บทที่ 17 เล่าเจี้ยงผู้ขลาดกลัว
ไทสูจู้มีท่าทางอึ้ง คิ้วเข้มผูกกันแน่น แสดงท่าทางเคร่งเครียดออกมา
แย่แล้ว แม้แต่ไทสูจู้ยังเครียดเช่นนี้ ครานี้คงอันตรายจริง ๆ!
เดิมทีเล่าเจี้ยงขี้ขลาดอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะไทสูจู้อยู่ด้วยเขาคงหนีไปนานแล้ว
ในระหว่างที่เขาคิดสะเปะสะปะอยู่นั้น เสียงของไทสูจู้ก็ดังขึ้นข้างหู
“คุณชาย เสือคืออะไรรึ?”
“?”
เล่าเจี้ยงเบิกตากว้างจ้องมองไทสูจู้ ในใจก็อดแขวะไม่ได้
ที่เครียดนี่ เ้าก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรนี่เอง ทำให้ข้ากังวลแย่เลย!
ท่าทางของเล่าเจี้ยงทำให้ไทสูจู้เก้อเขินเป็อย่างมาก เลยทำได้เพียงกระแอมไอเบาๆ
“อะแฮ่ม คุณชาย”
“ฮะ? โอ้!”
“เสือ หรือเรียกอีกอย่างว่าพยัคฆ์”
ไทสูจู้พยักหน้าเป็อันเข้าใจ
“อ๋อ! แบบนี้นี่เอง!”
“ข้าได้แต่เคยได้ยิน แต่กลับไม่เคยเจอมาก่อน”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองเขาอย่างอารมณ์เสีย สัตว์ดุร้ายเช่นนี้จะพบที่ไหนก็ได้ได้อย่างไร!
“สัตว์ชนิดนี้เอาแต่นอนมิได้ อีกทั้งยังมักจะกินคนด้วย”
สมองเล่าเจี้ยงพลันร้อนฉ่า ก่อนถามไทสูจู้
“จืออี้กล้าปัดเป่าความชั่วร้ายกับข้าหรือไม่!”
หากเป็เล่าเจี้ยงเองคงไม่กล้าอวดเก่งเช่นนี้แน่นอน
ยามนี้มีไทสูจู้อยู่ข้างกาย ทั้งยังเป็เทพเื่ธนู อย่างน้อยก็ยังปลอดภัย
เล่าเจี้ยงที่มาเกิดใหม่ กลับไม่เคยฆ่าอะไรมาก่อน จึงอยากใช้โอกาสนี้ทดสอบดู
คนที่ฆ่าเสือตัวคนเดียวด้วยมือเปล่าก็เคยมีจดบันทึกไว้อยู่!
“ยินดีติดตามคุณชายไปจนถึงโลกหน้า!”
ไทสูจู้ไม่มีหวาดกลัว ตอบตกลงทันที
แม้เล่าเจี้ยงไม่พูด ด้วยนิสัยของอีกฝ่ายก็ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง
ยามนี้ม้าใแย่แล้ว หากเห็นเสือขึ้นมา ไม่รับรองว่าจะเกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นบ้าง
ทั้งสองทำได้เพียงผูกม้าไว้ แล้วเดินเข้าไป
จากระยะทางที่ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เสียงก็ค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น
เล่าเจี้ยงกำดาบยาวในมือไว้มั่น ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ไทสูจู้เองก็มีสีหน้าแข็งทื่อ ถึงอย่างไรก็ไม่เคยเห็นสัตว์ร้ายนี้มาก่อน
ในที่สุด ทั้งสองก็เห็นเสือร้ายที่อยู่ไม่ไกลนัก
เสือตัวนี้มีรูปร่างสูงเก้าฉื่อกว่า ทั่วร่างเต็มไปด้วยลายสีดำสลับเหลือง กระดูกและอวัยวะดูแข็งแรงอย่างมาก
บนหน้าผากใหญ่มีลายคำว่าหวัง (王) ซึ่งแปลว่าาาปรากฏชัดเจน
ดวงตาสองข้างทอประกายมรกต ปากใหญ่กว้าง เผยฟันแหลมคมออกมา
“กรร! กรร! กรร!”
เล่าเจี้ยงมองเสือที่อยู่ระยะใกล้มาก พลันความรู้สึกกลัวขึ้นมา
รู้สึกเพียงว่าร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ ขาก็ไม่ฟังคำสั่ง ทำได้แค่ยืนสั่นเทาอยู่ที่เดิม มิอาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่ครึ่งก้าว
ไทสูจู้เห็นเล่าเจี้ยงหวาดกลัวเช่นนี้ ก็วางมือไว้บนไหล่เขา และเอ่ยปลอบใจเสียงเบา
“คุณชายผ่อนคลายเสีย ท่านมีข้าอยู่ ข้าไม่ปล่อยให้คุณชายได้รับาเ็แน่นอน!”
หนุ่มน้อยลอบตำหนิตัวเองที่อ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่คิดเลยว่าจะใกลัวจนมีสภาพเช่นนี้
ขายหน้าชะมัด!
เล่าเจี้ยงอดหน้าแดงก่ำไม่ได้
เขากัดลิ้นอย่างแรง ส่งความเ็ปไปกระตุ้นสมอง ให้ร่างกายฟื้นคืนการเคลื่อนไหวได้ดังเดิม
เล่าเจี้ยงเอาแต่กวาดสายตามองเสือไม่หยุด สุดท้ายแววตาก็หยุดอยู่ตรงส่วนท้องของเสือร้าย
ท้องของเสือตัวนี้มีเืไหลไม่หยุด และบริเวณแผลยังมีอาวุธหนึ่งปักอยู่ด้วย
มิน่าละถึงได้คำรามตลอด ที่แท้ก็าเ็นี่เอง
“จืออี้ เสือตัวนี้กำลังาเ็อยู่ ใช้ธนูยิงมันได้”
“ขอรับ”
ไทสูจู้ปักหอกยาวไว้บนพื้น แล้วหยิบธนูอย่างระมัดระวัง
สูดหายใจเข้าลึก คันธนูที่แข็งแกร่งดุจหินถูกง้างเต็มที่ในชั่วพริบตา
จากนั้นได้ยินเพียงเสียงฟึบ ลูกธนูได้ทะลุผ่านท้องของเสือตัวนั้น
“จืออี้ เทพเกาทัณฑ์!”
เล่าเจี้ยงะโเสียงดังอย่างตื่นเต้น!
เห็นสายธนูที่อยู่ในมือของไทสูจู้ยังสั่นเล็กน้อยอยู่ เล่าเจี้ยงก็แอบเลื่อมใสในตัวเอง
นี่แหละคือธนูแข็งแกร่งดุจหินอย่างแท้จริง ด้วยกำลังแขนของเล่าเจี้ยง ไม่มีทางง้างสายได้เลย
ทั้งสองคนมองสำรวจอีกครั้ง เห็นเสือลุกไม่ขึ้นแล้ว จึงเดินเข้าไป
“ง้าวสั้นนี้แทงลึกเข้าไปในท้อง น่าจะมีคนต่อสู้กับมันมาก่อนแล้ว”
เล่าเจี้ยงมองตามที่ไทสูจู้ชี้ มีรอยอาวุธง้าวสั้นอยู่หนึ่งรอยจริง ๆ
อาวุธชิ้นนี้รู้สึกเหมือนคุ้นเคย หรือว่า…
ตอนที่เล่าเจี้ยงกำลังเหม่อลอย เสียงะโของไทสูจู้ก็ดังขึ้นมา
“คุณชาย รีบฆ่ามันเร็ว วันหน้าจะได้ไม่หวาดกลัวอีกแล้ว”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าให้ไทสูจู้ ก่อนยกดาบยาวในมือขึ้น
เสือร้ายที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ใช้ดวงตาสีมรกตจ้องเขาเขม็ง เล่าเจี้ยงก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง
“คุณชาย รีบลงมือเร็ว!”
ไทสูจู้เห็นเล่าเจี้ยงใกลัว จึงรีบะโเสียงดัง
ข้าช่างอ่อนแอไร้ประโยชน์จริง ๆ แม้แต่เสือร้ายที่ใกล้จะตายก็ยังไม่กล้าฆ่า ภายภาคหน้าจะนำทัพตะลุยโจมตีข้าศึกได้อย่างไร?
เล่าเจี้ยงหลับตากัดฟันแน่น ดาบยาวแทงลงไปอย่างดุดัน แทงทะลุเข้าหัวใจเสือร้ายโดยตรง!
เสือร้ายคำรามออกมา จากนั้นหายใจแรงสองสามครั้งก็แน่นิ่งไป ไม่เคลื่อนไหวอีก
เล่าเจี้ยงรู้สึกเหมือนถูกดูดเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีออกไป ได้แต่นั่งล้มพับอยู่กับพื้น และหอบหายใจอย่างหนัก
“คุณชาย ทำได้ดีมาก!”
ไทสูจู้พยุงเล่าเจี้ยงที่ล้มพับนั่งลงกับพื้นขึ้นมา แล้วเอ่ยชม
เมื่อเห็นเสือที่ตัวเองฆ่าตาย เล่าเจี้ยงยังคงมีความสั่นกลัวอยู่
เขาผู้กลับชาติมาเกิดยังไม่เคยฆ่าอะไรเลย ชาติก่อนแม้แต่ฆ่าไก่เขายังไม่กล้าเลย!
สำหรับคนหนุ่มแห่งศตวรรษที่ 21 การฆ่านั้นน่าหวาดกลัวจริง ๆ อีกทั้งการเจอเสือดุร้ายนี้ก็ยากเสียด้วย!
เล่าเจี้ยงสูดหายใจเข้าลึกสองสามครั้ง สงบความรู้สึกตื่นเต้นลง และใช้มือปัดฝุ่นบนตัวออก
“เมื่อครู่ขอบคุณจืออี้มาก!”
ไทสูจู้ส่ายหน้า ไม่พูดอะไร ความสนใจเขาจมอยู่กับง้าวสั้นเล่มนั้น
“จืออี้รู้จักสิ่งนี้หรือ?”
เล่าเจี้ยงมองตามสายตาของไทสูจู้ คิดว่าเขารู้จักของชิ้นนี้
“ไม่เคยรู้จักมาก่อน เพียงแต่กำลังกับวิธีการง้างสิ่งนี้ต้องเหนือชั้นมาก!”
ไทสูจู้ส่ายหน้า และเอ่ยอย่างเคารพเลื่อมใสมาก
“แม้ข้าจะง้างธนูแข็งดุจหินได้ แต่กลับไม่มีความสามารถเช่นนี้”
เช่นนั้นต้องเป็คนผู้นี้แล้ว เล่าเจี้ยงรู้สึกปีติยินดีเล็กน้อย
แต่กระนั้นก็กังวลขึ้นมา เสืออยู่ตรงนี้ แล้วคนอยู่ไหนล่ะ? คงไม่ไปอยู่ในท้องเสือหรอกนะ?
เขากำลังจะถามไทสูจู้ ก็เห็นคนหนึ่งะโออกมาจากด้านข้าง