บทที่ 4 เธอควรจะนอนที่ไหนดี
“เราไม่ได้ทำอะไรกันเลย” เธอตอบไปตามตรง
เส้าอี้เจ๋อถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เห็นสีหน้าของเส้าอวิ่นเฉินยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ จึงรีบเปลี่ยนท่าทีแล้วพูดว่า “ใช่แล้วพี่ใหญ่ พี่สะใภ้เพิ่งออกจากคุก ผมแค่มาต้อนรับเธอเท่านั้นเอง”
ต้อนรับ? ต้อนรับกันจนขึ้นเตียงเลยอย่างนั้นเหรอ
เหตุผลนี้มันทุเรศชะมัด
“แต่ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกนิด สิ่งที่ควรทำก็คงทำเสร็จไปแล้ว” เธอเสริมอีกประโยคอย่างใจเย็น
“…”
บรรยากาศในห้องนอนอึมครึมอย่างน่าประหลาด เส้าอวิ่นเฉินกำมือที่จับรถเข็นไว้แน่น พลางจ้องมองเยี่ยชิงหวนที่ทำหน้าเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้จะสารภาพออกมาอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้?!
ใบหน้าหล่อเหลาของเส้าอี้เจ๋อซีดเผือดในชั่วพริบตา ทำราวกับจะะโขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น “เธอพูดบ้าอะไรของเธอ?!”
“แล้วไม่ใช่อย่างนั้นหรือไง อร่อยสุดก็ต้องเกี๊ยว สนุกสุดก็ต้องพี่สะใภ้นี่แหละ เมื่อกี้นี้ไม่ใช่คุณบอกว่าพี่ชายของคุณขาพิการเลยจะ ‘เข้าหอ’ แทนเขาหรอกเหรอ แถมยังบอกอีกว่าถ้าฉันยอมคุณ ต่อไปก็จะดูแลฉันดี ๆ นี่ยังไม่ถึงสองสามนาทีด้วยซ้ำ คุณจะเปลี่ยนใจแล้วเหรอ?!”
เยี่ยชิงหวนแสดงท่าทีเหมือนน้อยใจ แถมยังเน้นคำว่า ‘พิการ’ ต่อหน้าเส้าอวิ่นเฉินอีก นี่ไม่ต่างอะไรกับการเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน
“คุณ… คุณ… คุณ…” เส้าอี้เจ๋อพูดคำว่า ‘คุณ’ ถึงสามครั้ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าของเส้าอวิ่นเฉินอีก เพราะกลัวว่าจะถูกฉีกออกเป็ชิ้น ๆ
และเขายิ่งคาดไม่ถึงเลยว่า เยี่ยชิงหวนที่เคยอ่อนโยนเรียบร้อยจะยอมรับ ‘ความสัมพันธ์เช่นชู้สาว’ ต่อหน้าเส้าอวิ่นเฉินตรง ๆ แบบนี้!
หลังเยี่ยชิงหวนออกจากคุกนี่ ราวกับเป็คนบ้าไม่มีผิด!
“พี่ใหญ่ ผม…” เส้าอี้เจ๋ออยากร้องไห้จนขาดใจ “ผมยอมรับว่าผมมีความคิดแบบนั้นจริง ๆ แต่พี่สะใภ้เพิ่งคลอดลูก พวกเราไม่ได้ทำอะไรกันจริง ๆ นะ…”
เธอยังไม่เคยเจอคนที่ยอมรับผิดโดยไม่ต้องบีบบังคับแบบนี้มาก่อน เธอจึงเข้าใจในทันทีว่า แท้จริงแล้วเส้าอี้เจ๋อเป็แค่คนขี้ขลาด ชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าเท่านั้น
เยี่ยชิงหวนมองดูแล้วเข้าใจในทันทีว่าเป็เพราะความขี้ขลาดนี่เองที่ทำให้เขามีความคิดแบบนั้น
น่าเสียดายจริง ๆ ที่มีใบหน้าหล่อเหลาขนาดนี้
แต่นี่น่าจะทำให้ชีวิตของเธอสนุกขึ้นไม่น้อยเลยไม่ใช่เหรอ
“ออกไป!” เส้าอวิ่นเฉินที่นั่งรถเข็นเลื่อนตัวไปมา เสียงเต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามระงับไว้
เสียงนี้เหมือนมาจากนรกอย่างไรอย่างนั้น แม้แต่กระดูกสันหลังของเธอยังรู้สึกเย็นวาบ ไม่แปลกใจเลยที่เยี่ยชิงหวนจะกลัวสามีของเธอขนาดนั้น
รู้สึกราวกับว่าผู้ชายคนนี้เป็ะเิที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา แค่โกรธขึ้นมาก็พร้อมจะเอาชีวิตใครสักคนไปแล้ว
เส้าอี้เจ๋อจ้องมองเยี่ยชิงหวนอย่างเกรี้ยวกราด เขาสาบานกับตัวเองว่าครั้งหน้าจะไม่ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปแน่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเส้าอวิ่นเฉิน เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ตอนเดินออกไปยังสะดุดล้มอีก สุดท้ายก็ต้องคลานหนีอย่างน่าสมเพช
ในห้องนอนเหลือแค่เธอกับเส้าอวิ่นเฉินเพียงสองคน
ความเงียบอันขุนลุกปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง
“ฉัน… เอ่อ…” เธอพูดตะกุกตะกักอย่างผิดปกติ เมื่อเผชิญหน้ากับคุณชายพิการ หัวใจของเธอกลับเต้นตึกตักอย่างรุนแรง
เยี่ยชิงหวนนะเยี่ยชิงหวน เธอจะต้องเครียดขนาดนี้เลยเหรอ
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…”
เธอเตรียมใจอยู่นาน แต่สุดท้ายกลับพูดออกมาแบบนี้ ชั่วขณะหนึ่งรู้สึกอยากกัดลิ้นฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เส้าอวิ่นเฉินไม่ตอบ เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเ็าน่าเกรงขาม
เธอรู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดขึ้นมาจากพื้น
เขายังไม่สนใจเธออีกเหรอ
“อ่า... ข้างนอกแดดดีนะ ฉันจะพาคุณออกไปตากแดดสักหน่อยดีไหม” จากความทรงจำ ดูเหมือนว่านี่คือสิ่งที่เยี่ยชิงหวนปรารถนามานาน
แต่ในขณะที่มือของเธอแตะที่รถเข็นของเขา เขาก็ยกมือขึ้นแล้วคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น พร้อมกับดึงเธอเข้ามา ฝ่ามือหยาบกร้านของเขาบีบคอของเธออย่างหนักหน่วง
ความเ็ปบวกกับการขาดอากาศอย่างรุนแรง ทำให้ใบหน้าของเยี่ยชิงหวนเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว