ซิ่วอิง ถูกพามานอนอยู่ที่เตียง หมอเข้ามาตรวจดูอาการของหญิงสาว พ่อและแม่ของนางต่างพากันใที่จู่ๆลูกสาวคนเล็กก็หมดสติล้มลงหัวกระแทกกับพื้น ดวงใจของแม่รู้สึกหวาดกลัวกับอาการของลูกสาว ยิ่งเป็ลูกสุดที่รักที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลหยาง เธอแต่งงานตามคำสั่งของพ่อผู้เป็แม่ทัพใหญ่ เธอมองหน้าของลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว
“ท่านพี่ ซิ่วอิงลูกเราจะเป็อะไรไหม? ข้าไม่เข้าใจทำไมจู่ๆ ลูกสาวของเราถึงนอนแบบนี้กันล่ะ”
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นองค์ชาย ทำไมลูกสาวของข้าถึงอยู่ในสภาพนี้" ผู้เป็พ่อถามด้วยความห่วงลูกสาว
“ท่านแม่ทัพ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้าคุยกับนางอยู่ดีๆ นางก็ล้มลงไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้นางก็ปกติดีอยู่”
“แต่องค์ชาย ข้าไม่ได้หมายความจะว่าท่าน ข้าแค่เป็ห่วงลูกสาวของข้า”
“ท่านหมอ นางเป็อย่างไรบ้าง?" เขาถามอาการของซิ่วอิง
“ทูลองค์ชาย ปกติร่างกายของคุณหนูสาม ค่อนข้างจะอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อนางล้มลงทำให้ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน บางทีนางอาจจะสูญเสียความทรงจำได้พะยะค่ะ” หมอวินิจฉัย ทุกคนเฝ้าดูอาการของคุณหนูสามด้วยความเป็ห่วง คุณหนูสามนั้นร่างกายค่อนข้างจะอ่อนแอและเจ็บปวยบ่อยครั้ง ดังนั้นนางจึงพยายามเข้าไปฝึกกับพวกทหารเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ซิ่วอิง ค่อยๆ รู้สึกตัวแล้วลืมตาขึ้นมา หญิงสาวเห็นคนอยู่ภายในห้องหลายคน ทุกคนแสดงสีหน้ากังวล ทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ
“ที่นี่ ที่ไหนกัน ทำไมข้าถึงอยู่ที่นี่?" หญิงสาวถามคำถามขึ้นกับตัวเอง
“ที่นี่เป็ห้องของเ้ากับข้า” องค์ชายอธิบายให้หญิงสาวฟัง
“ แล้วท่านเป็ใคร?”
“เ้าเป็ชายาของข้า เ้าจำข้าไม่ได้งั้นเหรอ?"
“ชายางั้นเหรอ? ขอโทษนะคะคุณชายข้าไม่ใช่ชายาของท่านหรอก”
“จะไม่ใช่ได้ยังไง ในเมื่อเ้าแต่งเข้าตระกูลข้าแล้ว”
“แต่งงานใครแต่งกับท่าน?”
“ก็เ้าไง เ้าแต่งงานเข้าตระกูลหยาง เราเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินกันเมื่อวาน นี่เ้าลืมไปแล้วหรอลู่ซิ่วอิง"
“ซิ่วอิง เ้าเป็ยังไงบ้างบอกแม่ซิเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” นางถามลูกสาวด้วยความห่วงใย
“พวกท่านเป็ใครกัน?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“นี่แม่เองไง เ้าจำแม่ไม่ได้หรอ ส่วนนี่แม่ทัพลู่ พ่อของเ้า" นายหญิงเธอได้แนะนำตัวเองและสามีให้ลูกสาวฟังเพื่อคลายความสงสัย แต่สายตาของซิ่วเองนั้นยังหันไปมองรอบๆ คนที่อยู่ในห้อง
“แล้วผู้ที่อยู่ยืนอยู่เหล่านี้นคือใครกัน”เธอยังถามด้วยความสงสัยเหมือนเช่นเคย
“นั่นคือท่านอ๋องหยางและฮูหยินหยาง ท่านพ่อและท่านแม่ของข้า" เฟยหลงแนะนำท่านทั้งสองให้ซิ่วอิง นางมองหน้าคนเ่าั้และเอามือกลุ่มที่หน้าผากแสดงอาการเ็ป
“ข้าปวดหัวเหลือเกิน ข้าปวดหัว ช่วยข้าด้วย ช่วย..” ซิ่วอิงพูดไม่ทันจบประโยค หญิงสาวก็ล้มหงายหลังสลบไปทันที ทำให้ทั้งพ่อและแม่ของชายหนุ่มและหญิงสาว ใที่จู่ๆซิ่วอิงก็หมดสติอีกครั้งไป ทันใดนั้น หยางลี่จู ย่าขององค์ชาย ก็เดินเข้ามาภายในห้อง นางเห็นทุกคนตื่นตระหนกกับอาการของซิ่วอิงที่อยู่ๆ ก็หมดสติไป
“ท่านหมอ ท่านตรวจดูอาการของซิ่วอิงให้ข้าได้ไหม?"
“ได้ขอรับ” ท่านหมอตรวจอาการให้กับซิ่วอิง แต่ร่างกายของนางอ่อนแอมาก ท่านหมอจึงแนะนำให้นางพักผ่อนมากๆ
“นายหญิงขอรับ ให้คุณหนูถามพักผ่อนก่อน แล้วก็เอายานี้ให้คุณหนูสามดื่ม มันจะช่วยให้รักษาอาการของคุณหนู สามได้”
“พวกเ้าทุกคนออกไปกันให้หมด ข้าขออยู่กับหลานสะใภ้ข้าตามมันพัง” หยางลี่จู หญิงชรามองหน้าหลานสะใภ้ด้วยความเป็ห่วงเป็ใย ทุกคนออกไปตามคำสั่งของนาง หญิงชรานั้นได้นำเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียงของซิ่วอิง นางพูดพึมพำกับหลานสะใภ้ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“ลู่ซิ่วอิง เ้าเป็อะไรของเ้า เ้าจะหายไหมนะ ข้ายังจำวันนั้นได้ วันที่ข้าพบเ้าครั้งแรก วันนั้น เ้าได้ช่วยชีวิตหลานชายของข้าไว้ เขาหลงเข้าไปในป่า แล้วเกิดตกลงไปจากเขา ทำให้องค์ชายหมดสติและได้รับาเ็ เ้าที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว กำลังเดินเที่ยวเล่นอยู่แถวนั้น เห็นเฟยหลงาเ็อยู่ เ้าช่วยเขาไว้ ข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้ายังไง แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ข้าก็ได้รู้จักพ่อของเ้าแม่ทัพลู่ พ่อของเ้าได้สอนวิชาการต่อสู้ให้กับเ้าลูกสาวคนเล็ก เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองได้ วันนั้นแหละข้าถึงรู้ว่าเ้าคือลูกสาวของแม่ทัพลู่ ข้าเป็ห่วงหลานชายของข้ามากนัก ข้าอยากให้เ้ามาช่วยดูแลเฟยหลง เพราะในราชสํานักงานไม่เคยมีผู้หวังดี มีแต่คนหยิบยื่นข้อเสนอและอยากจะยกลูกสาวให้มาแต่งงานกับองค์ชายข้าจึงจำเป็จะต้องขอร้องเ้า ให้มาแต่งงานกับหลานชายของข้า ซึ่งเ้าก็ได้รับปากข้าแล้วทำตามสัญญา ข้าขอบใจเ้าจริงๆ แต่ถ้าหากเ้ายังจำอะไรไม่ได้เช่นนี้ ข้าจะทำเช่นไรดี” หญิงชรารู้สึกเป็กังวลถ้าหากหญิงสาวไม่ฟื้นและจำเื่ราวของตัวเองไม่ได้นาจะทำอย่างไร นางเอามือลูบหัวของซิ่วอิงอย่างทะนุถนอมเพราะความรักและเอ็นดูที่มีต่อนาง หญิงชรารักหลานสะใภ้คนนี้มาก นางลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกนอกห้องเพื่อให้หญิงสาวได้พักผ่อน
เมื่อทุกคนออกไปจากห้องแล้วไม่มีใครอยู่ที่บริเวณนั้น ดวงตาคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมขึ้นมามองที่ประตู หญิงสาวก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แล้วเดินไปที่ประตู นางแอบฟังเสียงของคนที่อยู่ด้านนอก ว่ามีใครได้เฝ้ายามอยู่ที่ประตูหรือไม่ แน่ล่ะแม้แต่คืนนี้เฟยหลงก็จะไม่เข้ามาในห้องที่เธอนอนอยู่ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ
“หวังว่าไม่มีใครจับได้นะ ฉันเกร็งตั้งนานนึกว่าท่านย่าจะจับได้ซะอีก โชคดีที่ไม่มีใครรู้ว่าฉันแกล้งความจำเสื่อม พรุ่งนี้จะต้องค่อยๆ ทำเป็ว่าตัวเองความจำค่อยๆ กลับคืนมา เหมือนจะมีคนสงสัย คืนนี้ข้าก็ได้รู้แล้วว่า ใครคือพ่อแม่ของเฟยหลง” หญิงสาวเดินกลับมาท่ี่เตียงทันทีเพราะเธอได้ยินเสียงฝีเท้าใครคนหนึ่งกำลังเดินมาที่ห้อง หญิงสาวรีบนอนที่เตียงดังเดิม แล้วแกล้งทำไปหมดสติไปเหมือนตอนแรก ใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา ดวงตาของเขาจ้องมองที่หญิงสาว ที่อยู่บนเตียงนั้น คนๆ นั้นเดินมาด้วยฝีเท้าที่มีเสียงเบา เขาค่อยๆ ปิดประตูช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียง จากนั้นเขาเริ่มค่อยๆเดินก้าวเข้าหาหญิงสาวที่เตียง ดวงตาคู่นั้นยังจ้องหญิงสาวอยู่ ซิ่วอิง รู้สึกถึงดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมือเธออยู่ เธอพยายามนอนเหมือนคนไม่ได้สติเพื่อไม่ให้เขาจับได้ ดวงตาของคนที่จ้องเธอตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกกังวลเป็อย่างมาก ความมืดภายในห้องนอนนั้น ไม่อาจบอกได้ว่าคนที่ยืนจ้องหญิงสาวอยู่ข้างเตียงคือใคร เขาไม่แม้แต่จะพูดให้เธอได้ยินเสียงเลย หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างใกล้เข้ามา จู่ๆ มือของใครคนนั้นก็มาแตะที่่หน้าผากของหญิงสาว หญิงสาวเกือบจะมีอาการสะดุ้งให้เขาเห็น หลังจากนั้นมือนั้นก็ค่อยค่อยเอาออกจากหญิงสาวไป ตอนนี้มือของคนๆ นั้นไปไหนแล้วไม่รู้ แต่ตอนนี้ที่เธอรู้สึกอยู่คือ ผ้าห่มค่อยๆ เลื่อนมาปิดที่หน้าอกของหญิงสาว คนๆ นั้นยังอยู่ภายในห้องนี้หญิงสาวกังวลมากแต่ด้วยเพราะวันทั้งวันเธอเจอกับอะไรหลายๆอย่างทำให้เธอเหนื่อย หน้าแปลกที่เธอสามารถนอนหลับได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไร ราตรีนี้ช่างยาวนานนัก ซิ่วอิง ภาวนาให้เธออย่าได้มีอันตรายในโลกนี้เลย เพราะหากเธอมีอันตรายถึงชีวิตแล้วเธออาจจะไม่ได้มาเกิดใหม่อีกก็ได้