ระหว่างทำงานใหญ่ให้กับคนในหมู่บ้านทั้งหมดนี้ พวกเราทุกๆคนเองก็มีความสุขกันเป็อย่างมาก แต่ละคนยิ้มอยู่ตลอดเวลาสายตาแต่ละครั้งที่มองเสาร์น้อยใช้นิ้ววิเศษขยายผลผลิตให้กับเพื่อนบ้านแต่ละครอบครัวให้ดีขึ้น
ส่วนเสาร์น้อยเองระหว่างการเดินทางไปที่ดินแต่ละครอบครัวก็มีเวลาทบทวนสิ่งต่างๆไปด้วย โดยเฉพาะการใช้พลังนิ้ววิเศษเหล่านี้ เพราะตัวของเสาร์น้อยเองสังเกตการใช้งานขอบเขตของมันอย่างละเอียดและการทดลองทำแต่ละขั้นตอนในแต่ละรอบ
ยิ่งวันนี้เป็วันที่สามารถทดสอบพลังในหลายรูปแบบตามความเข้าใจของเธอเองก็คือว่า..
“ในครั้งแรกที่เริ่มฟื้นมาด้วยความดีใจจึงหลุดส่งพลังนิ้ววิเศษไปที่ไก่และต้นไม้ต้นนั้นออกมาอย่างไม่ได้ตั้งตัว
แต่ว่าพอมาลองขยายขนาดเมล็ดข้าวสารกลับได้ต่อเม็ดที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น
ส่วนเกลือที่เป็ก้อนๆแต่ว่าไม่ได้เห็นเป็เมล็ดๆเล็กๆที่แบบมองไม่เห็นแบบนั้น พอขยายมาก็คือได้เป็ก้อนเหมือนเดิมแต่มีขนาดใหญ่โตขึ้น
แต่ว่าพอมาขยายในส่วนของน้ำตาลเท่านั้นแหละมันต่างจากพวกเม็ดข้าวสารตรงที่มันเป็เมล็ดเล็กๆมาก แต่จะให้หยิบเป็เม็ดจะยาก แต่พอใช้พลังนิ้ววิเศษมันกลับขยายในลักษณะการเพิ่มพูนจากกองเล็กให้เป็กองใหญ่ขึ้นแต่มีขนาดไม่เปลี่ยนไป
พอมาขยายน้ำ ที่เป็ก้อนเหลวๆเพียงแค่ลองใช้การสังเกตุจุดเริ่มต้นที่เรา้าจนถึงปลายขอบแม่น้ำที่ติดกับแม่น้ำสายย่อยปริมาณน้ำกลับเพิ่มทะลักออกมาตามที่เราตั้งขอบเขตเอาไว้ที่นึกไว้แต่แรก นี่คือความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เราจับได้ว่าควรจะกำหนดขนาดได้อีกด้วย เป็อะไรที่ตัวเราเองชอบมาก
ส่วนล่าสุดที่พึ่งทำนี่ก็ข้าวโพดกับ หัวมันเทศนี่แหละ ใช้การมองและกำหนดในจิตใจและส่งพลังนิ้ววิเศษไปเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่ง มันก็กลายเป็กระจายพลังไปเรื่อยๆจนสุดขอบเขตที่เรากำหนดเอาไว้แต่แรก
และเ้าหัวมันเทศล่าสุดนี้ก็เลือกส่งพลังแบบเฉพาะส่วนด้วยใบมันเทศขยายแบบส่งพลังไม่สุดก็คือใบจะใหญ่เพียงเล็กน้อย แต่สุดที่หัวมันเทศให้ใหญ่ขึ้นมากๆ เราก็ยังทำได้แบบแบ่งพลังส่งครึ่งๆอีกด้วยมันน่าใมาก”เสาร์น้อย
ตัวของเสาร์น้อยเองคิดทบทวนอยู่หลายต่อหลายครั้ง และแต่ละเหตุการณ์ในการใช้พลังนิ้ววิเศษของตัวเองเพื่อเปรียบเทียบกัน
“แล้วแบบนี้จะมีรูปแบบไหนอีกนะที่เรายังไม่ได้ใช้งานน่ะ ชักตื่นเต้นเข้าเรื่อยๆแล้ว คงต้องค่อยเป็ค่อยไปแล้วแต่สถานการณ์ที่จะต้องใช้ด้วยฮิ..ฮิ…”เสาร์น้อย พูดในใจอยู่ลำพัง
“เสาร์น้อย เสาร์น้อย เสาร์น้อยลูกได้ยินพ่อไหมคะ…”พ่อ
“น้องเสาร์น้อย พ่อเรียกน่ะ”พี่สาวโจวหวู่สะกิดเรียกน้องเสาร์น้อยทันที ที่เห็นว่าพ่อเรียกอยู่หลายรอบแล้วน้องก็ยังไม่หันไปหาสงสังน้องคงมองข้างทางจนเพลิน
“อุ้ย…ค่ะพ่อ”เสาร์น้อย
“ถ้าเสาร์น้อยเหนื่อยอยากพักก่อนต้องบอกพ่อนะ”พ่อ
“ค่ะพ่อ แต่ตอนนี้เสาร์น้อยยังสนุกอยู่เลยค่ะพ่อไม่ต้องห่วงนะถ้าไม่ไหวเสาร์น้อยจะบอกค่ะ”เสาร์น้อย
แน่นอนว่าที่พ่อคอยถามแบบนี้อยู่เรื่อยๆเพราะห่วงและกังวลว่าลูกสาวคนเล็กจะเหน็ดเหนื่อยจากการใช้พลังนิ้ววิเศษมากจนเกินไปนัก
ไม่ใช่แค่เพียงพ่อคนเดียว พี่สาว พี่ชาย น้าชาย อาเล็กเองก็พากันสลับสอบถามตลอดเส้นทางที่พวกเราต้องแวะผ่านให้เสาร์น้อยใช้พลังนิ้ววิเศษขยายหัวมัน
“ว้าว…ดอกไม้ป่าตรงนั้นสวยมากเลยค่ะเสาร์น้อยอยากได้ค่ะพ่อ”เสาร์น้อย
“สวยจังเลย พ่อคะไปเลยค่ะ”พี่สาวโจวหวู่
“ได้ลูก”พ่อ
พวกเราแวะข้างทางเพื่อตามใจสาวน้อยสองคนของบ้าน ที่เจอดอกไม้ป่าสวยๆไม่ได้จะต้องแวะเวียนเก็บตลอดเส้นทางกันเลย เมื่อพ่อจอดรถเข็นแล้วสองสาวน้อยก็โดนอุ้มลงมาสู่พื้น
เพียงแค่เท้าแตะพื้นเท่านั้นแหละสองสาวน้อยออกตัววิ่งตรงไปดงดอกไม้ป่าอย่างรวดเร็ว
“ว้าว….พอเห็นใกล้ๆสวยจังเลยดอกไม้ป่าทำไมถึงได้สวยมากแบบนี้นะ”เสาร์น้อย
“เก็บไปใส่แจกันที่บ้านกันนะน้องเสาร์น้อย”พี่สาวโจวหวู่
“คงจะเก็บเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะพี่สาว ดูสิบนรถเข็นก็เยอะแล้วด้วย เสียดายจังเลยเนอะ”เสาร์น้อย
“เอาไว้ถ้ามันเหี่ยวแล้ว พี่สาวจะพาน้องเสาร์น้อยไปเก็บดอกไม้ป่าใกล้ๆป่าหลังบ้านของพวกเรานะ ตรงนั้นก็มีเยอะอยู่เหมือนกันล่ะ”พี่สาวโจวหวู่
“ได้ๆ พี่สาวงั้นเราเก็บตรงนี้ไปอีกนิดหน่อยนะ”เสาร์น้อย
“จ้ะ”พี่สาวโจวหวู่
สองสาวน้อยก็เพลิดเพลินมองดูดอกไม้ป่าสวยๆ และเด็ดกลับไปเก็บไว้ที่รถเข็นอีกครั้ง
“เหลืออีกเพียงแค่ 4-5 ครอบครัวก็หมดแล้วนะหลานสาว”น้าชาย
“เหนื่อยไหมหลานสาว”อาเล็ก
“ไม่เลยค่ะ”เสาร์น้อย ก็ยังคงตอบคำถามนี้ไม่มีเบื่อเช่นกันไม่ว่าจะโดนคำถามเหล่านี้มาหลายรอบแล้วก็ตามที
“ที่ดินตรงนี้ที่สุดท้ายแล้วล่ะน้องเสาร์น้อย สู้สู้นะ พี่สาวอยู่ตรงนี้เป็กำลังใจให้”พี่สาวโจวหวู่
“พวกพี่ด้วย”พวกพี่ชาย
เสาร์น้อย ค่อยๆเกาะขอบรถเข็นเพื่อยืนอีกครั้งโดยมีพ่อคอยประคองด้านหลังให้เพื่อไม่ให้ตัวของเธอล้มหงายหลังไป
“ปี้ว…ปี้ว…..”
“เรียบร้อยแล้วนะคะทุกๆคน”เสาร์น้อยหันไปบอกกับทุกๆคนที่ยืนรอดูอยู่ด้านหลังของเธอ
“เย้…เย้…”พวกพี่ๆ
“ถ้าอย่างงั้นแล้วพวกเราพากันกลับบ้านเลยดีกว่านะเด็กๆ ดีนะวันนี้ไม่มีแดดอย่างที่เคยเลย”พ่อ
“หรือเป็เพราะว่าหมู่บ้านของพวกเราเริ่มมีความเย็นจากน้ำที่ไหลมาหรือเปล่าครับพ่อ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ก็อาจจะเป็ไปได้นะลูก”พ่อ
“อากาศแบบนี้ดีมากๆเลยนะ พวกเรากลับบ้านกันเลย”อาเล็ก
“กลับบ้าน…กลับบ้าน….”พวกพี่ชาย
“พ่อ อาเล็ก น้าชายคะ พวกเรากลับทางอื่นได้ไหมคะเสาร์น้อยอยากเห็นที่อื่นอีก”เสาร์น้อย ออดอ้อนขอเพื่อเดินดูบริเวณรอบๆหมู่บ้านอีก
“เส้นทางอื่นงั้นเหรอลูก”พ่อ
“ค่ะพ่อ”เสาร์น้อย
“อือ….”พ่อ
“พี่เขยทางด้านนู้นไงล่ะที่จะอ้อมหน่อยแต่ว่าตัดผ่านบ้านพ่อกับแม่ผมด้วย”น้าชาย
“อ้อ..จริงด้วยสิน้องชาย”พ่อ
เมื่อมีเส้นทางที่จะพาเดินเล่นแล้ว พวกเราทุกๆคนก็พากันเดินเลี่ยงเส้นทางด้านในหมู่บ้านออกมาเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับเข้าป่าด้านในเลย เพราะมันอยู่รอยต่อพอดิบพอดีเลยหรือว่าเรียกตามรอยชายป่าก็สามารถเรียกได้ แต่ว่าบางเขตก็เหมือนกับเดินเข้าป่าเส้นในด้วยบางพื้นที่ไม่ค่อยจะมีคนใช้เส้นทางนี้เดินผ่านมากนักเพราะว่าเส้นทางมันอ้อมมากเกินไป
“มองจากตรงนี้ก็ยังเห็นหมู่บ้านของพวกเราชัดเจนอยู่นะคะ”เสาร์น้อย
“ใช่ครับลูกสาว”พ่อ
“แต่ว่าเส้นทางนี้พวกเด็กๆอย่าเดินกันดีกว่าเพราะรอยต่อของเส้นทางออกจะทึบบ้างนะ”พ่อ
“ครับ” “ค่ะ” พวกเด็กๆ
“แต่ต่อไปก็คงจะมีคนเดินผ่านเยอะล่ะพี่ใหญ่ เพราะไม่ไกลจากนี้มีเส้นทางของแม่น้ำวิ่งผ่านแล้วนะอย่าลืม ที่หลานสาวพึ่งจะทำอย่างไรล่ะมันวิ่งผ่านมาถึงทางด้านนี้ด้วยแน่นอน”อาเล็ก
“อือ..จริงด้วยสิถึงว่าได้ยินเสียงเหมือนน้ำไหลเลยนะ”พ่อ
“แถวนี้มีแม่น้ำด้วยเหรอครับ”พี่รองโจวซื่อ
“มีสิลูก แน่นอนว่าน้องเสาร์น้อยของพวกเราจัดการเส้นทางน้ำได้แล้วมันย่อมไหลหากันเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าน้ำจะไหลผ่านมาจนเต็มเส้ทางเดิมของมัน”พ่อ
“สุดยอดไปเลย”พวกพี่ชาย
“ไม่แปลกใจเลยทำไม พวกเรารู้สึกว่าบรรยากาศมันดูสดชื่นขึ้นไม่อบอ้าวหรือร้อนเหมือนเคย”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย ที่เหลือเองก็สนับสนุนในส่วนนี้
แต่สำหรับเสาร์น้อยแล้วนั้น ก็ยังคิดไม่ต่างจากพวกพี่ชายมากนักเพียงแต่ว่าแค่ผันน้ำกลับมาสู่เส้นทางเดิมมันจะได้ผลในพริบตาเพียงวันเดียวเชียวเหรอ? มันออกจะเหลือเชื่อมากจริงๆนะ ไอ้เราเองก็พึ่งจะฟื้นคืนสติมาได้ไม่ถึง 2 วันเลยไม่รู้จะเปรียบเทียบสภาพอากาศเมื่อก่อนอย่างไรดีไม่คยััเสียด้วยสิ
แต่อีกความคิดหนึ่งก็ทำให้ฉุกคิดแบบแหวกแนวไม่ได้ว่า ขนาดตัวเธอเองฟื้นมายังมีนิ้ววิเศษมาช่วยเสียขนาดนี้ไม่แน่ว่าละอองวิเศษตอนปี้ว…ปี้ว…ส่งปล่อยพลังออกมาจากนิ้วนั้นอาจจะทำให้สภาพอากาศ สภาพแวดล้อมดีขึ้นจากเดิมก็เป็ไปได้ อะไรก็เป็ไปได้ทั้งนั้นแหละใช่ไหมล่ะ
ในระหว่างที่ทุกๆคนต่างเพลิดเพลินกับการเดินทางกลับบ้าน กับบรรยากาศใหม่ๆ สองสาวน้อยบนรถเข็นก็พากันหัวห้อยชนกันเสียแล้ว
“เอ๊ะ…เดี๋ยวนะ”พ่อ ที่สังเกตเห็นแล้วว่าสองสาวน้อยเงียบไปพักหนึ่งแล้ว บวกกับการเอียงไปเอียงมาทั้งตัวแบบแปลกๆ จึงจอดรถเข็นและหันมาดูลูกสาวทั้งสองคนบนรถเข็น
“หลับเสียแล้วสิสองสาวน้อยของพวกเรา”พ่อ อมยิ้มมองดูลูกสาวนอนหลับอย่างอ่อนโยน
“ดีนะที่แม่ เตรียมผ้ารองกับกองฟางให้น้องสาวได้พิงนั่งกัน”พี่ใหญ่โจวซาน
“แต่น้องสาวของลูกจะเมื่อยน่ะสิ”พ่อ
“พี่ใหญ่/พี่เขย ผมอุ้มหลานสาวเอง”อาเล็ก กับน้าชาย อาสาอุ้มหลานสาวขึ้นมาเอง
“ก็ได้ ระวังหน่อยนะหลานสาวพวกนายพึ่งจะหลับ”พ่อ
“พ่อครับไม่ต้องห่วงหรอก พวกน้องสาวนะถ้าหลับทำยังไงก็ไม่มีทางตืนหรอกครับ”พี่รองโจวซื่อ
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย รีบตอบแบบไม่ต้องคิดกันเลยเพราะพวกเขารับรู้ดีว่าน้องสาวนอนขี้เซากันขนาดไหน ทั้งปลุกเรียกส่งเสียงดังอย่างไรก็ไม่มีทางตื่นอย่างแน่นอน
“ฮ่า…ฮ่า….”พ่อ อาเล็ก น้าชาย
“บอกให้พามาเดินเล่นตรงนี้ แต่คนขอกลับหลับไปก่อนเสียได้จริงเลยเ้าตัวแสบน้อยของพ่อเอ๊ย..”พ่อ
“เอาไว้วันหลังพวกเราก็ค่อยพาน้องสาวสองคนมาใหม่ก็ได้ครับลุง”พี่ซานเยวี่ย
“ครับ”พ่อ
สรุปแล้วแทนที่จะได้เดินแบบเรื่อยๆเดินเล่นมองสองข้างทางกัน พวกเราทุกๆคนกลับต้องเร่งฝีเท้าเพื่อพาสองสาวน้อยไปนอนกลางวันกันก่อน เพราะวันนี้ปาเข้าไปตอนจะบ่ายสามอยู่แล้วซึ่งเลยเวลานอนกลางวันมามากแล้วสำหรับสองสาวน้อย พวกพี่ชายเองก็เช่นกันด้วย
เมื่อถึงบ้านก็จัดโต๊ะด้านนอกเพื่อให้เด็กๆได้นอนกลางวันกันเลย เพราะวันนี้อากาศดีมากไม่ร้อนเด็กๆสามารถนอนด้านนอกกันอย่างสบายๆไม่ต้องกลัวแดดจะส่องมาถึงพวกเด็กๆกัน
มีเพียงแม่ของน้องเสาร์น้อยคนเดียวที่คอยอยู่ดูแลพวกเด็กๆที่นอนกลางวันกัน คนอื่นๆขอเข้าไปดูไร่ดูสวนกันก่อน ถึงแม้ว่าจะรับรู้กันแล้วว่าเสาร์น้อยจัดการดูแลให้พวกท่านกันแล้วก็ตามที แต่ขอไปให้เห็นกับตาเพื่อความสบายใจอีกครั้งหนึ่งน่าจะดีกว่า
พอได้ครบประมาณชั่วโมงเดียวแม่ของน้องเสาร์น้อยก็ไล่ตามปลุกพวกพี่ชายก่อนเลย และตามมาด้วยสองสาวน้อยจอมขี้เซา เพราะไม่อยากให้นอนมากไปกว่านี้เดี๋ยวตกกลางคืนเด็กๆจะไม่หลับเอาได้
“แม่ครับ จริงๆแล้วสำหรับน้องสาวไม่ว่าจะนอนมากนอนน้อยไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยนะครับแม่”พี่รองโจวซื่อ
“ทำไมคะ?”แม่ แกล้งถามไปอย่างนั้นเอง
“ก็ผมไม่เคยเห็นน้องสาวจะบ่นว่านอนไม่หลับเลยสักครั้ง มีแต่เห็นแบบน้องนอนไม่ยอมตื่นเสียมากกว่านะครับแม่”พี่รองโจวซื่อ
“ก็จริงอย่างที่น้องรองว่าเลยนะครับผมเองก็เห็นแบบนั้น”พี่ใหญ่โจวซาน
“.................!!”สองสาวน้อย ที่กำลังยืนงัวเงียขี้ตาตัวเองอยู่ไม่ไกลจากพวกพี่ชายนักก็ได้ยินคำนินทาเต็มสองรูหูจนรู้สึกว่าตัวเองโดนตบหน้าจนตื่นแล้วจริงๆ
“จริงครับ พวกผมก็เห็นด้วยนะ”พวกพี่ชายคนอื่นๆก็ตอบแบบเดียวกันเสียด้วย
“.................!!”เสาร์น้อย พี่สาโจวหวู่
“อะแฮ่ม….อะแฮ่ม…..”เสาร์น้อย พี่สาวโจวหวู่
“..............!!!”พวกพี่ชาย ถึงกับสะดุ้งกันสุดตัวกันเลยเมื่อได้ยินเสียงกระแอมที่คุ้นเคยมากๆ ไม่มีทางที่จะเป็คนอื่นไปได้เลยนอกจากน้องสาวสุดที่รักทั้งสองคน
“เอ่อ…แม่ครับผมจะไปที่ไร่ไปช่วยพ่อ กับทุกๆคนแล้วนะครับ”พี่ใหญ่โจวซาน
“แว๊บ……..”
“ผมเองก็จะไปช่วยเหมือนกันนะครับแม่ ไปก่อนนะครับ”พี่รองโจวซื่อ
“แว๊บ…..”
“พวกเราก็ไปด้วยนะครับ แล้วเจอกันครับ”พวกพี่ชายคนอื่นๆ
“แว๊บ…….”
เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นกลุ่มของพวกพี่ชายก็สลายไปทันพริบตาเดียวเลย
“แม่คะ พี่ชายนินทาเสาร์น้อยกับพี่สาวโจวหวู่ล่ะ”เสาร์น้อย อดไม่ได้ที่จะฟ้องแม่ของเธอเองอีกครั้ง
“ใช่ค่ะแม่ พี่ชายไม่น่ารักเลย”พี่สาวโจวหวู่
“อ้อ…เดี๋ยวแม่จัดการพวกพี่ชายให้เองนะ มาลูกไปล้างหน้ากันก่อนนะจะได้สดชื่นจากการตื่นนอนกัน”แม่
“ค่ะ”สองสาวน้อย
************
เสาร์น้อย เริ่มใช้พลังนิ้ววิเศษได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นมากแล้ว การทดสอบการใช้พลังนิ้ววิเศษแต่ละครั้งใช้ไปไม่เสียประโยชน์เลย เพราะแต่ละครั้งที่ใช้นั้นไม่ว่าจะเป็ครอบครัวของตัวเองหรือคนในหมู่บ้านต่างได้รับประโยชน์จากนิ้ววิเศษกันถ้วนหน้า เพื่อชีวิตความเป็อยู่ทีดีขึ้นเรื่อยๆของคนในหมู่บ้านเจียวจิ้นแห่งนี้ง
มาคอยลุ้นกันว่าครั้งต่อไปน้องเสาร์น้อยของเราจะทำอะไรต่ออีกนะ??