หลังจากที่ชิงหลงจากไปแล้ว สภาพของ จ้าวหลินหลง กับ จ้าวซงเทียน แทบไม่ต่างกันนักที่ยังคงรักษาสภาพร่างกายให้ครบทุกส่วน แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจจะรักษาการบ่มเพาะพลังเอาไว้ได้ ดวงตาทั้ง 2 คน หม่นหมองไร้ชีวิตชีวาราวกับคนไร้วิญญาณ ก้มหน้ามองพื้นดิน ถึงแม้ทั้ง2จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้แต่ก็ไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว ผู้คนผ่านไปผ่านมาได้แต่มอง ไม่มีใครคิดจะช่วยเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นตัวตลกท่ามกลางสายตาผู้คน คนหนึ่งถูกขังในกรงน้ำแข็งอีกคนถูกจับยึดลงในดินครึ่งตัว ยิ่งการบ่มเพาะพลังถูกทำลาย ทั้ง 2 ไม่มีโอกาสแม้แต่จะช่วยตัวเองให้หลุดพ้นออกจากสองสิ่งนี้
ภายในป่านอกเมืองหมอกนภา ชิงหลง ได้พบกับครอบครัวของตงเสี่ยวกับฟงหมิงเป็นครั้งแรก แต่ยังไม่ได้แนะนำตัว ชิงหลงก็ร่ายเวทย์สร้างวาปเกจขึ้นมาทันทีวิ้ง ครืนน!! ตึง!! ปรากฎประตูขึ้นมาตรงหน้า ก่อนชิงหลงจะกล่าวว่า"รีบไปกันเถอะ มีอะไรค่อยคุยกันที่บ้านข้าก็แล้วกัน"ชิงหลงเดินเข้าไปก่อน และตามมาด้วยครอบครัวของทั้ง 2 ตงเสี่ยวกับฟงหมิงคอยระวังภัยข้างหลัง เมื่อทุกคนเข้าไปหมดแล้ว ทั้ง2จึงเดินเข้าไปในประวาปทันทีเมื่อเดินผ่านประตูออกมาก็พบว่าพวกเขามาถึงบ้านของชิงหลงแล้ว "นายน้อยชิงหลงท่านท่านทำได้ยังไงทั้งๆที่ไม่มีพลังปราณ?""ความสามารถพิเศษ บอกไม่ได้หรอก ถึงบอกไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี"ทั้ง2พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะกล่าวว่า "จริงอย่างที่นายน้อยกล่าว ถึงแม้จะรู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" "พวกเจ้าก็ช่วยกันสร้างที่อยู่ชั่วคราวกันไปก่อน เดี๋ยวรอให้ข้าจัดการปัญหาเรียบร้อยเมื่อไหร่ ข้าจะให้ช่างมาสร้างบ้านพักที่ดีกว่านี้ให้ ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรก็บอกข้าได้ "ชิงหลงบอกกล่าวตงเสี่ยวกับฟงหมิงก่อนจะเดินเข้าไปในกระท่อม แล้วนั่งบนเตียงทำสมาธิแล้วเริ่มดูดซับพลังธรรมชาติที่อยู่รอบกาย เพื่อเพิ่มระดับพลังเวทย์ให้เร็วที่สุด "คาดว่าตระกูลจ้าวคงเคลื่อนไหวกันแล้วล่ะ หลังจากที่รู้เรื่องลูกชายตนเอง"
ผ่านไป 3 ชั่วยาม ทางด้านตระกูลจ้าวต่างวุ่นวายกันยกใหญ่ เมื่อจ้าวหลินเหลียนกลับมา และสั่งให้คนไปเรียกบุตรชายตนมาพบ เมื่อคนรับใช้ไปถึงก็ไม่พบตัวนายน้อย แม้จะตะโกนร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงคิดว่านายน้อยคงพักผ่อนจึงได้เปิดประตูเข้าไปดูในห้องกับไม่พบใครเลยจึงได้กลับไปรายงานว่านายน้อยไม่ได้อยู่ในห้อง จ้าวหลินเหลียนสั่งให้คนออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ผู้คุ้มกันก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ "หรือว่าเขาจะออกไปข้างนอก โดยอาศัยตอนที่ข้าไม่อยู่ กล้าขัดคำสั่งข้าอย่างนั้นรึ กลับมาเมื่อไหร่ข้าจะดัดนิสัยให้เข็ด" จ้าวหลินเหลียน เอ่ยออกมาด้วยความฉุนเฉียวไม่นานก็ปรากฎเงาคนปรากฎออกมา เป็นสายสืบที่จ้าวหลินเหลียนให้ออกไปสืบข่าวของครอบครัวชิงหลง พรึบ!! "เรียนนายท่านพวกเราพบนายน้อยแล้ว ขอรับ เพียงแต่ว่า....""เพียงแต่ว่า...อะไรรีบๆพูดมาได้แล้ว""นายน้อยกับคนคุ้มกันถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส อยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมใบหลิว พวกข้าพยายามช่วยแล้วแต่ไม่สามารถทำได้""ห๊ะ!! เจ้าว่าอะไรนะ บุตรข้าโดนทำร้ายสาหัส เป็นไปไม่ได้" จ้าวหลินเหลียนจู่ก็กลายเป็นเงาพร่าเลือนก่อนจะหายไปจากจุดที่ยืนเคลื่อนไหวรวดเร็ว พุ่งทะยานไปยังโรงเตี๊ยมใบหลิวทันที ร่างเงาโผล่ไปมาบนหลังคาบ้านเรือน "ใคร! มันกล้าทำร้ายบุตรชายข้ากัน" ความโกรธปะทุขึ้นมา ปลดปล่อยแรงกดดันพร้อมจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่นไปตามทางที่เคลื่อนทีไป ชาวบ้านธรรมดาต่างหวาดกลัวเมื่อสัมผัสได้เมื่อมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมใบหลิวก็พบกับสภาพบุตรชายตนเองถูกฝังอยู่ในดินตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ผู้คุ้มกันถูกจับขังในกรงสีคราม จ้าวหลินเหลียนรีบพุ่งเข้าไปดูบุตรชายตนก่อนจะขมวดคิ้วแน่น น่าตาบิดเบี้ยว เมื่อนำมือไปสัมผัสตรวจดูอาการก็พบว่า การบ่มเพาะพลังถูกทำลาย สร้างความเดือดดาลถึงขีดสุดให้กับจ้าวหลินเหลียนยิ่งนัก "ใครมันบังอาจมาทำร้ายลูกข้า ออกมาเดี๋ยวนี้! ข้าบอกให้ออกมาาา" เสียงตะโกนดังสนั่นอย่างกับเสียงฟ้าผ่า ผู้คนต่างนำมือขึ้นมาปิดหูเอาไว้หลังจากที่ตะโกนเสียงดังออกมาด้วยความเคียดแค้นต่อคนที่ทำร้ายบุตรชาย จึงค่อยๆดึงร่างขึ้นจากพื้นดิน แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อไม่สามารถดึงร่างบุตรชายตนให้ขึ้นมาจากพื้นดินได้"นี่มันอะไรกัน? ทำไมข้าถึงดึงบุตรชายข้าออกมาไม่ได้!"จ้าวหลินหลินเหลียนได้แต่จ้องมองลงไปที่พื้นก็พบว่ามันเป็นดินไม่ใช่พื้นหิน "มันก็น่าจะดึงขึ้นมาได้แล้วสิ" จ้าวหลินเหลียนคิดในใจจ้าวหลี่เฟยเห็นว่าจ้าวหลินเหลี่ยนพยายามดึงบุตรชายตนขึ้นจากพื้นดินจึงได้เดินมาบอกกล่าวว่า "นายท่านข้าพยายามช่วยแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นทักษะอันใดถึงทำแบบนี้ได้ จากที่ข้าสอบถามชาวบ้านแถวนี้ พวกเขาบอกว่า นายน้อยได้ไปหาเรื่องกับเด็กรุ่นเดียวกัน ซึ่งเด็กคนนั้นเป็นคนที่รักษาชาวบ้านให้หายจากอาการป่วย บาดเจ็บ ถูกพิษ ให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน""หืม..เจ้าว่าอะไรนะ เด็กนั่น เป็นหมออย่างนั้นรึ มีอะไรเกี่ยวกับเด็กนั่นอีกไหม?""คือว่า เด็กนั่นใช้ทักษะแปลกๆแทบไม่ได้ขยับไปไหนแต่ก็สามารถโจมตีผู้อื่นได้ และที่สำคัญเด็กนั่นลอยได้" จ้าวหลินหลงแทบกระอักเลือดออกมาเมื่อได้ยินว่า เด็กนั่นลอยได้ ใบหน้าตึงเครียด ขมวดคิ้วแน่น จ้องมองไปยังบุตรชายตน"เจ้านี่มัน....ชอบสร้างแต่ปัญหาให้ข้าไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น คิดว่าบิดาของเจ้าเป็นพระเจ้ารึไงถึงได้ทำแต่เรื่องไร้สาระ เห็นทีครั้งนี้ข้าคงไม่อาจล้างแค้นให้เจ้าได้แล้วล่ะ" เฮ้อ...แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก! เพล้ง! เสียงเหมือนมีอะไรแตกดังขึ้น ทำให้จ้าวหลินเหลียนเหลียวไปมองทันที"หืม..นั่นมันน้ำแข็งรึ? "งั้นก็หมายความว่า....."จ้าวหลินเหลียนรีบมองดูที่พื้นทันทีก็พบว่าพื้นดินมีการขยายตัวออก จึงได้รีบดึงบุตรชายตนเองขึ้นมาทันที ก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไปเพื่อให้ฟื้นคืนสติกลับมาอีกครั้งจ้าวหลินเหลียนรู้สึกตัวจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็พบว่า มีคนมาช่วยตน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเท่านใด จึงหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะลืมตาขึ้น ก็สะดุ้งตกใจทันที ความเจ็บที่ท้องหายไปทันที"ทะ ท่านพ่อ" จ้าวหลินเหลียนไม่กล่าวอะไรกับบุตรชายตนก่อนจะหันไปหาจ้าวหลี่เฟยก่อนจะเอ่ยว่า"เจ้าพาซงเทียนกลับไปที่ตระกูล ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกเขาซักหน่อย"จ้าวหลี่เฟยรีบประคองตัวจ้าวซงเทียนขึ้นมาก่อนจะกระโดนพุ่งไปยังตระกูลจ้าวทันที จ้าวหลินเหลียนประคองบุตรชายตนขึ้นหลังของตนเองก่อนจะพุ่งทะยานกลับไปที่ตระกูลเช่นกัน จ้าวหลินหลงหน้าตาเศร้าหมอง นิ่งงันไร้คำกล่าวใดๆออกมา ไม่รู้ว่าจะโดนทำโทษอะไรอีกเมื่อมาถึงห้องโถงภายในตระกูล จ้าวหลินเหลี่ยนก็ทำหน้าตาจริงจัง จ้องมองไปยังบุตรชายตนก่อนจะถามว่า"เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้บ้างรึเปล่า ถ้ามีก็จงพูดออกมา ข้าจะพิจารณาเอง"จ้าวหลินหลงทำได้เพียงก้มหน้า ไม่กล้าสบตากับบิดาเขาเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ยอมรับผิดกับสิ่งที่ตนทำลงไป โดยขัดคำสั่งกักบริเวณแอบหนีออกไปโดยไม่บอกกล่าว นับว่ายากที่จะพ้นผิด จากนั้นก็เอ่ยกล่าวด้วยความคับแค้นใจออกมา "ลูกก็รู้ว่าเจ้านั่นมันแปลกๆตั้งแต่งานประลองแล้ว แต่ก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นฝีมือเจ้านั่น ลูกคิดว่าอาจมีคนคอยช่วยเหลือ แต่วันนี้ลูกไม่คิดว่าเจ้าคนไร้พลังปราณอย่างมันจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้? เมื่อลูกรู้ว่ามันอยู่ที่โรงเตี๊ยมใบหลิว ลูกก็รีบออกไปทันที หวังว่าจะได้ล้างอายเมื่อครั้งก่อน แต่กลับกลายเป็นว่า ลูกแพ้อย่างหมดรูป ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย แถมยังถูกทำลายการบ่มเพาะพลังอีกด้วย ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้วว่า ขยะไร้ค่ามันเป็นเช่นไร " "เจ้าจะมาสำนึกได้ตอนที่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก ข้าเตือนเจ้าให้ปรับปรุงตัวเอง เจ้าก็ตบปากรับคำ ข้าก็เลยเชื่อใจเจ้า แต่ตอนนี้ข้าพึ่งจะรู้ว่าเจ้ามันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย""ลูกสำนึกผิดแล้ว จะไม่ขอแก้ตัวกับสิ่งที่ลูกทำลงไป คงเป็นเวรกรรมที่ลูกเคยทำเมื่อครั้งอดีตไว้กับ......." จ้าวหลินหลงหยุดพูดก่อนจะน้ำตาไหล สะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมาจ้าวเหลินเหลียนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต ที่ตนได้ปิดหูปิดตาไม่ทำอะไรซักอย่าง จนทำให้ น้องชายตนเองทนไม่ไหว ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างตระกูล และพาภรรยากับลูกชายที่ป่วยจากการถูกทุบตีจากเด็กรุ่นเดียวกันจนล้มป่วยใกล้ตายออกจากตระกูลไป ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน"พ่อสงสัยบางอย่างลูกจะตอบพ่อได้รึเปล่า""ได้ ขอรับท่านพ่อ ลูกจะตอบตามความจริงทุกอย่าง""ทำไมลูกถึงได้ยึดติดกับเจ้าเด็กนั่นมากขนาดนี้กัน มีเรื่องอะไรรึเปล่า"เอ่อ..ท่านพ่อไม่ระแคะระคายเกี่ยวกับเด็กที่ไรพลังปราณนั่นเลยหรือ ขอรับ ที่ข้าท้าประลองในตอนนั้น เพราะข้าจำใบหน้านั้นได้ไม่เคยลืม เป็นเด็กรุ่นเดียวกับลูกที่เคยอยู่ที่ตระกูลเรามาก่อน และพ่อแม่ของเขาก็ได้พาออกจากตระกูลไปคำพูดของบุตรชายตนเหมือนกับสายฟ้าฟาดลงมาที่ใจของจ้าวหลินเหลียน ดวงตาเบิกกว้าง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน"เป็นไปไม่ได้ พ่อก็เคยสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ที่ผู้อาวุโสจ้าวหวังเอี้ยนเคยบอกว่าเห็นฮุยหลงกับภรรยาที่ลานประลอง แต่ก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ อีกอย่างลูกชายพวกเขาก็ป่วยหนักใกล้ตาย มันจะเป็นเจ้าเด็กที่ลูกพูดถึงได้ยังไง เป็นไปไม่ได้""แต่ท่านพ่อ ลูกจำใบหน้านั่นได้จริงๆ ลูกจำไม่ผิดแน่นอน" จ้าวหลินหลงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจจ้าวหลินเหลียนหลับตาลงก่อนจะบอกให้บุตรชายตนออกไป"ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เจ้าออกไปได้" "เข้าใจแล้วท่านพ่อ ลูกขอตัวลา" จ้าวหลินหลงเดินออกไปข้างนอกก่อนจะเดินไปที่ห้องยาเพื่อรักษาบาดแผลของตน