บทที่ 4
‘สละเรือ’อรุณเบิกเหลียวมองรอบๆ กับมือปืนอีกร้อยกว่าคนนี้อ่ะนะ นายน้อยเล่นใหญ่แล้วงานนี้ เขายิ้มใจเต้น หวังรอดูเื่ดีๆที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
แต่เขาต้องทำสิ่งหนึ่งก่อน จมเรือสองลำข้างๆ ทำยังไงดี ไม่ง่ายเลยโจทย์นี้
“เอาชนะสามคนนี้ได้ พวกนายเป็อิสระ”หัวหน้าโจรสลัดกล่าวเสียงกังวาน “แต่ผู้หญิงต้องทิ้งไว้ที่นี่” คิดไว้แล้ว ไม่มีอะไรง่าย ไม่เคยมีสัจจะในหมู่โจร
คนที่น่าเห็นใจที่สุดคงจะเป็ อลิสา เธอนั่งหน้าซีดอยู่บนลังไม้ มองเห็นเหล่าโจรสกปรกบนเรือรอบข้าง มองมาที่เธอด้วยสายตาที่กักขฬะชั่วร้าย เธอตั้งใจไว้ว่า ถ้าพลาดท่าจริงๆจะยอมกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
“ไม่ต้องกังวลไป แค่นั่งดูอยู่เฉยๆ อย่าลุกไปไหน” ทรงกลดเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกหญิงสาว เขากล่าวขึ้นลอยๆ สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
อลิสารับรู้ ว่าเขากำลังพูดกับเธอ ดวงตาไหววูบ ทิฐิลดลงไปกว่าครึ่ง ความรู้สึกอบอุ่นประหลาดเข้ามาแทนที่
ลานกว้างบนดาดฟ้าเรือประมง สามองครักษ์เงากับสามโจรยืนประจันหน้ากัน สายตาหกคู่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน้าต่อสู้
หากสามองครักษ์แพ้ พวกเขาตาย
หากสามโจรแพ้ พวกมันก็ตายเช่นกัน หัวหน้าคงไม่ปล่อยพวกมันไว้
นี่คือโพยสั่งตายที่พวกมันไม่อาจปฏิเสธได้
“เฮียพักก่อน รอบนี้ผมเอง”ซิตงก้าวออกมา
กาและเห็นเป็ชายร่างเล็กเดินออกมาเขากระหยิ่มยิ้มย่อง พร้อมกับชิงก้าวออกไป “กูขอก่อน”
อูซากับตินพร้อมใจกันผายมือออกเป็ทำนองว่า เชิญ ตัวเล็กๆอย่างนี้ไม่สมศักดิ์ศรีพวกมัน
บนเรือโจรรอบด้านเริ่มมีเสียงอึกทึกครึกโครม เอะอะโวยวาย พวกมันกำลังพนันกัน ในหัวข้อที่ว่า กาแระจะล้มไอตัวเล็กนั่นในเวลากี่นาที
มั่นใจขนาดนั้นเชียว
ท่ามกลางเสียงโห่เชียร์ดังกึกก้อง สองหนุ่มประจันหน้ากัน พร้อมที่จะเข้าปะทะ
ซิตงอาศัยความไวเคลื่อนไหวก่อน เขาพุ่งเข้าใส่กาแระทันที ฝ่ายนั้นยกยิ้มที่มุมปากสายตาเหยียดหยามยิ่ง
เมื่อร่างทั้งสองปะทะกันเสียงดัง เพี๊ยะ พะ มองเห็นเป็กาและยกมือป้องส่วนบน ทุกจังหวะกลับบังอาวุธของสิตงได้ทั้งหมด
ซิตงระดมหมัด ศอก สันมือ เน้นใส่ส่วนหัวคู่ต่อสู้ ร่างเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเห็นเป็ภาพเลือนราง นับเป็คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อคู่หนึ่ง
เงาร่างทั้งสองพุ่งปะทะแล้วผละออก เป็เช่นนี้อยู่นับครั้งไม่ถ้วน ซิตงยังไม่สามารถทำอะไรกาและได้ ดูเหมือนจะตกเป็รองเล็กน้อย
พั๊วะ! ในเงาวูบวาบร่างซิตงลอยละลิ่วหลุดออกมาจากวงปะทะ หงายหลังทรุดนั่งปะทะกราบเรืออย่างจังเกิดเป็รอยร้าวยาวๆรอยหนึ่ง เขาฝืนตัวลุกขึ้นยกมือปาดเืกำเดาที่ไหลออกมา
เสียงโห่ฮาดังสะท้านไปทั้งผืนน้ำ เสียงประสานนับร้อยดังกึกก้อง “ฆ่ามัน ฆ่ามัน”
ฝั่งสามองครักษ์เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด สถานการณ์ตกเป็รอง หากซิตงแพ้ โบอาที่าเ็ะุเจาะหัวไหล่จะยืนหยัดได้มั๊ย อรุณเบิกก็ได้รับาเ็ที่ท้อง ทุกคนมีเื่ต้องกังวล
“พี่ออกหมัดให้ช้ากว่านี้ หากรู้สึกว่าจะโดนชกที่กกหูให้บิดเอวซ้ายสะบัดเท้าขวาเต็มแรงเลยนะ เอาระดับความสูงแค่หน้าอกพี่ก็พอ” เสียงทรงกลดกล่าวช้าๆเนิบๆ เหมือนไม่ได้กังวลกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เสียงหัวเราะดังมาจากรอบๆ เล่นแบไต๋กันอย่างนี้จะเอาอะไรมาสู้
ซิตงกลับนิ่ง ขรึม เขาจดจำทุกคำพูดของนายน้อย เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ทั้งชก ศอก เข่า เตะ ใส่กาและ ฝ่ายนั้นยิ้มมุมปาก อย่างนี้เดี๋ยวก็เสร็จเรา
พลั๊ก! คราวนี้เป็ครึ่งปากครึ่งจมูกซิตง ร่างเขาหงายหลังลอยละลิ่วปะทะกับลังไม้แตกกระจาย
ซิตงค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นยืน หมัดนี้ทำเอาเขาปวดเมื่อยไปทั้งตัว กาและยืนยิ้มเฉย เขามองซิตงอย่างเป็ต่อ รอดูว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีลูกไม้อะไรอีก
“คราวนี้ไม่ต้องทำอะไรพี่ซิ ให้หลบเท่านั้น รอเตะขวาอย่างเดียว” เสียงทรงกลดดังขึ้นอีกครั้ง อะไรกัน ไม่ให้ออกอาวุธ ก็เป็กระสอบทรายเคลื่อนที่นะสิ
ซิตงหันมาพยักหน้ายอมรับ อะไรกัน จะเชื่อใจกันขนาดนี้เลยเหรอ
กาและเริ่มไม่พอใจ ต่อหน้าโจรนับร้อยเขาเหมือนโดนดูถูก เืแห่งความโมโหฉีดขึ้นหน้า เขาปรี่ใส่ซิตงที่ยืนโงนเงนตั้งหลักยังไม่มั่น ครั้งนี้หมายเผด็จศึกโดยเร็ว
ทรงกลดยิ้มที่มุมปาก โอกาสดีๆกำลังจะมา
ซิตงโยกหลบกาและอย่างสุขุม ทุกหมัด ทุกเท้า วืดเฉียดผ่านไปอย่างน่าหวาดเสียว เมื่อเขารู้สึกว่ามีกระแสลมรุนแรงใกล้มาปะทะกกหู
“จังหวะนี้แหล่ะพี่ซิ”สิ้นเสียงนายน้อย ซิตงก็บิดตัว สะบัดเท้าขวาไปข้างหน้าเต็มแรง โดยไม่สนใจว่าจะไปเตะโดนอะไร
พั๊วะ! เสียงหน้าแข้งปะทะกับแก้มซ้ายอย่างถนัดถนี่ ตามด้วยเสียง กร๊วบ! กระดูกกรามหักเสียงดังลั่นเปรียบดังลูกมะพร้าวแตก ร่างกาและลอยละลิ่วข้ามกราบเรือตกลงไปในน้ำเสียงดังตูม จมหายไปในทะเลลึก
เงียบกริบ เงียบแม้กระทั่งได้ยินเสียงหอบหายใจของซิตง ทุกคนกำลังตะลึงตาค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็บอกไปแล้ว ว่าจะเตะขวา ทำไมไม่หลบ ทำไมไม่แก้ทาง โง่หรือปล่าวกาและ สมควรตายแล้วแบบนี้
ในความเงียบ เสียงะเิท้ายเรือขนาบข้างทั้งสองลำพลันดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน บึมส์! บึมส์!
“เรือกำลังจม”มีเสียงะโออกมาจากเรือทั้งสองลำด้วยความตื่นตระหนก เหล่าสมันโจรวิ่งวุ่นกันอลหม่าน
ท้ายเรือเกิดรูโหว่ใหญ่ขนาดยัดลังไม้ห้าใบเข้าไปได้พร้อมกัน กลุ่มควันแน่นทึบลอยออกมาจากรอยแตก เรือสำเภาซ้ายขวาแข่งกันจมลงอย่างรวดเร็ว เหล่าโจรบนดาดฟ้าเรือร่วมร้อยชีวิตตะเกียกตะกายเหยียบกันหนีตาย ความโกลาหลบังเกิดขึ้น
ส่วนเรือหลักลำกลาง หัวหน้ามองความชุลมุนตรงหน้าด้วยความโกรธจัด ต้องเป็ไอ้เรือประมงลำนี้เล่นลวดลายให้แล้ว
“ยิงถล่มมัน” อับดุลบาฮิมะโแข็งกร้าวด้วยความโมโหสุดขีด
ทรงกลดที่เดิมเชื่องช้ากับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปากะโบอกพรรคพวก “รีบหลบ”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! อาวุธปืนนานาชนิดถูกระดมยิงใส่เรือประมงตรงหน้าโดยไม่เลือกเป้า ะุนับพันเจาะทุกพื้นที่ของเรือฉีกกระชาก เศษไม้ปลิวว่อน
อลิสาที่นั่งสั่นอยู่บนลังไม้เหมือนมีใครมาโอบร่างให้ลอยขึ้นแล้วพุ่งไปที่ไหนสักแห่ง แต่เธอไม่สามารถจำทิศทางได้ ความรู้สึกเช่นนี้ช่างเหมือนตอนที่ถูกทรงกลดพาตัวไปขังไว้ในศูนย์ควบคุมการจราจรคราวนั้น
ส่วนสามองครักษ์ต่างพุ่งออกจากดาดฟ้าเรือทันทีที่ได้ยินเสียงนายน้อยะโบอก
สภาพที่ยับเยินของเรือประมง ควันปืนที่หนาทึบทำให้ไม่สามารถเห็นสภาพดาดฟ้าเรือได้ชัดเจน เสียงปืนระดมยิงดังอยู่ประมาณสามนาที หัวหน้าโจรสลัดจึงยกมือสั่งหยุด
เมื่อควันปืนจางลง อูซา ติน สองมือดีสมุนเอกร่างพรุนไปทั้งตัว กลายเป็เศษเนื้อเลอะเลือน แทบจำสภาพไม่ได้ ส่วนอีกฝ่าย อันตรธานหายไป ไม่เหลือแม้สักคนเดียว
“มองหาผมอยู่เหรอ”เสียงหนึ่งดังขึ้น เขานั่งอยู่ท้ายเรือนี่เอง ไอหนูจอมี้เีคนนั้น คนที่บอกเชิงมวยทำให้กาและถูกเตะตกทะเลไป
ทุกคนหันมามองเขา สายตาบางคนเริ่มหวาดหวั่น โดนรุมยิงขนาดนี้ยังรอดอีกเหรอ หลายคนห้ามตัวเองไม่ได้สาดะุใส่ทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เมื่อเสียงปืนดัง ร่างนั้นกลับหายวับไปต่อหน้าต่อตา
ท้ายเรือถูกะุเจาะฉีกขาดเป็รอยเหวอะหวะ เศษไม้ปลิวกระเด็นไปตามแรงะุ
“หยุดยิง ไอพวกโง่”เสียงหัวหน้าะโห้าม “ไปตรวจดู”
“หรือว่ามันโดนยิงตกทะเลไปแล้ว” โดนระยะขนาดนี้รอดได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว หลายคนคิดเช่นนั้น
“ไม่มีอะไรเลยครับหัวหน้า”ลูกน้องคนหนึ่งะโบอกเมื่อไม่เห็นมีสิ่งใดผิดปกติ
สิ่งประหลาดอีกสิ่งพลันบังเกิดขึ้น ท้องทะเลที่เดิมราบเรียบ กลับก่อเกิดแรงกระเพื่อม คลื่นกำลังก่อตัว เรือสำเภาของเหล่าโจรเริ่มส่ายโงนเงน
สิ่งที่เกิดกลับเป็การเร่งให้เรือที่ถูกะเิจมลงเร็วขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดคลื่นตอนนี้” เสียงใครบางคนะโเสียงแตกตื่น เหล่าโจรสลัดเริ่มแตกฮือวิ่งหนีกันวุ่นวาย บ้างะโลงน้ำหนีเอาตัวรอด
ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าก็คือ เรือประมงที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมกลับลอยลำนิ่งสงบเหมือนมีก้อนหินใหญ่ถ่วงไว้ ไม่สนใจคลื่นั์ที่ม้วนโจมตีเรือรอบข้าง
“เทพสมุทรพิโรธแล้ว” ในความชุลมุนวุ่นวาย เกิดเสียงหนึ่งะโออกมา ผู้ที่ได้ยินต่างขานรับะโบอกต่อๆกันเป็ทอดๆ “เทพสมุทรพิโรธแล้ว”
บนยอดเสากระโดงเรือ ทรงกลดนั่งเด่นเป็สง่าดุจดังาาแห่งผืนน้ำ สายตามองดูความโกลาหลด้านล่างด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะปกติ
“ทำเรือผมพัง งั้นลำนี้ขอแล้วกันนะ”ช่างเป็น้ำเสียงที่แสนจะสุภาพ แต่ทรงไว้ซี่งอำนาจยิ่งนัก