าุโตงเจ๋อ หลงชิงเอ๋อ และลี้เฟยเดินทางเข้ามาถึงในตอนเช้าตรู่ที่ป่าอสูรด้านใน บริเวณใกล้แม่น้ำที่ไหลแรง เสียงน้ำดังกระทบฝั่ง กระทบหินดังสนั่น
พวกเ้ายังไม่เคยเข้ามาที่จุดนี้ เพราะที่นี่เป็ดินแดนต้องห้ามของสำนัก และยังมียันต์อักขระกำกับไว้ ป้องกันบุคคลลักลอบเข้ามาอีกด้วย พวกเ้าบอกข้าสิ ในแถบนี้ มีธาตุอากาศเป็อย่างไรบ้าง ลี้เฟยและหลงชิงเอ๋อ ต่างตอบและชี้จุดได้แม่นยำ
"แล้วธาตุลมละ" าุโตงเจ๋อถาม หลงชิงเอ๋อและลี้เฟยสลับกันตอบได้เช่นกันว่ามีที่ใดบ้าง
"แล้วธาตุอากาศบริเวณยอดเขานั่นละ มันเคลื่อนที่ไปทางไหนกัน" าุโตงเจ๋อ ถามรุกต่อไปที่ หลงชิงเอ๋อ และลี้เฟยสลับกันไปมา
าุโตงเจ๋อ สอบถามและทดสอบจนเมื่อมั่นใจแล้ว จึงให้ทั้งสอง เหยียบย่างไปยืนบนยอดไม้ และเคลื่อนที่ไปยังยอดไม้อีกด้านของป่า หยานเอ๋อ ใช้กายาดวงดาวเป็ตัวตั้งตนพุ่งตัวขึ้นไปบนบริเวณที่มีธาตุอากาศโดยใช้ััจากกายาดวงดวง และไต่ระดับไปถึงยอดไม้ จากนั้นจึงใช้ััต่อเนื่อง เพื่อะโและทะยานเหยียบไปยังบริเวณที่มีธาตุอากาศหนาแน่น สุดท้ายจึงไปยืนที่ยอดไม้ของอีกมุมหนึ่งของป่า และทะยานกลับมาอย่างรวดเร็ว
"หลงชิงเอ๋อ เ้าทำได้ดีมาก หากแต่เ้าต้องฝึกมากกว่านี้ แต่เ้าทำได้เช่นนี้ ในอดีตไม่มีใครทำได้ดีเท่าเ้า เหมือนกับที่ข้าเคยบอก แต่เ้ายังมีความลังเล ลังเลที่จะห่วงและกลัวอยู่ในใจลึก ๆ ความกล้าได้กล้าเสี่ยงเ้ายังไม่มากพอ ทำให้การเคลื่อนที่ของเ้า หยุดเป็่ ๆ เพราะใจเ้าไม่ต่อเนื่องนั้นเอง"
"รวมถึง การชะงักและกลัวในการตัดสินใจของเ้า ทำให้เจตจำนงไม่เกิด เมื่อใดที่เ้ามุ่งมั่นมากกว่านี้ กล้าได้กล้าเสี่ยง ไม่กลัวเกรง เจตจำนงเ้าจะเกิดขึ้น มันเป็ครึ่งทางระหว่างความเป็และความตาย หากเ้ามุ่งมั่นแบบไม่กลัวตาย เจตจำนงจะเกิด การบรรลุก็จะตามมาเร็วและง่ายขึ้น" าุโตงเจ๋อสอนหยานเอ๋อ พร้อมหันไปหาลี้เฟย เป็การบอกให้ลี้เฟยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
จากนั้นจึงเป็คราวของลี้เฟย ในส่วนของลี้เฟยเริ่มจากการเข้าฌาณสมาธิเพื่อเตรียมใช้จิตมายาไว้มาั้แ่ตอนออกเดินทางมาที่นี้แล้ว เพื่อฝึกความเร็วในการที่จิตตั้งมั่นรวดเร็วและยาวนาน ทำให้จิตตั้งมั่นได้เร็วเข้าระดับที่้าทำให้ในยามนี้ ลี้เฟยไม่ต้องใช้ัลี้ช่วยเื่ความเร็ว แต่ใช้วิธีะโทะยานด้วยัทะยานขึ้นไปยังบริเวณที่มีธาตุอากาศมาก จากนั้นจึงใช้ัลี้ ัทะยานและจิตััทำให้เคลื่อนตัวได้เร็ว ชั่วพริบตาก็ไปถึงปลายฝั่งของป่าอีกด้าน และเตรียมพุ่งทะยานกลับมา จิตตั้งมั่นด้วยฌาณของลี้เฟย ที่บริสุทธิ์และตื่นอย่างมีสติพร้อมพลังัทะยานและัลี้ผสานเป็หนึ่งเดียว
หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในบัดดลคือ ความรู้สึกว่า ตัวตนเองกำลังมีอากาศธาตุมารุมล้อมตนเองได้ และสามารถที่จะดึงพลังธาตุตะวันและลมเข้าสู่ตนเองได้ในขณะเดียวกัน ลี้เฟยทดลองหยุดยืนนิ่งโดยใช้ธาตุอากาศมารองรับที่เท้า ทำให้ยืนได้นิ่งสนิท ไม่ต้องเคลื่อนที่สลับไปมาเหมือนตอนที่ฝึกฝนที่ผ่านมา
เมื่อเห็นดังนั้น ลี้เฟยจึงดึงพลังอากาศธาตุรอบตัวที่ััได้เข้าหาตนเอง พลังธาตุรอบตัวหมุนวิ่งเข้าหาลี้เฟยอย่างรวดเร็วไม่หยุด สายพลังธาตุจากเล็ก ๆ 1 สาย 2 สาย กลายเป็พลังธาตุหลายสาย หลายสี เริ่มโตขึ้น เส้นพลังธาตุใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พลังสีก็เริ่มเข้มข้นขึ้น พลังเหล่านี้ พุ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านิั เกล็ดัตามิัเหมือนจะแตกเป็เกล็ดละเอียดเล็ก ๆ และสร้างขึ้นใหม่ พลังธาตุยังคงพุ่งเข้าสู่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นปราณมุ่งต่อเข้าไปที่จุดตันเถียนและจุดจักระัภายในร่าง พลังธรรมชาติที่หนาแน่นเหล่านี้พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งเข้าไปที่ตัวลี้เฟย
ลี้เฟยััได้ถึงพลังที่เข้าไปเสริมที่ในร่างกายทุกส่วน เกล็ดัเติบโต แข็งแรงขึ้น พร้อมสีทองของเกล็ดที่เข้มขึ้นชัดเจน ลี้เฟยััได้ว่า ทุกครั้งที่พลังเข้าไปที่จุดตันเถียนและจุดจักระั จุดจักระัจะเป็จุดที่ใช้เวลานานกว่า และเหมือนจะรับพลังได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดตลอดมา ความแตกต่างของพลังจากจุดสองจุดนี้ มีระดับพลังที่แตกต่างกันมาก แต่เสริมช่วยกันตลอดเวลา
สักพักใหญ่ ลี้เฟยจึงกำหนดจิตและหยุดการดึงพลังธาตุรอบตัว จากนั้นจึงดึงพลังธาตุวายุมาที่ตนเองให้เกิดการเคลื่อนที่ไปยังยอดไม้อีกฝั่งที่าุโและหยานเอ๋อยืนมองดูอยู่ด้วยความตกตะลึง
"เกิดอะไรขึ้นกับเ้าอีกแล้ว ข้าสงสัยจริง ๆ ลี้เฟย เ้าทำอะไร" หลงชิงเอ๋อะโถามออกไปทันทีเมื่อเมื่อลี้เฟยมาใกล้ถึง
"ข้าไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ข้ารู้ว่า ข้าสามารถััธาตุรอบตัวได้ ไม่ใช้ธาตุอากาศ หรือธาตุลมเท่านั้น และข้าสามารถขับเคลื่อนพลังเ่าั้มาหาตัวข้าและเข้าสู่ตัวข้าได้" ลี้เฟยกล่าวสิ่งที่ตนเองทำและััได้ออกไป
"อืม ... ข้าเห็นและััได้ั้แ่เ้าเริ่มดึงปราณธาตุรอบตัวเ้าแล้ว ... เ้ารู้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับเ้าลี้เฟย" าุโตงเจ๋อลูบเคราและมองไปยังลี้เฟยด้วยสายตาเป็ประกาย
ข้าจะบอกพวกเ้าให้ชัดเจน สิ่งที่เ้า ... ลี้เฟยทำได้ เราเรียกกันว่า เจตจำนง อันที่จริงแล้ว มันเป็สิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวตน หากแต่เราจะเข้าถึงได้หรือไม่เท่านั้นเอง หรืออาจจะบอกได้ว่า ความจริงแล้วเจตจำนง มันก็คือ ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า อย่างมีสติ เป็แรงปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงเป็พลังด้านใดสักอย่างที่จะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนให้เราทำได้และบรรลุผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ทว่าในระดับของเจตจำนง ย่อมแตกต่างกันตามระดับความมุ่งมั่นและฐานพลังของตนเองด้วยเช่นกัน ผู้าุโรองเ้าสำนักบอกลี้เฟยและหยานเอ๋อ จากนั้นจึงนำสุราขึ้นมากรอกปากอีกครั้ง
"ใช่แล้ว ... เ้าหนุ่ม เ้าเข้าถึงเจตจำงของการเคลื่อนที่แล้ว... ข้าเองเชื่อในััข้าว่า พวกเ้าจะทำได้ในไม่ช้า แต่ทว่า ข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะทำได้เร็วเช่นนี้ ..." าุโตงเจ๋อพูดยิ้ม ๆ ออกไป