ไป๋เสวียนหรือซวนเทียนจวิน เพิ่งเดินทางมาถึงจวน หลังจากที่ออกไปจัดการเื่ที่ป่าอาถรรพ์ที่ติดกับแคว้นอวิ๋นหลัวเขาเลือกจะเร้นกายเข้ามาแล้วก็มาโผล่ที่เส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เรือนซักล้างท้ายจวน
“เ้าบอกว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนเห็นแสงประหลาดที่เรือนท้ายจวนเช่นนั้นหรือ” ขณะที่เดินก็หันไปถามองครักษ์เงาไปด้วย
“ขอรับนายท่าน” องครักษ์เงาที่อยู่ในเงามืดเคลื่อนกายตามนายท่านไปพลางก็รายงานไปพลาง“เป็่กลางดึกขอรับ พุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าชั่วพริบตาก็หายไปขอรับ”
สายตาของซวนเทียนจวินที่มองไปทางเรือนท้ายจวนที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย “ที่นั่นมีบ่าวรับใช้หรือคนไปเพิ่มหรือเปล่า”
“มีบ่าวรับใช้นามว่าเสี่ยวหลานแต่นางขายตัวเข้ามาพร้อมกับน้องชายได้เกือบเดือนแล้วขอรับ”
“สาวใช้คนใหม่ ทำไมถึงถูกส่งไปที่เรือนซักล้างได้ล่ะคนที่นั่นไม่พอหรือ เหตุใดต้องให้นางไปทำงานที่นั่นไม่รู้หรือว่าคนที่ถูกส่งไปเป็เพราะทำความผิดร้ายแรงและจะไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากจวน เบี้ยรายเดือนก็จะไม่ได้ด้วย”
“เื่นี้เป็เพราะคนแซ่หนิงขอรับนายท่าน”องครักษ์เงายังคงรายงานอย่างตรงไปตรงมาแม้จะคาดเดาได้ว่าอีกไม่นานสาวใช้อย่างหนิงเยว่อาจจะได้เลื่อนสถานะ ขึ้นมาเป็สาวใช้ห้องข้างคนแรกของนายท่านก็ตามที
“ฮึ!”ซวนเทียนจวินส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ “พรุ่งนี้ไปแจ้งพ่อบ้านไป๋ ขายนางออกไปซะ”
“ขะ ขอรับนายท่าน”ไม่คิดเลยว่าทุกคนในจวนจะเข้าใจผิดกันทั้งหมด
“สตรีสำหรับข้าก็แค่ตัวถ่วงเท่านั้นเ้าก็กลับไปประจำที่เดิมเถอะ ข้าจะไปตรวจสอบที่เรือนท้ายจวนเอง”
“ขอรับนายท่าน”
ทางด้านของเสี่ยวหลานเมื่อเดินออกมาจากโรงครัวได้แล้ว นางก็ได้ใช้เส้นทางลัดที่ไม่ค่อยมีบ่าวรับใช้หรือเหล่าองครักษ์ในจวนเดินตรวจตรา
นางก้มหน้าก้มตาเดินเพราะต้องรีบกลับให้ทันเวลาก่อนที่ประตูเรือนซักล้างจะปิด และนางก็ไม่ได้พูดคุยผ่านกระแสจิตกับเสี่ยวไป๋ด้วย
ขณะที่กำลังจะเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกสายเล็กเพื่อมุ่งไปยังเรือนซักล้างท้ายจวน นางก็ชนเข้ากับร่างของใครบางคนจนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นแต่พอเห็นการแต่งกายของเขา นางก็เข้าใจไปว่าบุรุษผู้นี้อาจจะเป็หนึ่งในองครักษ์ของจวน
“อ๊ะ!ขออภัยเ้าค่ะท่านองครักษ์”
ซวนเทียนจวินมองสตรีร่างผอมผิวคล้ำใบหน้าเล็กกว่าฝ่ามือของเขาไปมากแต่ทว่ากลิ่นกายของนางกลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
จึงได้ยื่นมือออกไปแล้วดึงนางให้ลุกขึ้นนี่ก็เพื่อพิสูจน์บางอย่างว่าจะเป็อย่างที่เขาคิดหรือไม่
“เ้าเป็สาวใช้ของเรือนใด” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของเขายังคงเ็าไม่เปลี่ยนแปลง
เสี่ยวหลานลุกขึ้นยืนได้แล้วก็รีบชักมือกลับนางมองไม่เห็นว่าเขาหน้าตาเป็เช่นไร เพราะตอนนี้มันมืดแล้ว อีกอย่างเส้นทางลัดสายเล็กนี้ก็เต็มไปด้วยต้นไม้และพงหญ้าสูงท่วมศีรษะ
“บ่าวเป็สาวใช้ของเรือนซักล้างเ้าค่ะ”ตอบออกไปแล้วก็เริ่มร้อนใจเพราะถ้าขืนนางยังอยู่ตรงนี้ ก็อาจจะกลับไปไม่ทันแล้วจริงๆ
“บ่าวของเรือนซักล้างเหตุใดถึงได้วิ่งเพ่นพ่านไปทั่วเล่า หรือว่าแอบไปทำเื่ไม่ดีมา” ซวนเทียนจวินก้าวเท้าเข้าหาสตรีร่างบอบบางอีกหนึ่งก้าวบรรยากาศรอบตัวก็พลอยกดดันตามไปด้วย
เสี่ยวหลานถอยหลังไปถึงสองก้าวจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับพงหญ้าสูง “บ่าวเป็ห่วงน้องชายที่เข้าจวนมาพร้อมกันก็เลยแอบไปดูเขาแล้วก็รีบกลับมาเ้าค่ะ”
“เ้าก็คือสาวใช้เสี่ยวหลานที่เพิ่งเข้ามาใหม่สินะ”
“จะ เ้าค่ะ บ่าวคือเสี่ยวหลาน สาวใช้ของเรือนซักล้างท้ายจวน”
“เหตุใดถึงถูกทำโทษจนต้องถูกส่งไปเรือนซักล้างเล่าเสี่ยวหลาน”
“ระ เื่นี้...”
“พูดออกมาเถอะเผื่อบางทีข้าอาจจะช่วยเ้าได้” พูดออกไปแล้วก็ขยับเข้าหานางอีกก้าวตอนนี้ร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาดไม่รู้ว่านางใช้ถุงหอมแบบใดกันถึงทำให้กลิ่นกายมีกลิ่นหอมเช่นนี้ได้
เสี่ยวหลานส่ายหน้าอย่างจนใจ“ไม่มีใครช่วยบ่าวได้หรอกเ้าค่ะ บ่าวขอตัวก่อนนะเ้าคะเดี๋ยวจะเข้าเรือนไม่ทันแล้ว” ว่าแล้วนางก็รีบวิ่งออกไปทันที
ซวนเทียนจวินมองตามแผ่นหลังบอบบางที่กำลังวิ่งไปด้วยความสนใจสายตาของเขาที่มองเห็นได้ชัดในความมืด รู้ได้ทันทีว่าผิวคล้ำแดดของนางนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากการทาบางอย่างไม่ใช่ผิวที่แท้จริงของนาง
“น่าจะเป็เพราะคนแซ่หนิงทั้งที่ข้าไม่เคยเรียกหาพวกนาง แต่ก็ยังมีคนใจกล้ากระทำเื่ลับหลังเวลาที่ข้าไม่อยู่จวนแห่งนี้ถึงเวลาต้องทำความสะอาดจริงๆเสียที”
เสี่ยวหลานมาทันก่อนที่ประตูเรือนซักล้างท้ายจวนจะปิดนางรีบเดินกลับไปที่ห้องทันที
“เ้าไปไหนมาเสี่ยวหลาน”ชุนฮวานั่นเองที่ะโออกมาอย่างหาเื่วันนี้เป็วันที่นายท่านซวนเทียนจวินกลับมาที่จวนนางต้องระมัดระวังสตรีหน้าหนาผู้นี้แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะลอบออกไปนอกเรือนจนได้น่าตายจริงๆ
“ขะ ข้าหลงทางเ้าค่ะพี่ชุนฮวายังดีที่ได้ท่านองครักษ์ชี้บอกทาง ก็เลยรีบวิ่งกลับมาที่เรือน”พูดพลางก็หอบไปพลางอย่างเหนื่อยล้า
“หลงทาง!พูดไปใครจะเชื่อเ้าเสี่ยวหลาน เ้าคงไม่ได้แอบออกไปชมดูนายท่านหรอกนะ”
“ข้าเป็แค่สาวใช้ในเรือนซักล้างเดินยังหลงทาง จะไปถึงเรือนชั้นในได้อย่างไรเ้าคะพี่ชุนฮวา” เสี่ยวหลานไม่ได้กลัวชุนฮวาหรอกแต่นางยังไม่มีพลังมากพอที่จะจัดการอีกฝ่ายตอนนี้จึงต้องเลี่ยงเื่ที่ควรเลี่ยงไปก่อน
“ฮึ!ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเ้าไป ถ้ามีครั้งต่อไปที่เ้ากลับเรือนช้าล่ะก็เ้าได้ถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่หนักกว่านี้แน่”
“ข้าจะจำไว้เ้าค่ะ”
เสี่ยวหลานถูกปล่อยตัวให้เข้าห้องพักเท่ารูหนูท่ามกลางสายตาคลางแคลงของบ่าวรับใช้ที่เป็ลิ่วล้อของชุนฮวา แต่นางก็ไม่คิดจะใส่ใจ
เงี่ยหูฟังจนมั่นใจว่าพวกนางกลับไปจนหมดแล้วนางก็เข้าไปในพื้นที่มิติของตัวเอง
“เ้านายๆ”เสี่ยวไป๋วิ่งมาหาเ้านายอย่างเริงร่า
เสี่ยวหลานเดินไปที่ห้องครัววันนี้นอกจากอาหารเช้าที่กินั้แ่เช้ามืดก่อนออกจากมิติก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย “เ้าจะกินอะไรในนี้ไหมเสี่ยวไป๋”
เสี่ยวไป๋มองตู้แช่ที่มีอาหารแช่แข็งแล้วก็น้ำลายไหล“เสี่ยวไป๋อยากกินสเต็กเนื้อ เ้านายอุ่นให้ข้าด้วยขอรับ”
“อืม เอาไว้วันหลังถ้ามีเวลาว่าง ข้าจะทำสเต็กจากเนื้อสดให้เ้าลองชิมดีไหมเสี่ยวไป๋”
เสี่ยวไป๋ชะเง้อออกไปนอกหน้าต่างห้องครัวสายตาของมันมองเลยไปถึงทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ “เ้านายอยากกินเนื้ออะไรเสี่ยวไป๋จะรีบจัดการให้ขอรับ”
“เนื้อวัวกับเนื้อแกะก็ได้แต่ไม่รู้ว่าเก็บเอาไว้นอกตู้แช่จะยังรักษาสภาพเดิมของพวกมันได้ไหมเสี่ยวไป๋”คุยกับเสี่ยวไป๋ไปพลางนางก็เริ่มอุ่นอาหารไปพลาง มือข้างที่ว่างก็นวดเอวไปด้วยนางเพิ่งคิดได้ว่ามันน่าจะเป็เพราะตอนที่ล้มกระแทกพื้นแข็งๆเมื่อกี้
“ได้สิเ้านายถ้าเป็ภายในพื้นที่ส่วนของโรงงานมันสามารถคงสภาพวัตถุได้ทั้งหมดแต่ถ้าเป็พื้นที่นอกเหนือจากนี้ก็จะไร้ผล”
“เพราะว่าต้องมีการเจริญเติบโตสินะ อืมถ้าอย่างนั้นก็จัดการตามที่เ้าเห็นว่าสมควรเลย”
“ได้เลยเ้านายเื่นี้เสี่ยวไป๋จะจัดการให้ท่านเอง”
ต่อมาเสี่ยวหลานก็นั่งกินอาหารมื้อค่ำร่วมกับเสี่ยวไป๋อย่างเอร็ดอร่อยวันนี้นางใช้แรงไปเยอะทำให้ต้องตักข้าวเพิ่มอีกถึงสองชามเลย
“ข้าอิ่มแล้วเ้านาย”เสี่ยวไป๋มองจานสเต็กแสนอร่อยด้วยความเสียดายแต่มันก็กินได้แค่สองชิ้นใหญ่ๆเท่านั้น
เสี่ยวหลานมองเสี่ยวไป๋อย่างระอา แต่ก็ยังมีรอยยิ้มที่มุมปาก“น้ำในธารน้ำพุิญญาข้าดื่มได้ไหมเสี่ยวไป๋”
“แน่นอนว่าเ้านายต้องดื่มได้อยู่แล้วขอรับนอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณและปรับสมดุลร่างกายภายในให้ท่านแล้วมันยังใช้ช่วยชีวิตคนได้อีกด้วยนะเ้านาย” เสี่ยวไป๋ลูบพุงพลางก็อธิบายไปพลาง
“ช่วยชีวิตคนเช่นนั้นหรือช่วยยังไงล่ะเสี่ยวไป๋”
“คนของที่โลกนี้น่าจะรู้จักน้ำพุิญญาในชื่อของน้ำพุแห่งชีวิตขอรับและเป็น้ำที่หายากมาก”
“หายากมากแต่ก็ยังมีอยู่ใช่ไหมเสี่ยวไป๋”
“ใช่แล้วขอรับยังมีอยู่และก็อยู่ที่จวนแห่งนี้ด้วย แต่คุณสมบัติก็ไม่ได้ดีเท่าน้ำพุิญญาของเ้านายขอรับ”
“จวนแห่งนี้หรือ อืม..มิน่าล่ะดินแดนแห่งนี้ถึงอยู่เหนือทั้งห้าแคว้นและนายท่านของจวนก็ยังมีอำนาจเหนือจักรพรรดิที่ปกครองทั้งห้าแคว้นด้วย”
“จะว่าไปแล้ว ชนชั้นสูงของดินแดนนี้ก็มีมิติเหมือนกันนะเ้านาย”เื่เหล่านี้เสี่ยวไป๋เพิ่งจะตรวจสอบพบเมื่อครู่นี้เอง
“มิน่าล่ะเสี่ยวหู่ถึงไม่สงสัยกับสิ่งที่ข้าเล่าให้เขาฟังเลยแต่ทำไมข้าคนเดิมถึงไม่รู้เื่พวกนี้กันนะ”
“มิติของเ้านายนั้นไม่ควรเปิดเผยออกไปนะขอรับมันจะเป็อันตรายต่อตัวท่าน”
“อันตรายหรือเสี่ยวไป๋ก็ไหนเ้าบอกว่าชนชั้นสูงก็มีมิติใน”
“สิ่งที่พวกเขามีก็แค่มิติเก็บของเท่านั้นขอรับไม่ได้สามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้อย่างมิติของท่าน”
เสี่ยวหลานที่ได้ยินคำพูดนี้ถึงกับอึ้งไปเลย“ละ แล้วแบบนี้จะมีคนที่มีความสามารถตรวจสอบมิติของข้าเจอหรือไม่เสี่ยวไป๋”
“เื่นี้ข้ายังตรวจสอบไม่เจอขอรับเ้านาย”