หลินเอ๋อ หญิงสาวชาวบ้านที่แสนจะธรรมดาซึ่งเป็ที่รู้จักดีภายในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ในเื่ความใจดีและรูปโฉมที่งดงามของนาง จึงไม่แปลกหากจะมีชายหนุ่มทั้งในและนอกหมู่บ้านหลงรักนางเข้าอย่างจัง ทว่าหลินเอ๋อก็ไมได้ปันใจให้ชายใดเพราะนางนั้นยังอ่อนต่อโลกยิ่งนัก
วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันที่หลินเอ๋อจะต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำงานของนาง นั้นก็คือการทำหมั่นโถขายที่ตลาดภายในหมู่บ้านให้กับเหล่านักเดินทางจอมยุทธหญิงชาย และผู้ผ่านทางไปมาภายในหมู่บ้าน
“หมั่นโถจ้า หมั่นโถอร่อยๆกำลังร้อนๆเลยจ้า”เสียงหวานๆะโเชิญชวนลูกค้าของหลินเอ๋อกลายเป็จุดสนใจและดึงดูดลูกค้าได้เป็อย่างดี
“หลินเอ๋อ วันนี้ขยันจังเลยนะ”ท่านป้าร้านเต้าหู้ข้างๆกันเอ่ยทักทายตามปกติ
“ท่านป้าเองก็เช่นกัน”ตอบกลับพร้อมเผยรอยยิ้มอันแสนเป็มิตร
วันทั้งวันหลินเอ๋อตั้งหน้าตั้งตาทำหมั่นโถขายให้กับเหล่าลูกค้าที่แวะเวียนมาซื้อกินอย่างไม่ขาดสาย ถึงร้านหมั่นโถของนางจะเป็เพียงร้านเล็กๆก็ตามที และดูเหมือนว่าวันนี้จะมีลูกค้าท่านหนึ่งเกิดสนใจนางเข้า
“ข้าขอซื้อหมั่นโถซักสามลูกสิ”เสียงของจอมยุทธหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น หลินเอ๋อเงยหน้ามองก็พบเข้ากับจอมยุทธหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ดูมีสง่าผ่าเผย
“รอซักครู่นะ เดี๋ยวข้าหยิบให้”ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเปิดฝาหม้อนึ่งเพื่อหยิบหมั่นโถ
“เ้าขายหมั่นโถที่นี่ทุกวันเลยเหรอแม่นาง”จอมยุทธหนุ่มเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว ข้าขายที่นี่ทุกวัน หากท่านติดใจล่ะก็ครั้งหน้าเชิญมาซื้อได้อีกนะ”ตอบกลับและยิ้มให้อีกหนก่อนจะส่งห่อหมั่นโถให้กับลูกค้า
“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะแวะมาอีกก็แล้วกัน”พูดจบก็เดินจากไป หลินเอ๋อไม่ได้ติดใจในคำพูดอะไรนางหันกลับมาทำงานของนางต่อ แต่ไม่ไกลจากร้านของนางนักจอมยุทธหนุ่มที่เหมือนจะจากไปกำลังแอบมองนางอยู่
‘นางช่างงดงามยิ่งนัก’
เสียงภายในหัวของจอมยุทธหนุ่มดังขึ้น เขาตั้งใจที่จะกลับมายังร้านหมั่นโถของหญิงสาวที่เขาได้พบพานอีกหนและในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องพิชิตใจของนางให้จงได้
หลังจากทำงานหนักมาทั้งวันและพึ่งจะเก็บร้านเสร็จเป็ที่เรียบร้อย หลินเอ๋อเดินทางกลับมายังบ้านของตนด้วยอาการอ่อนแรง ก่อนจะจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางนางจึงได้เดินออกมานั่งรับลมเย็นๆที่ระเบียงนอกบ้าน แววตาของนางจ้องมองไปยังท้องฟ้าในขณะที่วันนี้ไร้ซึ่งเมฆบดบังทำให้เห็นแสงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด
“งดงามจัง”เอ่ยชมดวงดาวได้ครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมามองของในมือของตน มันคือเสื้อทำงานของนางที่ขาดและนางกำลังจะเย็บซ่อมแซมมัน
ด้วยเพราะอยู่เพียงคนเดียวไร้ซึ่งพ่อแม่หรือญาติพี่น้องหลินเอ๋อจึงต้องพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด จะได้รับความช่วยเหลือบ้างก็ต่อเมื่อนางเห็นว่ารับมือไม่ไหวจริงๆจึงจะไปขอความช่วยจากเพื่อนบ้าน
วันรุ่งขึ้น
หลินเอ๋อมาเปิดร้านหมั่นโถตามเวลาเดิมแต่ครานี้ดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าท่านหนึ่งมาถึงร้านหมั่นโถก่อนนางเสียอีก นั้นก็คือจอมยุทธหนุ่มผู้นั้นที่ตั้งมั่นจะมาพิชิตใจหลินเอ๋อนั้นเอง
“ให้ข้าช่วยไหม?”เอ่ยถามพร้อมทำท่าจะเข้ามาช่วย
“ไม่เป็ไร ข้าทำเช่นนี้มาตลอด”ตอบปฏิเสธพร้อมยิ้มให้อย่างเป็มิตรยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของบุรุษหนุ่มฟูฟ่องเข้าไปอีก
“สามีเ้าไปไหนใยไม่มาช่วยเ้าทำงานล่ะ”ไม่รอช้าจอมยุทธหนุ่มเริ่มทำในสิ่งที่ตนตั้งมั่นไว้ทันที หลินเอ๋อเมื่อได้ยินคำถามก็ต้องเงยหน้ามอง
“ข้ายังไม่ได้แต่งงานเลยยังไม่มีสามี”
“เช่นนั้นตอนนี้เ้าก็ยังไม่ได้ขึ้นเรือนหอสินะ”ความรู้สึกถึงจะช้าแต่ก็พอเดาทางได้ เหมือนที่นางเจอมาตลอดกับการเข้าหาจากชายหนุ่มากหน้าหลายตาที่พยายามเกี้ยวนาง
“หากท่านจอมยุทธ้าหมั่นโถข้ายินดีที่จะช่วย แต่หากไม่ข้าคงต้องขอรบกวนท่านช่วยหลีกทางให้กับลูกค้าคนอื่นๆที่จะมาซื้อหมั่นโถของข้าด้วย”หลินเอ๋อกล่าว
“เ้าไล่ข้าหรือไงกัน?”
“ข้าเปล่านะ”หลินเอ่อรีบตอบปฏิเสธในทันทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด นางเพียง้าตัดบทสนทนาที่มันอาจเกินเลยไป ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรเลยเพียง้าลองใจนาง จอมยุทธหนุ่มยิ่งถูกใจหลินเอ๋อเข้าไปอีกเพราะเขาไม่เคยเจอสตรีนางใดกล้าหรือคิดจะปฏิเสธตนเลยนั้นก็ด้วยเพราะตำแหน่งที่เขาเป็ ตระกูลที่เขาอยู่ ไหนจะระดับฝีมือรวมถึงหน้าตาที่ตอนนี้ถูกปกปิดด้วยหมวกคลุมผ้าบาง
“เอาแบบนี้ ข้าขอหมั่นโถสองลูกและข้าจะนั่งกินตรงนี้”พูดจบก็นั่งลงที่ข้างโต๊ะซึ่งหลินเอ๋อใช้เป็โต๊ะทำงานของตน ทำเอาสาวเ้าต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านจอมยุทธ ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้”
“ฉางเฟย ข้าชื่อว่าฉางเฟย”แนะนำชื่อของตนก็เพื่อหวังจะให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงตัวตนของเขา ทว่ากลับไร้ซึ่งการตอบสนองอย่างที่ฉางเฟย้า นอกจากจะไม่ใแล้วยังเจอกับอาการมึนงงและสงสัยที่ปรากฏบนใบหน้าอันแสนงดงามของฟลินเอ๋อ ทว่าคนรอบข้างที่ได้ยินชื่อของเขานี้สิต่างพากันใไปหมด
“ข้าชื่อหลินเอ๋อ ทีนี้คุณชายฉางเฟยช่วยลุกจากโต๊ะทำงานของข้าได้หรือไม่ ข้าต้องใช้มันเพื่อปั้นหมั่นโถไว้สำหรับนึ่งขาย”แต่แทนที่จะโกรธฉางเฟยกลับยกยิ้มที่มุมปากของตนอย่างพอใจ จู่ๆเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นยืน
“ก็ได้”
“ขอบคุณ”หลินเอ๋อกล่าวก่อนจะรีบดึงเก้าอี้ไม้ตัวเล็กของตนกลับคืนมา
“ถ้าเช่นนั้น ข้าไม่รบกวนเ้าแล้วแม่นางหลินเอ๋อ”พูดจบก็เดินออกจากล้านไปแต่ยังไม่ทันจะพ้นเขาก็หันกลับมา”แล้วเจอกันใหม่นะ”ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะจากไป หลินเอ๋อได้แต่สงสัยว่าอีกฝ่าย้าอะไรจากนาง
“มีอะไรหรือเปล่าแม่นางหลิน”ซัวเถาบุตรของเ้าของร้านอาหารฝั่งตรงข้ามเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้ามาถามไถ่
“ไม่มีอะไรหรอก”
“คนเมื่อกี้ คุณชายฉางเฟยจากตระกูลขุนศึกชื่อดังในเมืองหลวงไม่ใช่หรือไง”
“ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้ถามอะไรเขามากนัก”ซัวเถาพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปทำงานของตน
พลบค่ำ
เป็เวลาปกติที่หลินเอ๋อจะกลับมายังบ้านของตนและเหมือนๆกับทุกวัน นางจัดการกับตัวเองและออกมานั่งชมท้องฟ้ายามค่ำเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ความคิด และร่างกายของนาง
ทว่าคืนนี้แตกต่างออกไป ไม่ไกลจากบ้านของนางร่างดำทมิฬในชุดคลุมกำลังหลบซ่อนตัวโดยอาศัยเงาจากต้นไม้ใหญ่ข้างกาย สายตาจับจ้องไปยังเรือนร่างของแม่นางหลินเอ๋อที่กำลังนั่งรับลมอย่างไม่รู้ตัว
ไม่นานนักแม่นางน้อยก็พาตัวเองกลับเข้าไปในบ้าน ดับไฟและเข้านอนตามเวลาที่คุ้นเคย สายลมที่โบกพัดเข้ามาภายในห้องนอนผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เพื่อรับลม หลินเอ๋อหลับไปด้วยอาการเหนื่อยและอ่อนแรง
ไม่ถึงอึดใจเงาดำตะคุ้มก็ปรากฏที่หน้าต่างห้องนอนของนาง ร่างของบุคคลปริศนาค่อยๆย่างก้าวเข้าหาร่างบางที่นอนนิ่งหายใจสม่ำเสมอแสดงถึงการหลับลึกไม่รู้ตัว
พรึบบ…
บุคคลปริศนาค่อยๆคลานขึ้นเตียงนอนของหลินเอ๋อและเมื่อรู้ตัวอีกทีร่างใหญ่นั้นก็บดบังร่างของหลินเอ๋อไปแล้วจนมิด ระยะห่างเพียงฝ่ามือ ชายหนุ่มค่อยๆก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมจากเรือนร่างของหญิงสาว ทว่ายังไม่ทันจะได้ชื่นใจจู่ๆหลินเอ๋อก็สะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกร้อนเพราะถูกบังลมเอาไว้
“เ้าเป็ใคร อุ๊บบ!!”ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงถามฝ่ามือหนาก็ถูกเคลื่อนมาปิดปากของนางอย่างแน่นพร้อมกับเสียงลมจากริมฝีปาก
ชูวว.....
“อย่าเสียงดังสิ...”เสียงนี่มัน คุณชายฉางเฟย! เมื่อรู้แบบนั้นหลินเอ๋อเริ่มดิ้นหนีเพื่อเอาตัวรอดทว่าก็ถูกร่างที่ใหญ๋กว่าล็อคนางเอาไว้กับเตียง”ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเ้าหรอก”
“อื้ออ!.. อื้อ!!..”หลินเอ๋อพยายามพูดแต่เพราะถูกปิดปากเอาไว้เสียงที่ออกมาจึงฟังไม่ได้ศัพท์ซักคำ
“ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะไม่ทำให้เ้าต้องเจ็บ.. ไม่สิ.. ครั้งแรกเ้าอาจจะเจ็บหน่อยแต่ว่าข้าจะพยายามเบากายให้มากที่สุด”หลินเอ๋อไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรแต่นางรับรู้ได้ถึงััที่อยู่บนตัวนาง เป็อย่างที่นางคิดจริงๆ
“อื้ออ!!... ได้โปรด ปล่อยข้าไปเถอะอย่าทำอะไรข้าเลย”พยายามจนในที่สุดก็หลุดจากการปิดปากและไม่รอช้า หลินเอ๋อขอร้องและอ้อนวอนทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองของนาง
“ข้าบอกแล้วไง ว่าจะไม่ทำให้เ้าเจ็บ”
“ไม่นะ อย่าทำ อื้ออ!!...”