ไอฝนมาถึงร้านดอกไม้ในเวลาเกือบบ่ายสองโมง ถูกคุณไอรดาผู้เป็แม่บ่นจนคุณเกริกผู้เป็พ่อต้องเข้าไปเบรกบ้าง เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศไปเสียก่อน
“ยังไงยายฝนก็มาถึงแล้วน่าคุณ อย่าบ่นนักเลย นี่งานมงคลนะ ต้องยิ้มเข้าไว้สิครับ เมียผมจะได้สวยจนคนอื่นต้องอิจฉา”
“แหม...คุณนี่ละก็” คุณไอรดาแจกค้อนให้สามีไปหนึ่งวง
“ขอบคุณนะคะคุณพ่อ ฝนรักคุณพ่อที่สุดเลยค่ะ” ไอฝนเข้าไปกระซิบขอบคุณข้าง ๆ คุณเกริก แถมด้วยเขย่งเท้าหอมแก้มไปอีกหนึ่งฟอด ก่อนจะเดินไปทักทายพี่ชายและพี่สะใภ้ พร้อมกับมอบของฝากที่ได้มาจากเชียงใหม่ ซึ่งเธอเหมารวมเอาว่ามันคือของขวัญในวันแต่งงานของทั้งสองคนไปด้วยในตัว
ไอฝน พงษ์พิมุข เป็น้องสาวที่คลานตามกันมาของวัสสะ ถึงแม้จะใช้ระยะเวลาห่างกัน 7 ปีก็เถอะ แต่เธอก็ถอดแบบความเก่งกาจของพี่ชายมาไม่น้อย หรืออาจจะเป็ทั้งสองคนที่ถอดแบบมาจากพ่อแม่ของพวกเธอเองก็ตามที จะอย่างไรก็ตามเธอก็ได้เรียนจบและเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกา พร้อมกับใบการันตีความสามารถของเธอแน่นกระเป๋าเลยทีเดียว
สาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดู เกิดและโตที่เมืองไทย จนถึงสิบเอ็ดขวบ จึงได้ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ที่อเมริกา และเพิ่งจะเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ยังไม่ถึงสองอาทิตย์ดี แต่ก็นับได้ว่าเธอจัดการชีวิตของตัวเองไปได้หลายอย่าง ทั้งหางาน หาที่อยู่ และท่องเที่ยวพักผ่อนตามที่้า ถึงแม้ว่า่เวลาจะสั้นไปหน่อย แต่เธอก็ตั้งใจว่าจะเดินทางท่องเที่ยวอีกเมื่อมีโอกาส
งานปาร์ตี้ของคนกันเอง ดำเนินยาวไปจนกระทั่งถึงหนึ่งทุ่ม จึงได้แยกย้ายกันกลับ คุณดาหวันให้พรทั้งเ้าบ่าวเ้าสาวเป็การส่งท้าย ก่อนที่ทั้งสองคนจะพาคุณเกริก คุณไอรดา และไอฝน กลับไปที่บ้านกล่องกระจกหลังใหญ่ของวัสสะ
ไอฝนตามกลับมาที่บ้านของวัสสะ อยู่คุยกับพ่อและแม่ของตนจนกระทั่งเกือบห้าทุ่ม ซึ่งก็เห็นว่าทั้งสองท่านเริ่มจะหาวกันแล้ว ส่วนเ้าบ่าวเ้าสาวนั้น แยกขึ้นห้องนอนไปก่อนแล้ว จึงได้ขอตัวกลับคอนโดมิเนียมของตนบ้าง
“อ้าว! ฝนจะไปนอนที่ไหน แม่นึกว่าฝนจะนอนที่นี่เสียอีก”
“ฝนไปซื้อคอนโดฯ ใกล้ ๆ ที่ทำงานเอาไว้ค่ะแม่ พรุ่งนี้ฝนเริ่มงานวันแรกด้วย ยังไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเลยค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้จัดห้องเลยด้วยขอเวลาให้ฝนไปเคลียร์ของสักนิดนะคะ”
“เราก็เป็อย่างนี้ตลอดเลย ชอบทำอะไรแบบฉุกละหุก ถ้ารู้ว่าเวลามันจะบีบขนาดนี้จะไปเที่ยวทำไมก็ไม่รู้...” คุณไอรดาฟังลูกสาวแล้วก็อ่อนอกอ่อนใจ รู้สึกเหนื่อยแทน แต่ก็อดที่จะบ่นไม่ได้ เดือดร้อนผู้เป็สามีต้องมาแตะเบรกให้เป็ครั้งที่สองของวัน
“ไม่เอาน่าคุณ ยิ้มไว้นะคนสวยของผม ยายฝนจะไปทำอะไรก็ปล่อยไปเถอะ ลูกโตแล้ว ปล่อยเขาบริหารจัดการเื่ของเขาเอง ผมว่าเราขึ้นไปพักของเราบ้างดีกว่า”
ไอฝนยิ้มร่า หอมแก้มพ่อแม่ของตนไปคนละฟอด
“งั้นฝนกลับเลยนะคะ สวีตดรีมค่ะคุณพ่อคุณแม่”
“แล้วเราจะไปยังไงยายฝน” คุณไอรดายังไม่วายเป็ห่วง
“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ ฝนเรียกรถไว้ ป่านนี้มารออยู่หน้าบ้านแล้วค่ะ” พูดจบก็มองออกไปหน้าบ้าน นำพาสายตาของผู้ใหญ่อีกสองคนให้มองตามไปด้วย ซึ่งก็พบว่ามีรถแท็กซี่มาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านแล้วจริง ๆ
“เดินทางปลอดภัยลูก ถึงคอนโดฯ แล้วโทรหาแม่ด้วยนะ”
“ค่ะแม่”
รถแท็กซี่เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ไอฝนลงจากรถมาพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่บรรจุสัมภาระการเดินทางของเธอเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเธอเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ใน่บ่าย ก็ตรงไปที่ร้านดาหวันฟลาวเออร์ทันที สัมภาระต่าง ๆ จึงติดตัวเธอไปจนกระทั่งเพิ่งจะกลับมาถึงที่พักเอาในเวลานี้
“สวัสดีค่ะคุณฝน ไปเที่ยวมาสนุกมั้ยคะ?” เสียงจากรัชนก พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ เอ่ยทักไอฝนอย่างเป็กันเอง
“สวัสดีค่ะคุณนก สนุกมากเลยค่ะ” ไอฝนเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบผ้าคาดผมลายผ้าของชาวเขายื่นส่งให้ประชาสัมพันธ์สาว
“นี่...ของฝากค่ะ”
“อุ๊ย…ขอบคุณค่ะคุณฝน สวยแล้วยังใจดีอีกนะคะเนี่ย” รัชนกรับผ้าคาดผมมาด้วยใบหน้ายิ้มปลื้มปริ่ม
“หึหึ...” ไอฝนยิ้มรับคำชม ก่อนเอ่ยถามคนตรงหน้า “ว่าแต่คุณนกทำล่วงเวลาเหรอ ดึกแล้วทำไมถึงยังไม่กลับบ้านอีกคะ?”
“ตอนนี้นกเข้ากะดึกแล้วค่ะ ที่นี่สองอาทิตย์จะเปลี่ยนกะกันทีนึง ถ้าคุณฝนมีอะไรให้นกช่วย บอกได้เลยนะคะ” ประชาสัมพันธ์สาวเอ่ยตอบ ขณะที่มือก็ลองใช้ของฝากจากเชียงใหม่ไปด้วย
ไอฝนปล่อยให้ประชาสัมพันธ์สาวปรับใช้ที่คาดผมอันใหม่ไปตามสะดวก ส่วนตัวเธอนั้นแบกกระเป๋าเป้เข้าลิฟต์ขึ้นห้อง ห้องของเธออยู่ชั้นสามสิบเก้า ออกจากลิฟต์เลี้ยวขวา อยู่ติดกับห้องริมสุด เธอไม่รู้ว่าเพื่อนข้างห้องของเธอนั้นจะเป็ใครกันบ้าง เพราะเธอก็ไม่คิดว่าจะต้องพบปะกันจนเกิดเป็ความสัมพันธ์อะไรมากมาย ในสังคมเช่นนี้ การได้เห็นแต่หน้าประตูห้องคงเป็เื่ปกติ พบคนมากก็เื่มากตามไปด้วย ในชีวิตการทำงานเธอต้องพูดมากพอแล้ว เมื่อได้กลับเข้าที่พัก เธอก็อยากได้ความเงียบสงบ และสามารถใช้ชีวิตส่วนตัวได้เต็มที่
แต่วันนี้เธอต้องเริ่มด้วยการจัดเก็บข้าวของ จัดห้องให้ลงตัวตามที่เธอ้าเสียก่อน เพราะก่อนที่เธอจะออกเดินทางนั้น เธอแค่นำกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามาไว้ในห้อง และมันยังคงอยู่กลางห้องไม่ขยับไปไหน
ห้องที่ไอฝนซื้อต่อมาจากแม่ของเพื่อนนั้นเป็ห้องชุด มีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องน้ำสองประตู เปิดเข้าได้จากฝั่งห้องนอนและฝั่งโถงกลางห้อง มีมุมครัวเล็ก ๆ ให้ทำอาหารได้ และมีระเบียงด้านหลังให้ออกไปรับลมเย็น ๆ และดูวิวฟ้าครามและยอดตึกสวย ๆ ได้ ห้องไม่เล็กไม่ใหญ่ สำหรับเธออยู่ได้สบาย ๆ ไม่เรียกว่าอึดอัด
ไอฝนเข้ามาในห้อง ล้างหน้าล้างตาและนั่งพักเปิดเพลงฟังให้รู้สึกผ่อนคลายได้ครู่หนึ่ง เธอก็เริ่มจัดการงานตรงหน้าของเธอ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องบางส่วนเป็แบบบิลต์อิน ซึ่งเธอไปปรับเปลี่ยนไม่ได้นอกจากตกแต่ง แต่บางส่วนที่ย้ายได้ เธอก็ตั้งใจจะย้ายมันไปอยู่ในตำแหน่งที่เธอ้า และการเคลื่อนย้ายสิ่งของภายในห้องของเธอก็เป็เื่ธรรมดาที่จะทำให้เกิดเสียงบ้าง แต่อาจจะไม่ธรรมดาตรง่เวลาเกือบจะเที่ยงคืนนี่แหละ
ติ๊งต่อง... เสียงกริ่งหน้าประตูห้อง ทำให้สาวร่างเล็กที่ร่างกายชื้นไปด้วยเหงื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลาที่หน้าจอ…จะเที่ยงคืนแล้ว! ใครกันมาเคาะประตู?
เสียงเคาะประตูหายไป ไอฝนเดินมาส่องที่ช่องตาแมว ก็ไม่พบใครยืนอยู่หน้าประตู เปิดออกไปดู ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาคน ทว่ากลับมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ วางอยู่ที่พื้นห้อง สันนิษฐานว่าคนที่เคาะประตูนั่นแหละ ที่เป็คนสอดเอาไว้
ไอฝนหยิบกระดาษแผ่นเล็กนั้นขึ้นมาอ่าน 'ช่วยเบาเสียงหน่อยครับ คุณทำเสียงรบกวนคนอื่นในยามวิกาล”
ใบหน้าสวยหันมองซ้ายมองขวา พยายามจะดูให้แน่ใจว่าเ้าของกระดาษแผ่นนี้ยังอยู่หรือไม่ หรือว่ามีประตูห้องไหน ที่ยังปิดไม่สนิทอยู่หรือเปล่า แต่ก็พบเพียงบานประตูปิดสนิทเหมือนกันทุกห้อง ไม่ว่าจะห้องซ้ายหรือห้องขวา
“ห้องไหนล่ะเนี่ย ขอโทษละกันนะ” เสียงพึมพำส่งออกไป เหมือนจะฝากอากาศให้พาคำพูดของเธอลอยไปให้ถึงเ้าของกระดาษแผ่นนี้
แต่จะทำอย่างไรได้ เวลาเธอมีอยู่น้อย พรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มทำงานแล้ว ไม่มีเวลามาจัด่กลางวันอยู่ดี เอาเป็ว่าเธอจะพยายามทำให้เกิดเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกันนะ
“อื๊อออ...อื๊อออ...โอ๊ย...เฮ้อ...” ปนมากับเสียงตึงตังของการขยับเคลื่อนของเฟอร์นิเจอร์ในยามวิกาล ที่เล็ดลอดมาเข้าโสตประสาทของชายหนุ่มที่อยู่ในห้องริมสุด...คิดไปในทางลบทันที
“ซาดิสต์กันขนาดนี้ ่ล่างไม่พังหมดแล้วหรือไง” ชายหนุ่มเปรยออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด สมาธิที่พยายามจะตั้งมั่นให้แน่วแน่กับสิ่งที่ทำอยู่สูญสิ้นเป็ครั้งที่สอง
เขาเดินออกมาจากห้องอีกครั้งพร้อมกับกระดาษโน้ตใบเล็ก และเสียงคำรามในใจ…เตือนครั้งที่สอง
กระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดไม่ต่างอะไรจากใบแรก จนคนที่กำลังพยายามแกะลายแทง เอ้ย! ลายมือ อยากจะส่งคนเขียนไปฝึกคัดลายมือใหม่เสียจริง ไอฝนพยายามจะแกะลายมือที่ปรากฏอยู่บนกระดาษที่มีคนนำมาสอดไว้ใต้ประตูห้องเธอ
“ฮาร์ดคอร์กันขนาดนี้ ระวัง่ล่างจะพังหมดนะครับ”
ไอฝนอ่านข้อความแล้วอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่มือเล็กจะขยำกระดาษในมือจนแทบจะแหลกเหลว ใบหน้าสวยที่แสดงความรู้สึกผิดออกมาเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็เครียดขรึมด้วยความกรุ่นโกรธ
“หือ...ไอ้ปากเสีย จิตต่ำ ความคิดสกปรก อย่าให้รู้นะว่าเป็ใคร แม่จะจัดให้แบบฮาร์ดคอร์จริง ๆ เลย”