“เป็นไงวะไอ้ก้านยาว ได้ความว่ายังไงบ้างวะ!!??......”
‘แหม ก่อนหน้านี้ยังทำเป็นไม่สนใจเขาอยู่เลย พออย่างงี้ร้อนรนใจเชียวนะนายหัว’
นายหัวจิรทิปต์เห็นก้านยาวเดินกลับมา ด้วยความร้อนรน จึงรีบเอ่ยถามโดยไม่รอให้ก้านยาวเดินมาถึงตัวเอง ก้านยาวมองหน้าหล่อเหลาคมเข้ม อันไร้หนวดเคราของนายหัวจิรทิปต์ ซึ่งตอนมีหนวดก็หล่อเข้มเถื่อนไปอีกแบบ พอตอนไร้หนวดเคราก็หล่ออย่างกับนายแบบ แต่ก้านยาวไม่ได้ค่อนแคะที่ความหล่อ แต่ค่อนแคะที่ความร้อนรนใจ
“เห็นบอกว่าไม่สบาย แต่เขาไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร บอกแต่ว่าหายแล้ว และกำลังจะกลับบ้านน่ะนายหัว!!!!”
ก้านยาวมาหยุดยืนใกล้ๆ แล้วพูดบอกตามที่ตัวเองได้ยินได้ฟังจากปากของปวริศา และหากก้านยาวจะถามต่อ ปวริศาก็ไม่ได้อยู่ให้ถามแต่อย่างใด พอปวริศาบอกจบก็เข้าไปนั่งในรถ และรถก็ขับออกไปเลย
“แล้วทำไมไม่ถามมาให้รู้เรื่องวะ!!??......”
“เอ้า!! นายหัว ก็น้ำค้างไม่อยู่ให้ผมถามเลยอะนะ และแถมพี่ชายน้ำค้างมองผม แถมยังพูดใส่ด้วย หากกินหัวผมได้ ป่านนี้หัวผมคงหายหาไม่เจอไปแล้ว”
ก้านยาวยกมือขึ้นเกาหัวแก๊กๆ ที่ถูกนายหัวจิรทิปต์ต่อว่ามาอย่างนี้ จึงไม่รอช้าที่จะพูดบอกกล่าวให้นายหัวจิรทิปต์ได้ฟังอย่างละเอียด จึงทำให้นายหัวจิรทิปต์รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ ที่ก้านยาวไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรในเรื่องที่ให้ไปถาม
“ไปๆ เข้าไปตรวจ เหลือแกอยู่คนเดียวแล้ว”
นายหัวจิรทิปต์ไล่ก้านยาวให้เข้าไปตรวจสุขภาพ เนื่องจากวันนี้เขาพาคนงาน รวมทั้งก้านยาวมาตรวจสุขภาพประจำปี ปากพูดเสียงเข้มก็จริง แต่ภายในใจยังคงครุ่นคิดไม่ตก ถึงเรื่องของปวริศา และถึงจะบอกตัวเองไม่ให้เป็นห่วง แต่ใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้เหมือนเดิม
“แหม! นายหัวก็ จะไม่ให้เหลือก้านยาวเพียงคนเดียวได้ไงล่ะ ก็นายหัวใช้ก้านยาวไปถามนี่น่า”
ก้านเถียงคำพูดของนายหัวจิรทิปต์ ซึ่งก็เที่ยงไปอย่างงั้นแหละ ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะอยากหยอกล้อนายหัวหนุ่มเฉย อยากจะให้นายหัวหนุ่มหยุดคิดพะว้าพะวง เรื่องของคนที่เดินทางกลับบ้านไปแล้วโน้นสักที ก็เท่านั้นเอง
“ไอ้นี่!!... พูดมากนัก จะตรวจไหมสุขภาพน่ะ!!!!......”
“ตรวจคร้าบนายหัว ไปแล้วๆ”
ก้านยาวเห็นนายหัวจิรทิปต์ไม่ยอมเล่นด้วย แถมยังทำหน้ายักษ์ใส่อีก จึงรีบจ้ำอ้าวเดินเข้าไปหาพยาบาลสาว เพื่อทำการตรวจสุขภาพอย่างไม่รอช้า ขืนยังคงยืนเย้าแหย่นายหัวหนุ่มอยู่ กลัวว่าจะโดนนายหัวหนุ่มถีบเอาได้
“ที่เป็นอะไรนะน้ำค้าง!!??......”
นายหัวจิรทิปต์ยกมือใหญ่ทั้งสองข้างขึ้นเท้าสะเอว ภายในใจครุ่นคิดเรื่องของปวริศา แล้วปากก็เผลอพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ดีว่าก้านยาวไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เข้าไปตรวจสุขภาพแล้ว ไม่งั้นเขาคงถูกก้านยาวแซวเข้าให้อย่างแน่นอน
“แล้วนี่เราจะไปสนใจทำไมวะ เขาจะเป็นอะไรยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว ดีซะอีก ไม่สบายมากๆ จนตายไปทั้งพี่ทั้งน้องเลยก็ยิ่งดี”
ถึงปากจะพูดบอกตัวเองอย่างนั้น แต่พอคิดถึงว่าหากปวริศาตายจากไปจริงๆ แล้วจะเป็นยังไง ซึ่งหัวใจแกร่งราวกับหินผา ก็ให้รู้สึกโหวงเหวง อ่อนไหว อ่อนยวบ และเจ็บจี๊ดขึ้นมา นายหัวจิรทิปต์รู้สึกหวั่นกลัวความรู้สึกตัวเองที่เป็นเช่นนั้น จึงสลัดความรู้สึกนึกคิดออกไป และพยายามไม่คิดถึงผู้หญิงที่ชื่อปวริศานั้นอีก
และเมื่อคนงานคนสุดท้ายตรวจสุขภาพเสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว นายหัวจิรทิปต์ก็พาคนงานกลับไปยังเหมือง เพื่อกลับไปทำงานตามเดิม โดยนายหัวหนุ่มเป็นคนขับรถโฟล์วิล ที่มีก้านยาวนั่งอยู่เบาะข้างๆ คนขับ ส่วนด้านหลังก็มีคนงานอาวุโสนั่งอยู่สองคน และหลังกระบะก็มีคนงานนั่งอยู่จนเต็ม
“มองอะไรฉันนักหนาวะไอ้ก้าน เห็นมองอยู่หลายรอบแล้ว!!!!”
นายหัวจิรทิปต์ที่สายตาจับจ้องมองดูท้องถนน ที่มีรถราวิ่งกันไปมาขวักไขว่ สังเกตเห็นก้านยาวหันมามองตัวเองหลายครั้ง เหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่พูดออกมาสักที จนนายหัวหนุ่มอดรนทนไม่ไหว จึงเอ่ยถามขึ้นมาซะเลย
“แหม! นายหัว!!!!... ก้านยาวก็อยากจะพูดนะ แต่เดี๋ยวเอาไว้ไปถึงเหมืองก่อนก็แล้วกัน ไอ้ก้านยาวคนนี้จะเล่าให้ฟัง”
ก้านยาวเกาปากยิบๆ คืออยากจะพูดแทบแย่อยู่แล้ว แต่ติดที่ว่าภายในรถมีคนงานคนอื่นนั่งอยู่ด้วย จึงไม่เป็นการสมควรที่ก้านยาวจะบอกเล่าให้นายหัวจิรทิปต์ฟังในตอนนี้ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะปากยื่นปากยาว แล้วเรื่องจะโด่งดังไปแปดบ้านเก้าบ้าน
“มีความลับอะไรนักหนาวะไอ้ก้าน ถึงพูดตอนนี้ไม่ได้น่ะ เอ็งนี่ชักจะความลับเยอะนะเว้ย!!!!”
นายหัวจิรทิปต์หันมามองหน้าก้านยาวนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองยังท้องถนนใหม่อีกครั้ง พร้อมกับพูดทีเล่นทีจริง แต่ก็ไม่คิดจะบังคับให้ก้านยาวพูดบอกเล่า ในสิ่งที่ก้านยาวอยากจะพูดในตอนนี้ เพราะเขารู้ดีว่าหากเป็นเรื่องที่อาจส่งผลไม่ดีต่อตัวเขา หรือคนอื่นแล้ว ก้านยาวจะพยายามไม่พูดต่อหน้าคนอื่นๆ เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นจะเอาไปใส่สีตีไข่อะไรหรือเปล่า ซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีอีกข้อของก้านยาว
“แล้วนี่นายหัวไม่เข้าไปทักทาย แฟนนายหัวเหรอ?? เป็นทางผ่านพอดีเลยนะ”
ก้านยาวเห็นเส้นทางนี้ผ่านร้านเสริมสวยของญารณา แฟนสาวและแถมเป็นว่าที่คู่หมั้นของนายหัวจิรทิปต์ด้วย ก้านยาวเห็นนายหัวยังเร่งเครื่องไม่ยอมผ่อน จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะนี่ก็นานแล้วที่นายหัวไม่ไปเจอแฟนสาวเลย ซึ่งไม่รู้ว่าตกลงเป็นแฟนและตกลงเป็นว่าที่คู่หมั้นกับเขาไปทำไม ทั้งที่ไม่รักและไม่ใส่ใจเขาอย่างนี้
“ไม่!! เอาไว้เมื่อไรว่างๆ ค่อยมาหาก็ได้”
นายหัวจิรทิปต์พูดปฏิเสธ ราวกับไม่คิดจะใส่ใจอะไร จึงทำให้ก้านยาวมองหน้าคมเข้มนั้น พลางคิดสงสารญารณาที่มาได้แฟน และว่าที่คู่หมั้นอย่างนายหัวจิรทิปต์ ที่ซึ่งดูจะไม่แคร์ ไม่สนใจความรู้สึกกันบ้างเลยอย่างนี้
“มองหน้าทำไมวะไอ้ก้านยาว!!?? หรืออยากลงเดินกลับเหมือง”
“ป่าววว!!... แค่มองเฉยๆ เอง ไม่ได้อยากจะลงเดินกลับเหมือนซะหน่อยหนึ่ง”
นายหัวจิรทิปต์สั่งเสียงเข้ม เมื่อเห็นก้านยาวมองหน้าตัวเอง ก้านยาวจึงรีบปฏิเสธไปอย่างเร็วไว และรีบหันหน้าไปมองถนน เพราะขืนยังคงมองหน้านายหัวหนุ่มอยู่แล้วล่ะก็ มีหวังได้ถูกถีบลงจากรถ ให้ต้องเดินกลับเหมืองเองอย่างแน่นอน
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
ก้านยาวไปได้ยินอะไรมาน่าาาา... ถึงได้ดูลับลมคมนัยอย่างนี้ ถ้ายังไงมาติดตามกันตอนหน้านะคะ................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^