วาตีขับรถไปยังร้าน บ้านในสวนอันเป็ที่คุ้นเคยของคนเมืองกรุงป้ายหน้าร้านสีขาวประดับอยู่บนไม้ซีกเก่าเรียงเป็แนวตั้ง มีกอไม้พุ่มอยู่สองข้างด้านหน้าปลูกเป็กอบัว ออกดอกสีชมพูสลับสล้างเมื่อจอดรถสนิทพนักงานของร้านกุลีกุจอออกมาต้อนรับแล้วเชื้อเชิญเข้าไปข้างในหล่อนมองผิวเผินแล้วนึกถึงร้านที่ไปคุยเื่งานกับเลอฉวีเมื่อวานเพราะบรรยากาศชวนร่มรื่นไม่ต่างกัน
กำลังชื่นชมไม่ทันไร...จู่ๆสายฝนก็เทกระหน่ำเหมือนท้องฟ้าทำน้ำหกจากคนโททำให้หล่อนต้องสาวเท้ายาวๆเพื่อไปให้ถึงห้องอาหารที่ถูกกั้นไว้เป็สัดส่วนแต่อากาศข้างในที่เปิดเครื่องปรับอากาศก็เย็นฉ่ำเสียจนหล่อนต้องกอดอกจนแน่นครั้นจะนั่งโต๊ะข้างนอก ฟ้าฝนก็ไม่เป็ใจความสวยงามที่เกิดจากการตกแต่งเครื่องเรือนประดับร้านด้วยของย้อนยุคจึงถูกทอนไปด้วยสายฝนโดยปริยาย
“ผมจองโต๊ะเอาไว้แล้วครับ”
ภูพัดบอกพนักงานต้อนรับคนนั้นพร้อมแจ้งชื่อผู้จอง ก่อนจะก้าวตามเข้าไปด้านในปล่อยให้หล่อนมองหน้าอย่างสงสัยเคลือบแคลง
โต๊ะที่ชายหนุ่มจองเอาไว้อยู่ติดหน้าต่างกระจกซึ่งบัดนี้กำลังเกิดม่านฝนโปรยสายมองเห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้ามัวมนคล้ายอยู่ท่ามกลางกระไอฝนเขาเลื่อนเก้าอี้ให้หล่อนนั่ง พร้อมกับสั่งให้พนักงานนำเมนูอาหารประจำร้านมายื่น
“คุณพัดมาที่ร้านนี้บ่อยหรือคะบรรยากาศร้านคล้ายๆกับร้านที่อยู่ใกล้สำนักพิมพ์ของฉันเลยการออกแบบตกแต่งก็ใกล้เคียงกันมาก”
“เดี๋ยวนี้หลายร้านในกรุงเทพฯก็เน้นตกแต่งออกแนววินเทจบ้าง ผสมผสานของเก่าเอามาตกแต่งบ้างทั้งนั้นแหละครับ แต่ผมว่ามันก็สวยดีนะครับผมยังเคยคิดว่าสักวัน อยากจะมีร้านอาหารแบบนี้บ้าง”
เขาละสายตาจากเมนูอาหารในมือพลางกวาดตามองไปโดยรอบ ทำให้หล่อนต้องมองตามบ้างแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็จริงอย่างที่เขาพูด...นอกจากในร้านนี้จะเน้นไปที่ไม้เก่าเอามาตกแต่งใหม่ทั้งตัวเรือนอาศัย ทั้งเครื่องเรือนตกแต่งองค์ประกอบศิลป์ทุกอย่างยังคงให้สีและรายละเอียดอย่างลงตัว
หล่อนมองไปยังจักรยานเก่าที่จอดอยู่บนแท่นไม้เก่าคร่ำคล้ายกล่องมีป้ายชื่อร้านอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมติดฝาผนัง แสงสีเหลืองนวลสาดลงบนจักรยานคันนั้นทำให้มองเห็นกรุ่นไอของวันวานได้ทันที
“ถ้าคุณพัดชอบร้านแบบนี้ก็เปิดเลยสิคะ...ฉันจะได้มาอุดหนุน แต่ว่าขอส่วนลดสักห้าสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ”
หล่อนก็แค่หยอกเพราะอยากสร้างความสนิทสนม แต่เขาดูจะคิดจริงจังชอบกล เมื่อตอบกลับหน้าตายว่า “ถ้าอย่างนั้นผมว่าคุณวามาร่วมหุ้นกับผมดีกว่า คุณบริหารการเงินผมบริหารลูกค้า...คุณดูแลเื่อาหารทั้งหมดส่วนผมดูแลเื่การประชาสัมพันธ์...คุณ...”
“พอเถอะค่ะ ฉันก็แค่คุยเล่นๆ”
แล้วหล่อนจึงตัดบทด้วยการเรียกพนักงานมารับออเดอร์...ระหว่างที่รออาหารจานหลักพนักงานก็นำชามะนาวของโปรดสำหรับหล่อน และโกโก้ปั่นกล้วยหอมสดสำหรับเขา
“ชอบทานกล้วยหรือคะ”
คำถามของหล่อนแฝงนัยยะซึ่งเขาเองก็คงรู้ทัน จึงแกล้งหยอกกลับว่า “ชอบครับ โดยเฉพาะกล้วยหอม อร่อยเต็มคำ เวลาไปทานไอศกรีมทีไรผมต้องสั่งทุกที”
หล่อนเสมองไปข้างนอกหน้าต่างแอบคิดว่า...ถ้าเขาเป็ผู้ชายชอบกล้วยจริงๆ อย่างไรตัวตนที่ซุกซ่อนเอาไว้ก็ต้องสำแดงออกมา
จึงหวังจับสังเกตทุกอิริยาบถการเคลื่อนไหวรวมถึงกิริยาท่าทางต่างๆที่แสดงออก...
แล้วพนักงานก็นำอาหารจานแรกมาเสิร์ฟเต้าหู้เทวดา มันคือเต้าหู้ไข่ผสมเห็ดหูหนูซอยแล้วเอามาทอดผิวข้างนอกเป็สีเหลืองกรอบนิดๆ หล่อนจึงลองจุ่มกับน้ำจิ้มแล้วตักเข้าปากกัดเข้าไปคำแรก อิ่มอร่อยกับความนิ่มของเนื้อใน รสออกเค็มมัน
“อร่อยดีนี่คะ...รสชาติไม่เลว”
เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพร้อมกับใช้ช้อนส้อมลองจิ้มดูบ้าง แต่ว่า...นิ้วก้อยของเขาสิ โอ้แม่เ้า!นิ้วก้อยของเขากระดกเล็กน้อย พอหล่อนเพ่งเล็ง นิ้วก้อยก็หุบลง
ใช่ไหม?ท่าทางแบบนี้ใช่ไหม?
“ว่าแต่คุณวาได้คุยกับพี่ฉวีแล้วใช่ไหมครับว่าผม้าอะไรบ้างในการเขียนนิยายแก้ข่าวครั้งนี้”เขาเปิดประเด็นขึ้นทันที หลังจากที่ส่งอาหารคำนั้นเข้าปาก
แต่หล่อนก็มัวแต่ใจเหม่อลอยจึงมองแต่รูปปากที่กำลังเคี้ยวอาหารหยับๆไปมา รู้สึกว่าเขาติดจะเนิบนาบนุ่มนิ่มไปหน่อย แล้วคำถามเดิมก็ลอยเข้ามา...ใช่ไหมนะ?
“ใช่ไหม...ใช่ไหมนะ?” หล่อนเผลอหลุดปากเสียงเบา
“อะไรครับ...ใช่ไหมๆที่คุณวาพูดผมแค่ถามว่าคุณวาคุยเื่นิยายมากับพี่ฉวีคร่าวๆบ้างแล้วใช่ไหมครับ เท่านั้นเอง”
“อ๋อฉันกำลังนึกอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ ว่าแต่คุณพัดถามว่าอะไรนะคะ”
ชายหนุ่มจึงถามเป็ครั้งที่สามหล่อนถึงได้ตอบ...
“เื่รายละเอียดของนิยายชุดนี้ฉันคุยกับพี่ฉวีมาบ้างแล้วค่ะ สรุปว่าฉันจะต้องเขียนแก้ข่าวเื่ที่คุณถูกนักข่าวใส่ร้ายว่าคุณเป็เกย์แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าฉันอยากได้ข้อมูลจริงๆทุกอย่างมีอะไรที่มันเป็ตัวตนของคุณ ฉันจำเป็ต้องรู้ให้หมด เพราะไม่เช่นนั้นฉันก็จะเอาชีวิตของคุณไปเขียนผิดๆถูกๆ”
“ผมเป็พระเอกของเื่ใช่ไหมครับ”
“แน่นอนสิคะแต่ว่าตอนนี้ฉันมีแต่เส้นเื่เท่านั้นนะคะยังไม่มีองค์ประกอบของเื่ใดๆทั้งสิ้น แล้วก็บอกตามตรงค่ะฉันยังไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาแนวไหน ยังไง”
“คุณวาอย่ากังวลไปเลยครับเพราะผมเชื่อว่า ถ้าคุณวารู้จักผมไปเรื่อยๆ คุณวาก็จะมองออกว่าควรจะเขียนให้ผมเป็พระเอกแบบไหน”
“แต่มีอีกข้อนะคะ...ถ้าฉันรู้แน่ชัดว่าตัวจริงของคุณเป็พวกเก้งกวางฉันก็จะไม่เขียนเนื้อหานิยายให้บิดเบือนหรอกนะคะเพราะฉันไม่อยากทำลายวิชาชีพของตัวเองด้วยการกุเื่เท็จให้เป็จริง...คุณพัดอย่าลืมนะคะว่านิยายเื่นี้มันไม่เหมือนเื่ก่อนๆที่ฉันเคยเขียนมา มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตคนๆหนึ่งที่เขามีตัวตนจริงๆ”
คำพูดอันยาวเหยียดของหล่อนทำให้เขาอมยิ้ม...
“ผมคงไม่อาจโกหกสายตาของคุณวาได้หรอกครับ...ผมเชื่อว่าคุณวาจะวิเคราะห์ผมออกว่าตัวตนจริงๆของผมเป็ยังไง”
หล่อนยักคิ้วให้เขาหนึ่งทีพลางไหวไหล่แล้วคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมา ควานหาสมุดบันทึก...เมื่อพบจึงนำมากางออกลงบนโต๊ะแล้วจับปากกาที่หนีบสมุดขึ้นจรดตัวอักษรลงไปทีละบรรทัด
“นั่นคุณวาจดอะไรครับ”
“ข้อมูลสำคัญในตัวคุณค่ะ”
ภูพัดทำท่าชะโงกหน้าหวังจะมองลายมือของหล่อนในบันทึก ทำให้หล่อนต้องปิดหน้าสมุดอย่างเร็ว “มันคือความลับของคนดังอย่างคุณนะคะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์อ่าน”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่ใช้เครื่องบันทึกเสียงล่ะครับ”
“ไม่ชอบค่ะ...ส่วนใหญ่ฉันบันทึกเื่ราวทั้งหมดไว้ด้วยความจำค่ะยังไงมันก็ไม่มีวันเต็ม แต่ถ้าเป็เครื่องบันทึกเสียง มันมีวันหมดม้วนนะคะแล้วที่ฉันจดลงในบันทึก ก็จดลงเฉพาะหัวข้อใหญ่ๆเท่านั้นค่ะ”
“ผมอยากรู้นี่ครับว่าคุณจดหัวข้ออะไรบ้าง”
เขาทำหน้าเ้าเล่ห์ชอบกลขณะพูดก็เอื้อมมือทำท่าจะแย่งบันทึกในมือ ทำให้หล่อนต้องดึงเอาไปไพล่หลังเอาไว้ “คุณปล่อยให้ฉันทำงานตามแนวทางของฉันดีกว่าค่ะได้โปรดอย่ายุ่มย่ามกับวิธีการของฉันเลย เพราะไม่อย่างนั้นงานของคุณจะไม่เสร็จตามกำหนด”
“ได้ครับๆ ผมแค่อยากแหย่คุณวาเท่านั้นเอง...เห็นพี่ฉวีบอกว่ามีเวลาทำงานชุดนี้แค่สามเดือนเพื่อจะวางให้ทันงานหนังสือ่เดือนมีนาคมปีหน้า ผมสงสัยว่ามันจะทันหรือครับเพราะนี่ก็เดือนกันยายนแล้ว”
หล่อนกำลังจะอธิบายพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟ...บทสนทนาจึงหยุดชะงักลง
สเต็กไก่โรยหน้าด้วยขิงซอยของหล่อนกับเพนเน่ครีมซอสคาโบนาร่าของเขาจึงกลายเป็หัวข้อใหม่ที่อยู่ในบทสนทนาจนกระทั่งต่างฝ่ายต่างอิ่มท้อง ภูพัดจึงชวนหล่อนวกกลับมาคุยเื่เดิม
“คืออย่างนี้นะคะจริงๆแล้วทางสำนักพิมพ์เขาจะมีขั้นตอนหลายอย่างกว่าจะผลิตนิยายออกมาเป็เล่มแต่ระหว่างรอต้นฉบับ เขาก็จะทำหน้าปกเตรียมไว้ เมื่อนักเขียนส่งต้นฉบับบอกอเล่มก็จะอีดิทงาน มีการพิสูจน์อักษร แล้วก็อีกหลายขั้นตอนมากก่อนจะส่งเข้าโรงพิมพ์...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่สำนักพิมพ์ดรีมเลิฟเป็มืออาชีพค่ะ กระบวนการต่างๆจึงถูกย่นย่อและจัดระบบได้อย่างรวดเร็วไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็สามารถเผยโฉมนิยายเล่มใหม่ได้ทันท่วงที”
เขาพยักหน้ารับทราบพร้อมกับเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นผมมีความเห็นว่าคุณวาควรจะได้เก็บข้อมูลของผมทุกวัน ไม่ว่าจะเป็เวลาทำงานต่างๆทั้งตอนที่ไปถ่ายแบบ เดินแบบ ออกงานอีเวนต์หรือว่าถ่ายโฆษณาแล้วก็คุณวาควรจะได้ทำความรู้จักกับเื่ส่วนตัวของผมนอกเวลางานด้วยเพื่อที่คุณจะได้ข้อมูลอย่างรวดเร็วและครบถ้วน...คุณเห็นด้วยไหมครับ”
หล่อนนิ่วหน้าแทนคำตอบ...กำลังจะอ้าปากพูดเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของหล่อน
“อย่าบอกว่าพี่พัดทานข้าวเรียบร้อยแล้วโดยไม่รอผมนะครับ”
//////////////////////////////////////////////////จบบทที่ 8