*โครก...*
เสียงท้องร้องดังลั่นทำลายความตึงเครียดขึ้นมากลางห้องโถง
นักล่าเอลฟ์ทั้งสามคนต่างหันมามองหน้ากันเองด้วยความขัดเขิน ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยด้วยความอับอาย
พวกมันรอนแรมข้ามมิติไล่ล่ารอยแยกพลังงานมาสามวันสามคืนโดยไม่มีอาหารดีๆ ตกถึงท้องเลย มีเพียงเนื้อแห้งแข็งๆ และน้ำสกปรกเท่านั้น
นนท์แอบยิ้มมุมปากก่อนจะผุดกายหันกลับเข้าไปในส่วนครัว
"พวกคุณนั่งรอสักครู่นะครับ ผมจะทำอาหารร้อนๆ มาเสิร์ฟให้"
เขาเริ่มกระชับตะหลิวในมือเตรียมสับหมูเนื้อนุ่มสีชมพูสดอย่างกระฉับกระเฉง
นนท์เลือกใช้เตาอั้งโล่มนตราในการปรุงครั้งนี้ เพื่อดึงเอาประสิทธิภาพ 'ความอบอุ่นลึกซึ้ง' ออกมาเยียวยาจิตใจที่บิดเบี้ยวของเหล่าผู้บุกรุก
ใบกะเพราป่าสีเขียวเข้ม พริกขี้หนูสวนสีแดงสด และกระเทียมไทยถูกบุบรวมกันเตรียมพร้อม
*ฉ่า!*
นนท์หยอดน้ำมันลงกระทะเหล็ก รอร้อนจัดก่อนจะโยนพริกกระเทียมลงไปผัดเสียงดังลั่นครัว
กลิ่นฉุนร้อนแรงของสมุนไพรไทยพุ่งกระจายฟุ้งทันที ควันขาวหอมตลบอบอวลลอยลอดช่องหน้าต่างครัวออกมาถึงห้องโถงร้าน
"กลิ่นอะไรกัน... ทั้งฉุนร้อนและชวนน้ำลายสออย่างประหลาด"
หัวหน้ากลุ่มนักล่าพึมพำพลางซดน้ำลายเบาๆ ดวงตาจับจ้องไปทางห้องครัวอย่างปิดไม่มิด
นนท์โยนหมูสับลงไปผัดด้วยไฟแรงจากเตามนตรา ผิวเตาหินเรืองแสงสีม่วงสวยงามแผ่ไออุ่นแสนสบายออกมาช่วยเร่งความสุกอย่างทั่วถึง
จากนั้นสาดใบกะเพราเด็ดสดลงไปผัดพลิกสองสามตลบอย่างเชี่ยวชาญ ปรุงรสด้วยซอสซีอิ๊วสูตรลับเฉพาะ
เขายังทอดไข่ดาวขอบกรอบๆ ไข่แดงเป็ลาวาเยิ้มๆ วางทับบนข้าวหอมมะลิไทยร้อนสลวยส่งกลิ่นหอมคล้ายใบเตยธรรมชาติ
ไม่นานนัก ผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวเตามนตราสามจานก็ถูกจัดวางลงบนถาดไม้ขนาดใหญ่
"รบกวนช่วยเสิร์ฟหน่อยนะครับเอลวิน่า"
นนท์บอกเบาๆ
"รับทราบค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่าประคองถาดด้วยเวทลมแ่เบาแล้วนำไปเสิร์ฟตรงหน้าพวกนักล่าเอลฟ์อย่างเรียบร้อยและไร้เจตนาร้าย
"ทานตอนร้อนๆ นะคะ จะได้ฟื้นฟูกำลังค่ะ"
เธอกับเขาส่งสายตาประสานกัน ก่อนที่เธอจะยิ้มบางเบาให้พวกมัน
หัวหน้ากลุ่มนักล่ามองจานอาหารตรงหน้า ข้าวสวยสีขาวบริสุทธิ์ราวเกล็ดหิมะตัดกับหมูสับผัดกะเพราสีเข้มข้นแดงเหลืองฉูดฉาด
มันหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักกินคำแรกเข้าปากทันทีด้วยความหิวโซ
*เคี้ยว...*
ััแรกคือความนุ่มนวลของข้าวหอมมะลิที่แผ่ซ่านในปาก ตามด้วยรสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมเข้มข้นของใบกะเพราป่าและพริกขี้หนูสวนรสจัดจ้านสะท้านทรวง
และความอัศจรรย์ที่สุดคือ ไออุ่นลึกซึ้งจากเตามนตราที่แฝงอยู่ในเนื้อหมูผัดกะเพรา
ทันทีที่กลืนลงคอ ความอบอุ่นอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพลันแผ่กระจายตัวออกไปตามเส้นชีพจรทั่วร่างกาย
มันละลายความเครียดแค้นในอก ขจัดความเหน็บชาสะสมจากการทำาและการลักลอบหนีเอาชีวิตรอดในป่าหนาวมานานแรมปีจนหมดสิ้น
*ซึม...*
หยาดน้ำตาสีใสพลันเอ่อล้นคลอดวงตาของหัวหน้ากลุ่มนักล่าเอลฟ์อย่างกักเก็บไว้ไม่อยู่
มันหวนรำลึกถึง่เวลาในวัยเยาว์สมัยที่ป่าเอลฟ์ยังคงสงบสุขร่มเย็น สมัยที่มันและเพื่อนๆ ยังเป็เพียงเด็กวิ่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ต้องจับดาบเข่นฆ่าและหนีหัวซุกหัวซุน
นักล่าอีกสองคนข้างๆ ก็ตักกินอย่างตะกละตะกลามพลางปาดน้ำตาเงียบๆ เช่นกัน
ความเผ็ดร้อนและอบอุ่นของผัดกะเพราไทยจานนี้ได้ชะล้างความอาฆาตมาดร้ายในใจของพวกเขาไปจนสิ้นเชิง
"อร่อย... อร่อยเหลือเกิน... ข้าไม่เคยทานอาหารที่อบอุ่นและให้ความรู้สึกเหมือนบ้านขนาดนี้มาก่อนเลย"
หัวหน้ากลุ่มเอ่ยเสียงสะอื้นพลางก้มหน้าทานข้าวคำสุดท้ายจนเกลี้ยงจานไม่เหลือแม้แต่เศษเมล็ดข้าว
พวกมันทั้งสามคนวางช้อนลงอย่างสงบนิ่ง เจตนาฆ่าฟันและไอสังหารมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความเคารพและขอบคุณ
หัวหน้ากลุ่มนักล่าหันมาสบตากับเอลวิน่าอย่างรู้สึกผิดจริงใจ
"ข้าขอโทษ... เอลวิน่า... พวกเราจะกลับไปและรายงานว่ารอยแยกพลังงานสลายหายไปแล้ว จะไม่มีใครในสมาคม 'วอยด์ ซินดิเคท' ล่วงรู้ตำแหน่งร้านแห่งนี้อีก"
มันเอ่ยคำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น
"ขอบคุณที่เข้าใจและขอบคุณสำหรับอาหารวิเศษนี้... นี่คือค่าตอบแทนและคำขอโทษจากพวกเรา"
มันวางถุงใส่เงินของฝั่งพวกเขาลงบนโต๊ะ ซึ่งแผ่แสงสีฟ้าอ่อนและระบบประเมินแปลงค่าเป็เงินบาทไทยได้ทันที 2,400 บาท
พร้อมกับยื่น "เครื่องรางลมพฤกษาโบราณ (Ancient Forest Wind Amulet)" วัตถุทรงใบไม้หินหยกสลักลายเวทลมสีเขียวสว่างส่งให้นนท์
นนท์เอื้อมมือไปรับเครื่องราง หน้าจอโฮโลแกรมแจ้งเตือนข้อความสีฟ้าสว่างจ้า
[ตรวจพบไอเทมโบราณระดับสูง: เครื่องรางลมพฤกษาโบราณ]
- ้าแลกเปลี่ยนเป็แต้มมิติสะสมหรือไม่? (+100 แต้ม)
นนท์กดยืนยันการแลกเปลี่ยนทันที เครื่องรางในมือกลายเป็ละอองแสงสีเขียวสลายเข้าสู่ระบบร้านค้า
"ขอบคุณมากครับ ขอให้เดินทางกลับมิติเดิมอย่างปลอดภัยนะครับ"
นนท์ยิ้มพลางส่งพวกเขากลับข้ามประตูมิติหลังร้านไปด้วยความสงบ
ประตูปิดลงอย่างช้าๆ ไออุ่นแสนสบายกลับคืนมาโอบล้อมร้านหลบมุมคาเฟ่อีกครั้งหนึ่ง
---