บทที่ 2
เริ่มต้น (2)
เด็กชายในชุดสีฟ้าครามเอ่ยเสียงดังก้องจนบุรุษ 3 คนที่อยู่ในศาลาลุกเดินออกมา หยวนิเหม่ยจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือพี่รองจากบ้านใหญ่ของนาง
“เกิดอันใดขึ้น”
หยวนเจิ้งเหยียนในฐานะผู้ที่เป็หลานเ้าของบ้านและาุโที่สุดในบรรดาสามคนเอ่ยถามขึ้นเสียงเข้ม สายตาคมมองสองพี่น้องจากบ้านสามด้วยแววตาตำหนิ หยวนิเหม่ยยังคงวางท่าเด็กสาวไม่รู้ความ ดวงตาใสกระจ่างจดจ้องไปยังพี่ชายร่วมตระกูล
“พี่รองข้าเพียงอยากเล่นกับคุณชายทั้งหลานจึงเอ่ยขอให้คุณชายหูคลานให้ข้าขี่หลัง”
คลานให้ขี่หลัง
คล้ายคำนี้จะสะกดทุกคนโดยรอบให้จดจ้องมาที่นาง แม้แต่บุรุษในชุดสีขาวที่นั่งนิ่งในศาลาก็ยังวางจอกชาในมือแล้วหันมาสนใจเื่ราวของเด็กๆ
“ิเหม่ย เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้”
“ขออภัยพี่รองข้าไม่รู้ว่าการให้ผู้อื่นคลานแล้วขึ้นขี่หลังเขาเป็การเสียมารยาทและไม่ควรกระทำ”
รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าบุรุษในศาลาดูแล้วคุณชายน้อยจอมซนแห่งสกุลหูคงเจอคู่ปรับเสียแล้ว หยวนิเหม่ยก้มหน้าลงสายตาเศร้ามองท่าทางคล้ายกำลังสำนึกผิด หยวนเจียเย่มองพี่สาวของตนอย่างสงสารก่อนทรุดลงคุกเข่าเพื่อขอโทษให้นาง แต่ไม่ทันที่เขาจะย่อตัวลงมือบางของนางพลันฉุดรั้งแขนเขาเอาไว้เสียก่อน หยวนเจียเย่มองพี่สาวผู้บอบบางของตนด้วยความสงสัย
“เช่นนั้นคุณชายหูซีหยุน เหตุใดเ้าจึงเสียมารยาทต่อน้องชายของข้า”
คล้ายทุกสิ่งรอบตัวหยุดหมุนกะทันหัน หยวนิเหม่ยนั้นเอ่ยด้วยวาจานิ่งเรียบแต่กลับบาดลึกเข้าไปในใจสองพี่น้องสกุลหู
“เ้า...”
“เมื่อครู่ข้าเห็นเ้าให้น้องชายของข้าคลานแล้วขี่หลังเขา เ้าไม่รู้หรือว่านี่เป็การเสียมารยาทและไม่ควรกระทำ”
หูซีหยุนขบกรามแน่นชี้หน้าเด็กสาวตรงหน้า เอ่ยชื่อนางน้ำเสียงติดขัด หยวนิเหม่ยแสร้งตีหน้าสงสัยไม่เข้าใจการกระทำของเขา
“เ้าเองก็ไม่ได้ป่วยเช่นข้า เช่นนั้นก็คงเป็เช่นที่คุณชายผู้นี้บอกว่า เ้าโง่ เสียมากกว่าใช่หรือไม่”
เด็กชายในชุดสีฟ้าครามพลันเหงื่อตกเมื่อถูกพาดพิง อีกทั้งหูซีหยุนยังจ้องมาที่เขาด้วยแววตาอาฆาตราวถูกเขาเอ่ยด่าเองเสียอย่างนั้น
“ิเหม่ย อย่าเสียมารยาท”
“ขออภัยเ้าค่ะพี่รอง แต่ท่านเป็พี่ชายข้าอีกทั้งตอนนี้ข้าก็ป่วยไข้ไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวนัก เช่นนั้นพี่ที่อยู่ที่นี่และเห็นเหตุการณ์ตลอดท่านช่วยอธิบายให้ข้าฟังทีได้หรือไม่”
หยวนเจิ้งเหยียนรู้สึกว่าใบหน้าของเขาชาไปหมด หากมิใช่หมอชางกล่าวว่าน้องสาวเขาผู้นี้ความจำเสื่อมคำพูดเช่นนี้ของนางเขาคงคิดว่านางกำลังตำหนิที่เขาไม่ปกป้องน้องชายของนาง และปล่อยให้ผู้อื่นกระทำการเสียมารยาทเป็แน่
ในขณะที่ทุกคนกำลังตรึงเครียดกับสถานการณ์ตรงหน้าเสียงถอนลมหายใจอย่างอารมณ์ดีพลันดังขึ้นจากด้านในศาลา เรียกสายตาและความสนใจของทุกคนไปที่เขาในทันที
“เด็กผู้ชายเล่นกันอาจมีเกินเลยไปบ้าง หยุนเซียงเ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่...”
บุรุษในชุดสีเขียวเนื้อดีเช่นเดียวกับหูซีหยุนเพียงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบทรงอำนาจ
“ซีหยุนขอโทษคุณชายสี่แล้วกลับไปรับโทษที่จวน”
“พี่ใหญ่!!”
แม้อยากเอ่ยคำคัดค้าน หากแต่เมื่อเห็นสายตาดุดันของผู้เป็พี่ชาย เด็กน้อยตรงหน้าจึงทำได้เพียงกลั้นใจเอ่ยขอโทษเสียงเบาในลำคอ
หยวนิเหม่ยมิได้เอ่ยต่อให้ยืนยาวเพียงแสร้งไอสองสามทีแล้วเอ่ยให้น้องชายของตนประคองตนเองกลับเรือนเท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่าสายคู่หนึ่งทอดมองออกมาจากศาลาจดจ้องมองนางจนลับตา
ิเหม่ย…ช่างงดงามและมีสติปัญญา
..............................................................................................................................................................................................