝิ่นมา!” เมื่อเปิดเผยตัวกันขนาดนี้แล้ว พี่ชายผู้กลับกลายเป็นนายท่านก็ออกคำสั่งกับน้องสาวปลอมๆ ทันที ซิลวี่ปิดประตูกลับเข้าไปด้านใน และจีโอเรียก็ถูกลากกลับเข้าไปในห้อง หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งแล้วที่จะขัดขืนไว้แต่นางก็สู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้เลย
    “ปล่อยนะ! รู้ตัวรึเปล่าว่าเจ้ากำลังทำบ้าอะไร หากทำร้ายข้าแล้วคิดว่าตัวเองจะรอดได้รึยังไง โง่รึเปล่า นี่เจ้าไม่รู้จักทหารของจีโอเนสเลยใช่มั้ยว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง!”
    “คนอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไรกันล่ะ!”
    “เออสิ! ข้าจะไปเข้าใจได้ยังไง! ก็เจ้าไม่บอกอะไรสักอย่างเลยนี่!”
    จีโอเรียถูกเหวี่ยงลงไปที่เตียงขณะขึ้นเสียงกลับอย่างสุดจะทานทน ซัลฟาตามขึ้นมานั่งคร่อมทับร่างหญิงสาวไว้ สองมือถูกจับรวบกดไว้ได้เพียงมือข้างเดียวของผู้แข็งแรงกว่า หญิงสาวเลิกดิ้นสู้พักเหนื่อย หยุดร้องโวยวายเพราะคาดว่าร้องไปก็ไร้ประโยชน์ นางเก็บรวบรวมแรงไว้เพื่อรอจังหวะโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้น
    “ข้าเป็นลูกชายคนรอง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกเป็นของพี่ชายข้า รวมถึงข้าที่เป็นได้แค่ขี้ข้าคอยรับใช้ช่วยเหลือมัน ข้าพยายามทำทุกอย่างจนแทบตัวตายแต่สุดท้ายก็ไม่เคยมีใครเห็นคุณค่า เจ้าเท่านั้น... เจ้าคือทางลัดที่จะทำให้ทุกคนยอมรับข้า เป็นทางลัดที่จะช่วยให้งานอันยิ่งใหญ่ของเราสัมฤทธิ์ผล”
    จีโอเรียไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพล่ามเลยสักนิด สิ่งเดียวที่รู้ก็คือถ้าไม่รีบหาทางหนีมีหวังนางไม่รอดจากมือคนพวกนี้แน่
    “เป็นของข้าแต่โดยดีซะเถอะ ตอนนี้เจ้าอาจไม่เต็มใจ แต่เมื่อครั้งแรกผ่านไปเจ้าอาจจะเป็นคนร้องขอข้าเองก็ได้”
    “ไอ้โรคจิตเอ๊ย! ไปเกิดไปโตที่ไหนมาถึงได้มีตรรกะพิสดารแบบนี้เนี่ย! ยิ่งเจ้าขืนใจข้า ข้าก็จะยิ่งรังเกียจเจ้า ถ้าเจ้าฆ่าข้าเจ้าก็หมดสิทธิ์ทำงานของเจ้าให้สำเร็จ เอาสิ! อยากทำอะไรก็ทำเลย! หลังจากนี้ต่อให้เจ้ามีอีกร้อยชีวิตก็ไม่พอให้ชดใช้แน่!”
    เอี๊ยดดด
    ร่างของทั้งสองชะงักไปชั่วขณะ เมื่อมีเสียงอะไรบางอย่างคล้ายกับเสียงประตูเปิดดังขึ้น
    “วารี!” วินาทีที่ซัลฟาเผลอผ่อนแรงหันหน้าออกไปตะโกนทางประตู จีโอเรียที่เล็งรอคอยจังหวะอยู่ก็ออกแรงผลักชายหนุ่มอย่างสุดกำลังจนอีกฝ่ายล้มหงายหลังไป สติของจีโอเรียยังอยู่ครบ นางไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยว่าซิลวี่เดินออกมาจากห้องนั้น ต้องเป็นคนอื่นที่กำลังเปิดประตูลงมาแน่ๆ
    “ช่วยด้วย!” หญิงสาวร้องตะโกนขึ้นขณะถลาลงจากเตียง ยกเก้าอี้ไม้ที่มีในห้องขึ้นมาฟาดไปที่ซัลฟาซึ่งกำลังลุกขึ้นจากพื้นอย่างสุดแรง
    แต่ในขณะที่กำลังจะเงื้อมเก้าอี้ฟาดลงไปหนที่สอง เจ้าคนร้ายก็ลุกขึ้นมาได้เสียก่อนแม้เมื่อครู่นี้จะดูเจ็บเอาการ ร่างของจีโอเรียถูกผลักลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง และเก้าอี้ก็หลุดมือออกไป
    “ช่วย...”
    ทว่าเมื่อกำลังจะตะโกนร้องอีกครั้ง เสียงของหญิงสาวก็พลันกลืนกลับหายไป อยู่ๆ ร่างของเจ้าวายร้ายที่กำลังกดนางไว้กลับถูกใครบางคนเตะลอยออกไปต่อหน้าต่อตา
    จีโอเรียหันไปดูอีกทาง เงาร่างของชายหนุ่มที่กวนโมโหนางที่สุดปรากฏอยู่ตรงหน้า น้ำตาที่ไม่เคยไหลเลยก่อนหน้านี้ปริ่มล้นออกมา เมื่อรับรู้ได้ว่าหากเป็นคนคนนี้โผล่มานางจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน
    ชามีมองจีโอเรียเพียงแวบหนึ่งก่อนจะหันไปจัดการกับคนร้ายให้อยู่หมัด มันดูง่ายดายมากเหลือเกินสำหรับเขาราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กเล็ก ระหว่างนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งแบกกระเป๋าใบใหญ่วิ่งเข้ามา ก่อนจะควานหาเชือกส่งให้กับทหารองครักษ์รักษาพระองค์
    เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีอันตรายแล้ว ชามีจึงปล่อยให้นายทหารรับใช้เป็นผู้จัดการมัดตัวคนร้าย แต่ก่อนจะทันได้ถามไถ่เรื่องราวชายหนุ่มก็ต้องชะงักไป พูดอะไรไม่ออก เมื่ออยู่ๆ ท่านหญิงแห่งเฟรนด์สเกลก็ลุกขึ้นมาแล้วถลาเข้ากอดเขาไว้แน่น
    ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากเสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่ปลดปล่อยออกมา เด็กหนุ่มทหารรับใช้ได้เพียงหันมามองอย่างอึ้งทึ่งพูดอะไรไม่ออกเช่นเดียวกัน
    ผ่านไปสักพัก เมื่อหญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเสียที ชามีจึงได้เอ่ยเตือนขึ้น
    “จะกอดข้าไปจนตายในนี้รึไง ปล่อยได้แล้ว...”
    จีโอเรียสะดุ้งรู้สึกตัว หญิงสาวผงะร่างถอยห่างออกจากคนปากร้ายในทันที
    “ขะ...ขอโทษด้วย ข้าก็แค่...แค่...”
    “ช่างเถอะ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม”
    “ก็เกือบเป็น แต่ท่านมาทันเว... ระวัง!”



    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808