จนตอนนี้ไพลินก็ยังคิดไม่ออกว่าเธอได้ลืมอะไรไปแต่เธอก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่ารูปร่างของเธอมันดูเล็กและผอมบางลงเหมือนเด็กรุ่นไม่มีผิดแม้แต่ผิวพรรณก็ขาวผุดผ่องอมชมพูแลดูอ่อนเยาว์เหมือนตอนที่ยังเป็สาวอยู่เลยหรือว่าเธอจะเข้ามาสิงสู่ร่างของคนอื่นกันนะ เธออดคิดไม่ได้เพราะรูปร่างของเธอไม่เหมือนหญิงสาววัย31ปีเลย
“ต้าฝูฉันควรเรียกคุณแบบนี้ใช่ไหม”
“ตามแต่นายหญิงจะเรียกขอรับและนายหญิงก็อย่าได้สงสัยสิ่งใดเลย ตัวท่านก็ยังคงอยู่ในร่างเดิมไม่ได้เข้าร่างคนอื่นหรอกขอรับแต่อาจจะเป็เพราะมิติของนายหญิงที่ต้องปรับเวลาตามที่มันควรจะเป็เท่านั้นเอง”
อันที่จริงต้าฝูไม่ได้อ่านใจนายของตนได้หรอกนะแต่เขาเห็นว่านายหญิงกำลังสำรวจตัวเองด้วยความสงสัย เขาจึงแค่เดาเอาเท่านั้น
“หมายความว่ายังไงปรับเวลาอย่างที่ควรจะเป็แล้วแทนแทนลูกสาวของฉันล่ะอยู่ที่ไหน เธอมาพร้อมกับฉันใช่ไหม” ตอนนี้เองที่ไพลินเริ่มรู้สึกตัวว่าสิ่งที่ขาดหายไปก็คือลูกน้อยของเธอนั่นเองมาถึงตอนนี้ความกลัวจึงได้บังเกิดขึ้นมาทันที เธอกลัวเหลือเกินกลัวว่าลูกสาวตัวน้อยจะถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังถ้าเป็แบบนั้นเธอจะทำอย่างไรดี คิดไปก็พานให้น้ำตาไหลไม่หยุด
ไพลินกำลังจะวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อไปดูให้แน่ใจว่าลูกสาวตัวน้อยอยู่ข้างในหรือไม่แต่ถูกต้าฝูเรียกเอาไว้เสียก่อน
“นายหญิงเดี๋ยวก่อนขอรับอย่าเพิ่งเศร้าไป ข้าตราจพบพลังปราณและพลังชีวิตอีกสายในตัวของนายหญิงขอรับ มันคือพลังชีวิตแน่นอนข้าคิดว่านั่นต้องเป็พลังชีวิตของคุณหนูน้อยไม่ผิดแน่ คงจะเป็สาเหตุนี้กระมังที่ทำให้นายหญิงมีรูปลักษณ์ที่เด็กลงเช่นนี้”
“จริงหรือต้าฝู!ถ้าเป็แบบนั้นก็ดีนะสิ ตอนนี้ฉันน่าจะอายุประมาณยี่สิบเอ็ดปีได้ละมั้งใช่แล้ว..ตอนที่ท้องแทนแทนฉันอายุยี่สิบเอ็ดปีพอดี”
“ยี่สิบเอ็ดปีหรือ?นายหญิงแน่ใจนะขอรับว่าจำไม่ผิด แต่ดูเหมือนนายหญิงเพิ่งจะสิบเจ็ดปีเองนะขอรับ”
คำเยินยอของสัตว์อสูรทำเอาไพลินแทบลอยเหมือนจะรู้ว่าเ้านายเป็คนบ้ายอ
“อะแฮ่มโธ่ต้าฝู คนยุคของฉันน่ะต่อให้อายุเยอะขนาดไหนก็ไม่แก่รู้มั้ย “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย มันคือสโลแกนสำหรับผู้หญิงเลยนะ” ไพลินยกเอาสโลแกนสำหรับสาว ๆ ในยุคของเธอมาใช้ ‘ภาษายุคใหม่บอกไปเขาจะรู้มั้ยเล่า’เธอคิด
“อะไรแกนๆ นะขอรับ”
นั่นปะไรล่ะ...
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ฉันลืมตัวไป ฉันคงต้องเริ่มเรียนรู้ภาษาโบราณแบบท่านแล้วสินะ สโลแกนก็คือคำขวัญเป็คำจำกัดความหรือคำประกาศโฆษณาอย่างไรเล่าพูดไปท่านจะงงเปล่า ๆ ลืมมันไปเถอะ ต่อไปฉันจะเริ่มเรียนรู้และพูดแบบท่านแล้วจะได้ไม่งงแต่ท่านต้องคอยเตือนด้วยล่ะ”
“ขอรับนายหญิง”
เป็อีกหลายเื่ที่เธอจะต้องทำความเข้าใจและยังมีอีกหลายๆ เื่ที่เธอจะต้องเรียนรู้ก่อนที่จะออกไปผจญภัยภายนอกมิตินั่น ทำไมจะต้องออกไปข้างนอกด้วยนะอยู่แต่ในมิติก็สบายดีแล้วไพลินคิดในใจแต่ต้าฝูบอกกับเธอว่า มันไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะมันเป็กฎของมิติที่ผู้จะต้องปฏิบัติตามแม้ว่าของทุกอย่างในมิตินั้นจะเป็ของเรา และเราสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ไม่ใช่ขังตัวเองไว้ในมิติตลอดชีวิตนั่นคงเป็กฎที่ผู้สร้างมิติแห่งนี้เป็ผู้ตั้งเอาไว้กระมังจากนี้ไปเธอคงต้องมีเื่ให้เรียนรู้อีกเยอะแยะมากมายและมันก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…
“ต้าฝูให้ข้าพักก่อนได้หรือไม่”
ยังไม่ทันข้ามวันเลยแต่ไพลินก็ต้องขอพักเบรกด้วยมีหลายสิ่งที่เธอยังปรับตัวไม่ทันเธอจึงขอต้าฝูหยุดพักพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ส่วนต้าฝูก็แสนจะใจดีรับคำอย่างนอบน้อมเขาเป็สัตว์อสูรแน่หรือหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการแต่กลับชอบทำหน้านิ่งสนิทนัก
“ขอรับนายหญิง ถ้าเช่นนั้นนายหญิงก็พักผ่อนเถิดวันพรุ่งนี้ข้าจะมาแต่เช้านะขอรับ”
“อืมขอบคุณท่านมาก”
โอ้ว..! พูดยังไม่ทันจบต้าฝูก็ดีดตัวขึ้นไปในอากาศและหายวับไปกับตา ‘อ่า..นี่ซินะพลังของสัตว์อสูรระดับเซียนผู้ฝึกปราณยุทธระดับสูงก็คงไม่ต่างกันแล้วฉันจะอยู่รอดปลอดภัยในแผ่นดินนี้มั้ยเนี่ย’
“เฮ้อ!” เมื่อหันหลังกลับมาก็เจอสิ่งที่ทำให้จิตใจของไพลินสงบลง บ้าน...ใช่แล้วมันคือบ้านที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงบ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะของลูกสาวตัวน้อย
“แม่จะรอหนูนะแทนแทน” เธอกล่าวพร้อมกับวางมือลูบวนไปมาที่หน้าท้องแบนราบ เหมือนว่าดวงจิตน้อย ๆจะรับรู้จึงทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นวูบวาบอยู่ภายในท้องน้อยของเธอ
“ไว้เจอกันนะยัยตัวยุ่งรอแม่หาพ่อให้หนูก่อนนะเด็กดี”ไพลินพูดกับดวงจิตของลูกน้อย แม้เ้าตัวยุ่งจะไม่ได้ยินแต่เธอก็ให้สัญญาว่าจะหาพ่อที่ดีให้กับแทนแทนได้แน่นอน
“ฮ้าย..โชคดีนะที่ของกินยังมีเต็มตู้อยู่เลยแบบนี้ก็ไม่ต้องอดและอยู่ไปได้อีกนานfighting นะไพลิน สู้ว้อยย..” เธอให้กำลังใจตัวเองด้วยการะโลั่นบ้านโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีเพื่อนบ้านมาได้ยินหรือรำคาญ ก็นี่มันคือมิติส่วนตัวของเธอนี่นา
เช้าวันใหม่ต้าฝูก็มาหาไพลินแต่เช้า...
“อรุณสวัสดิ์ต้าฝู ข้ารอท่านนานแล้วนะ ข้าพูดแบบนี้ถูกต้องใช่ไหมล่ะอ๊ะ...ท่านไม่ต้องชมข้าหรอกนะ ข้ารู้ว่าข้าหัวไว อันตัวข้านั้นก็อ่านนิยายจีนมาเยอะอยู่พอสมควรพอจะรู้อยู่บ้างว่าควรพูดแบบไหน คิก ๆ”
“โอ้ว..อรุณสวัสดิ์ขอรับนายหญิง ขออภัยที่ทำให้ท่านรอและข้าก็ต้องขอชมว่าท่านเรียนรู้ได้ไวจริงๆ”
“ไม่เป็ไรข้าชิลชิล…แล้วท่านจะไม่ถามหน่อยหรือว่าชิลชิล มันแปลว่าอะไร”
“คำนี้ข้ารู้ขอรับ นายท่านคนก่อนพูดให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ”
“หืม...ท่านจะบอกว่าเ้าของมิติคนก่อนมาจากที่เดียวกันกับข้าใช่หรือไม่ นี่ท่านยังจำได้อยู่หรือคำพูดของนายท่านคนเก่าน่ะข้าว่ามันคงนานมาแล้วแน่เลย ท่านดูแลมิติแห่งนี้มานานเท่าไรแล้วล่ะต้าฝู แล้วท่านรู้หรือไม่ว่ามิติแห่งนี้มีผู้มาแล้วกี่คน”ไพลินเริ่มสนใจที่มาที่ไปของแหวนมิติ เธอคิดว่าคงจะมีคนอีกมากมายหลายชีวิตที่อาจจะข้ามไปยังมิติอื่นๆ ได้แบบเธอ มันคงจะเหมือนกับนิยายทะลุมิติเทือกนั้น
“จากที่ข้ารับรู้มาก็มีนายท่านผู้สร้างมิติแห่งนี้ท่านแซ่ไป๋ นามลู่เค่อ และผู้คนที่สองก็คือท่านไป๋จวินต่อมาคนที่สามก็คือนายหญิงนี่แหละขอรับนับจากที่นายท่านไป๋จวินจากไปก็เกือบร้อยปีเห็นจะได้ แต่ถ้านับจากบันทึกของนายท่านลู่เค่อมิติแห่งนี้ก็ครบหนึ่งหมื่นปีเมื่อไม่นานนี่เองมิติที่ท่านไป๋ลู่เค่อสร้างขึ้นมานั้นมิใช่ว่าใครก็จะได้นะขอรับ เพราะท่านลู่เค่อได้ทำพันธะของผู้เอาไว้มิติแห่งนี้จึงเหมือนมีชีวิต มันถึงเลือกนายได้ด้วยตัวเองอย่างไรล่ะขอรับ”
“แหวนคงเลือกข้ามานานแล้วแค่รอเวลาที่จะพาข้ามาใน่เวลาที่เหมาะสมใช่หรือไม่ แล้วข้าต้องใช้แซ่ไป๋ด้วยหรือไม่ล่ะ”
“แน่นอนขอรับท่านต้องใช้แซ่ไป๋เพราะท่านคือผู้สืบทอดมิติแห่งนี้ขอรับและนี่...หีบใบนี้เป็ของนายหญิง นายท่านไป๋จวินให้ข้าเก็บไว้ให้นายหญิง นอกจากท่านแล้วก็ไม่มีใครสามารถเปิดหีบใบนี้ได้เลย แค่หยดเืของท่านลงบนอักขระนี้ ก็เป็อันเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ท่านแน่ใจนะว่ามันจะเปิดมิใช่ว่าข้าต้องเสียเืฟรี ๆ หรอกนะ อ๊ะ! รอข้าประเดี๋ยวเดียว”เมื่อไพลินเห็นต้าฝูกำลังจะยื่นมีดสั้นให้ ตัวเธอก็วิ่งปรู๊ดเข้าไปในบ้านทันที...ทำไมนะรึ?เธอก็เข้าไปหาเข็มไง แค่จิ้มก็ได้เืแล้ว ทำไมจะต้องเฉือนนิ้วตัวเองให้ได้แผลด้วยเล่า
“ได้แล้ว..ตัวช่วยแค่นี้ก็พอ ท่านเก็บมีดของท่านไปเถอะ”
ต้าฝูมองเ้านายอย่างนึกขำกับท่าทางของเธอจนหลุดเสียงหัวเราะออกมา
“อะแฮ่ม ขอภัยขอรับ”
“ข้าเปล่ากลัวซักหน่อยแค่ไม่้าเสียเืมากมาย ท่านเข้าใจใช่ไหม” ไพลินแถแก้เขินเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของอสูรหน้านิ่ง
“เข้าใจฃอรับนายหญิง”
“เอาล่ะข้าพร้อมแล้ว” ทันทีที่พูดจบไพลินก็หยดเืลงบนฝาหีบสมบัติที่สลักด้วยอักขระมากมายพลันฝาหีบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวสลักที่เหมือนจะเป็ตัวล็อค จู่ ๆ มันก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย‘อู้ววว ดูข้างในนั่นหีบใบนิดเดียวทำไมของข้างในเยอะแยะปานนั้น เอ๊ะ! มีจดหมายน้อยด้วยหรือ?’ ข้างในกล่องทำให้เธอตื่นตา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอใเท่าใดนัก
“ต้าฝูทำไมหีบใบนี้จุของได้เยอะจัง”ไพลินถามด้วยความสงสัย ของแบบนี้มีแต่นักมายากลเท่านั้นแหละที่ทำได้
“เขาเรียกว่าพื้นที่มิติขอรับคนที่จะจารึกอักขระมิติได้และที่ยังมีชีวิตอยู่ก็นับได้ด้วยนิ้วมือเท่านั้นบนแผ่นดินนี้ต่อให้นับรวมผู้คนแดนกลางและแดนบนแล้วก็ตาม นายท่านจวินคือผู้ที่มีพลังธาตุมิติและเป็ผู้จารึกอักขระด้วยนะขอรับ”
“ว้าววสุดยอด เออว่าแต่ท่านเอาหีบใบนี้มาจากไหนหรือข้าไม่เห็นว่าท่านถืออะไรมาด้วยเลย”
“ข้ามีแหวนมิติที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าหีบใบนี้เป็ร้อยเท่านายท่านจวินเป็ผู้สร้างไว้ให้ข้าใช้ขอรับ”
“ข้าค้นดูของข้างในแล้วมันมีแต่ก้อนหินสีแปลกๆ และหนังสือคำภีร์อะไรก็ไม่รู้ แล้วยังมีบันทึกต่างๆ เต็มไปหมด ไม่เห็นจะมีแหวนมิติอย่างท่านเลยทำไมท่านไป๋จวินไม่ทำไว้ให้ข้าใช้บ้างล่ะ” ‘แอบน้อยใจนะเนี่ยขนาดสัตว์อสูรยังมีแหวนมิติใช้เลยแล้วข้าเล่า...เป็ผู้สืบทอดมิติแท้ๆ เลยนะ’
โถ ๆแม่คุณ หากว่าท่านไป๋จวินได้ยินคำบ่นของนางคงได้แต่ปลงและเ็ปหัวใจก็เท่านั้น ของในหีบใบนั้นคนทั่วยุทธภพต่างก็พากันขวานขวายหาเพื่อที่จะได้แต่ของที่แม่นางน้อยอยากได้คือแหวนมิติที่หาได้ไม่ยากนักบนแผ่นดินนี้ จิ ๆ ๆนางช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย
“แหวนที่นายหญิงสวมอยู่นั่นไม่ยิ่งกว่าแหวนมิติหรอกหรือขอรับ” ต้าฝูว่าสายตาก็มองบนกับความอ๊องของเ้านาย
“ห้ะ! แหวนนี่หรือ เออ..นั่นสินะ คิก ๆ” ‘โก๊ะจริงไพลินเอ้ย’ เธอแอบว่าให้ตัวเอง