หลังจากจบมหาลัย ฉันก็สามารถหางานทำได้ในเวลาไม่ช้านานนัก ทั้งๆที่เศรษฐกิจในยุคนี้มันก็ช่างย่ำแย่ซะเหลือเกิน การทำมาหากินของผู้คนก็ดูยิ่งจะฝืดเคืองกว่าแต่ก่อนมาก
สำหรับฉันนั้น ก็ถือว่าค่อนข้างโชคดีอยู่บ้าง ที่ได้เข้าทำงานในบริษัทชั้นดีแห่งหนึ่งและบริษัทนี้ก็ให้เงินเดือนที่อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงกว่าทั่วๆไปสำหรับคนจบปริญญามาใหม่ๆ ซึ่งงานที่นี่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร เป็นพวกงานในออฟฟิสที่ฉันต้องเคลียร์พวกงานเอกสารต่างๆให้เสร็จสื้นตามกำหนดเวลาก็เท่านั้นเอง
ฉันทำงานอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขได้ราวหนึ่งปี ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องกังวลกับปัญหาอะไรอีก งานก็ดี เพื่อนร่วมงานก็ดี ทว่า..
ฉันเองนั้น ก็กลับมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่ฉันหลงลืมไป ปัญหาบางอย่างที่ฉันเคยคิดว่ามันจะไม่กลับมาอีก แต่ที่จริง มันกลับซ่อนตัวอยู่ และมันกำลังคืบคลานกลับมาหาฉันอีกครั้ง...
และสื่งนั้นก็คือ อาการไอของฉัน อาการไอที่ไอต่อเนื่องเป็นเวลานานจนตัวหอบโยน มันราวกับว่า ฉันนั้นได้ติดโรคร้ายอะไรมาก็ปาน
ที่จริง มันนานมาแล้ว ที่ฉันได้เคยไอต่อเนื่องจนตัวโยนแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ฉันยังเรียนอยู่ในมหาลัยแห่งหนึ่ง สมัยที่พวกเราเพื่อนๆนักศึกษาต่างชอบถ่ายรูปกันอย่างไม่หยุดหย่อน (สมัยนั้นไม่มีกล้องดิจิตอล เราต่างใช้กล้องฟีล์ม และต้องล้างรูปออกมา) แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนหน้าตาดี และมีคนชมชอบอยู่ไม่น้อยในมหาลัย จึงทำให้ไม่ถูกรังเกียจจากผู้คนที่อยู่รอบๆตัวในขณะนั้นนัก และอาการไอก็ไม่ถึงกับเกิดขึ้นตลอดเวลา
"อย่าถ่ายรูปเยอะเกินไปนะ มันจะทำให้อายุเราสั้น !"
คำพูดของรุ่นพี่คนหนึ่งในสมัยนั้น กลับมาก้องอยู่ในหูของฉันอีกครั้ง ! ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่ฉันหลงเลือนไป ว่าเรืองนี้อาจจะมีความสัมพันธ์กันกับอาการไอของฉันที่เริ่มหนักหนาขึ้นในตอนนั้น
"เขาว่า ถ้าถ่ายถึงรูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าจะต้องตาย..."
"ใคร ?! ใครกันที่พูดแบบนี้ ?" ฉันห้นขวับกลับไปหาคนพูดทันที ซึ่งคนพูดก็คือ'เปิ้ล' ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่เรียนอยู่ในมหาลับเดียวกับฉัน พร้อมกันนั้นฉันก็หัวเราะออกมาอย่างหยันๆพร้อมกับมองหน้าเปิ้ลอย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่เรากำลังยืนคุยกันสองคนในสวนธรรมะของมหาลัยในสมัยนั้น
"ก็... ก็ได้ยินมาอีกทีนะพี่มล เห็นเขาว่าเป็นผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนพวกฮิปปี้ผสมคาวบอยที่ผ่านมาหน้ามหาลัยพูดบอกกับนักศึกษาในมหาลัยเราน่ะ" เปิ้ลเล่าออกมา
"ช่างไร้สาระจริงๆ ที่เอาคำพูดของคนบ้าคนหนึ่งมาประดิษฐ์จนเป็นตุเป็นต่ะ" ฉันพูดกับเปิ้ลพร้อมกับทำหน้าเข้ม
"แหม พี่มลก็ ก็พี่มลน่ะชอบถ่ายรูปเยอะเหลือเกิน น้องก็อดคิดไม่ได้ว่า มันจะมีอันเป็นไปอย่างที่เขาลือกันหรือเปล่า แล้วก็พอดีนึกได้ถึงเรื่องนี้พอดีน่ะ" มลพูดพร้อมกับเข้ามากุมมือของฉันอย่างกับไม่ต้องการให้ฉันอารมณ์เสีย
"ไปหาหมอบ้างก็ดีนะพี่มล" เปิ้ลมองหน้าฉันอย่างวิงวอน และฉันก็ยิ้มบางๆให้เปิ้ลพร้อมพยักหน้าให้
แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็มีผลทำให้ฉันเริ่มถ่ายรูปน้อยลงในเวลาต่อมา และช่างน่าแปลก ที่อาการไอของฉันก็ได้ทุเลาเบาบางลงไปพอควร แต่ก็ไม่ได้หายขาด ไปหาหมอก็ได้คำตอบแค่ว่า ไม่ได้เป็นอะไรมาก และได้ยาแก้ไอมาก็แค่นั้น
"รูปที่เราเคยถ่ายไว้น่ะ ต้องเผาทิ้งไปบ้าง ถ้ามันเยอะไป !"
รุ่นพี่ของฉันที่ชื่อ'เพชร'พูดขึ้นกับฉันในวันหนึ่ง ขณะที่เรากำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารหนึ่งในมหาลัย รุ่นพี่ของฉันคนนี้อยู่ชมรม'ไสยศาตร์' และฉันก็ไม่เข้าใจว่า เมื่อได้เอาเรื่องของตัวเองไปเล่าให้เขาฟังแล้ว มันจะเกิดประโยชน์อะไร
"ทำไมคะพี่เพชร หรือว่าถ้าถ่ายรูปถึงรูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าจะต้องตายจริงๆ ?"
พี่เพชรเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามบ่ายพร้อมยกบุหรี่ในมือขึ้นมาดูดเต็มสูบ
"ตาย...!" เขาเน้นเสียงเข้ม แล้วจ้องหน้าฉัน "ตายจริงๆ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว"
จบคำนั้น หัวใจของฉันก็ดูเหมือนจะหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า และฉันก็สำลักออกมาอย่างรุนแรงทันที !
โปรดติดตามตอนต่อไป