ตอนที่ 20 ย้ายบ้าน
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ตอนนี้อีฟกำลังเดินลากกระเป๋าอยู่ที่ห้างของเมืองหลังจากกลับไปเที่ยวกับเพื่อนๆ
เธอได้ออกจากองค์กรนักปราบปีศาจแล้ว จึงไม่มีสิทธิ์จะไปพักอาศัยบ้านของนักปราบปีศาจ
แม้จะมีเงินติดตัวอยู่จำนวนมาก แต่จะหาที่พักให้ได้ในเวลาอันสั้นคงไม่ใช่เื่ง่ายนัก
“เอาไงดีน่า” อีฟยืนท้อใจเื่ที่พักในคืนนี้ เธอยังหาที่พักไม่ได้เลย
จะไปอยู่กับจิน่าก็คงไม่ได้ เพราะบ้านของจิน่าก็เป็คนขององค์กร
ในขณะที่กำลังคิดหาทางออกนั้นเอง มีคนสะกิดเธอจากด้านหลัง
ทางด้านแม็กม่ากำลังนอนเล่นอยู่ในห้องของตัวเอง แม่ก็เรียกให้ลงไปด้านล่าง
“แม็กม่า ลงมานี้หน่อยลูก” แม่ะโเรียกแม็กม่าลั่นบ้าน
“มาแล้วครับ” แม็กม่าตอบกลับพร้อมวิ่งลงไปด้านล่าง พ่อกับแม่แต่งตัวเพื่อออกไปด้านนอก
“แต่งตัวไปไหนกันเนี่ย” แม็กม่าถามพ่อกับแม่ที่แต่งตัวพร้อมจะออกไปนอกบ้าน
“พ่อกับแม่จะไปซื้อของ ฝากซื้ออะไรไหม อยู่เฝ้าบ้านดีๆ ละ”
พ่อกับแม่จะไปซื้อของที่ห้างในเมือง
“ไม่มีครับ ไปดีมาดีครับ” แม็กม่าพูดกับพ่อแม่ก่อนจะกลับขึ้นไปบนห้อง
พ่อกับแม่ของแม็กม่ากำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในห้าง จนมาเจอกับอีฟที่กำลังยืนคิดเื่ที่พัก
“นี่หนูจำป้าได้ไหม” แม่ของแม็กม่าสะกิดอีฟจากด้านหลัง ทำให้เธอใและหันมามองทั้งสอง
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่ของแม็กม่า” อีฟกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท
“มีทำอะไรตรงนี้ จะไปเที่ยวต่องั้นเหรอ” แม่ของแม็กม่าถามอีฟตามภาษาของผู้หญิง
“กำลังหาที่พักอยู่นะคะ” อีฟตอบไปตามความจริง
“อ้าว เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” พ่อของแม็กม่าดูใที่เด็กผู้หญิงคนเดียวไม่มีบ้านอยู่
“เื่มันยาวนะคะ ทั้งสองพอจะรู้ที่พักแถวๆ นี้บางหรือเปล่าคะ” อีฟตัดสินใจถามทั้งสองดู
เพราะคิดว่าคนที่อยู่แถวนี้น่าจะรู้ดีที่สุด ซึ่งเธอก็ถามถูกคนมากๆ
พ่อของแม็กม่าเป็นายหน้าเื่บ้าน เขาสามารถหาที่พักให้เธอได้ง่ายๆ
“งานของคุณเลยนี่” แม่ของแม็กม่าพูดกับพ่อ
“ถามถูกคนเลยแม่หนู แต่ตอนนี้ฉันอยู่นอกเวลางานนะ เอาไว้วันหลังดีกว่า
ถ้าไม่รังเกียจตอนนี้ไปอยู่ที่บ้านของพวกเราก่อนก็ได้”
พ่อกับแม่เสนอให้อีฟไปอยู่ด้วยก่อน จนกว่าจะหาบ้านใหม่ให้อีฟได้
ซึ่งในตอนแรกอีฟก็ยังลังเลอยู่ แต่ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว ทำให้เธอไม่มีทางเลือก
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ” อีฟต้องตัดสินในทันที ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปอาจจะหาไม่ได้อีก
ทั้งสองจึงพาอีฟกลับไปที่บ้านด้วย ระหว่างทางก็ถามความสัมพันธ์ของอีฟกับแม็กม่า
“พ่อขอถามตรงๆ เลยนะ หนูเป็อะไรกับเ้าแม็กม่าหรือเปล่า”
พ่อของแม็กม่าสงสัยมาั้แ่ครั้งแรกที่อีฟไปที่บ้าน
“แค่เพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นแหละค่ะ” อีฟตอบว่าไม่มีอะไร แต่หน้าเธอนั้นแดงแบบสุดๆ
“งั้นเหรอจ๊ะ” แม่ของแม็กม่าสังเกตพิรุธของอีฟและเธอก็รู้ว่าอีฟรู้สึกยังไงกับแม็กม่า
“ว่างจังเลยน่า เ้าเหมียวก็ไม่อยู่ให้เล่นด้วยอีก ไม่มีอะไรให้ทำเลย”
เรนกำลังนั่งเบื่ออยู่บนห้อง ตอนนี้เอ็นกำลังโดนทำโทษที่ไปก่อเื่วุ่นวายอยู่
“ไปเอามันมาจากไหนเนี่ย เอ็น” แม็กม่าถามเื่เทียนกระตุ้นที่เอ็นเอามาใช้กับเรน
“ได้มาจาก สามพี่น้องซัคคิวบัสนะ พวกเธอให้เรามาตั้งนานแล้ว”
แมวสาวเล่าย้อนไปในอดีตที่ได้เทียนกระตุ้นได้มาจากสามพี่น้องเมดในปราสาทจอมมาร
“เธอก่อเื่วุ่นวายมากไปแล้ว เพราะงั้นต้องโดนกักบริเวณหน่อยแล้ว”
แม็กม่าเรียกหาเรนที่อยู่ข้างบ้านให้โผล่มา เรนก็โผล่มาทางหน้าต่างใกล้ห้องแม็กม่า
แมวสาวถูกสั่งให้อยู่ในเงาของเรน และโดนผูกพันธสัญญากับเรน
“เอาละต่อจากนี้เธอต้องทำตามคำสั่งเรน ส่วนเื่กฎที่เคยก็ต้องทำตามด้วย”
แม็กม่าใช้พลังของตัวเองสะกดให้แมวสาวไปเป็คู่สัญญากับเรนและต้องทำตามคำสั่งเธอ
“อะไรอ๊ะ ไม่อ้าว~~~~~ เราไม่อยากโดนแบบนี้” แมวสาวร้องตอนที่โดนสะกดไว้ในเงาของเรน
แม้จะค่อยช่วยเหลือเรนตลอด แต่แมวสาวอยากรับใช้นายท่านของเธอมากกว่า
เรนเองก็ชอบให้แมวสาวอยู่ด้วย เธอเป็พวกชอบเล่นกับแมว
เสียงกระดิ่งหน้าบ้านดังขึ้น พ่อกับแม่ของแม็กม่ากลับมาถึงบ้านแล้ว เขารีบลงไปช่วยยกของ
“กระเป๋านี้ของใครเนี่ย” แม็กม่ายกกระเป๋าแปลกเข้ามาจึงถามพ่อกับแม่
“ของฉันเอง” อีฟโผล่ออกมา เธอยืนหลบอยู่ด้านหลังพ่อแม่ของแม็กม่า
“อะไรเนี่ย” แม็กม่าสงสัยทันทีที่อีฟมาทำอะไรที่บ้าน
“เข้าไปคุยด้านในก่อน เดียวทำอาหารเย็นให้กินกัน” แม่บอกให้เข้าไปคุยด้านในบ้าน
“เื่มันเป็ยังไงมายังไงเนี่ยแม่” แม็กม่า
“หนูอีฟกำลังหาที่พักอยู่ แต่ตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยชวนมาพักที่บ้านก่อน”
แม่บอกเื่ที่เจออีฟตอนอยู่ที่ห้างให้แม็กม่าฟัง
“สักวันสองวัน เดียวพ่อก็หาบ้านให้ได้แล้ว หรือไม่ก็อาจเป็สัปดาห์ หรือจะเดือน”
พ่อกำลังพูดเล่นอยู่หรืออาจจะพูดจริงก็ได้ หาบ้านสักหลังเร็วๆ และหลังดีๆ ก็ไม่ใช่ง่ายๆ
“ลูกจะได้มีเพื่อนไง ตอนอยู่ม.ต้นก็ไม่ค่อยมีเพื่อน” แม่เริ่มพูดเื่อดีตที่แม็กม่าไม่มีเพื่อน
“เอาที่สบายใจเลยครับ” แม็กม่ากำลังจะเดินกลับขึ้นไปบนห้อง
แต่แม่ทักให้ช่วยยกกระเป๋าของอีฟไปด้วย
“จะให้เธออยู่ห้องไหนละ” แม็กม่าเดินมายกกระเป๋าอีฟไป
“ห้องตรงข้าม ห้องนั้นว่างอยู่แล้วหรือจะห้องลูกก็ได้ ล้อเล่นน่าห้องตรงข้ามแหละ”
แม่ตอบกลับน้ำเสียงเหมือนจะไม่ล้อเล่น แม็กม่ายกกระเป๋าตามแม่บอก
ส่วนอีฟที่เดินตามไปก็จินตนาการไปจนไกล
“อยู่ห้องเดียวกัน ก็เื่ต้องเื่อย่างว่าสิ หรืออาจจะ...” ในหัวของอีฟตอนนี้มีแต่เื่แปลกๆ
อีฟคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเธอเดินเข้าห้องผิด เธอเดินเข้าไปห้องแม็กม่า
“ไม่ต้องทำจริงก็ได้ แม่ฉันล้อเล่นนะ” แม็กม่าเรียกอีฟที่กำลังเดินเข้าห้องของเขา
“โทษทีไม่มีอะไรแล้วละ เดียวฉันจัดการต่อเอง” อีฟที่พึ่งรู้สึกตัวก็รีบเข้าห้องตัวเอง
และบอกให้แม็กม่าออกไปเพื่อที่เธอจะได้จัดห้องของตัวเอง
“รอบนี้เธอมีปัญหาใหญ่แล้วละ” แมวสาวพูดเรนที่กำลังนอนเล่นอยู่
“มีอะไรเหรอเ้าเหมียว” เรนถามแมวสาวที่อยู่ในห้องของเธอ
“ยัยผู้หญิงคนนั้น มานอนบ้านเดียวกันกับนายท่านแหละ”
แมวสาวบอกเื่อีฟที่มานอนในบ้านของแม็กม่า
“ใครงั้นเหรอ” เรนยังไม่รู้ว่าแมวสาวพูดถึงใคร
“ยัยผู้หญิงลูกครึ่งคนนั้นไง ที่เป็เพื่อนกับเ้านะ” แมวสาวตอบกลับ
แมวสาวไม่ชอบจำชื่อคนอื่นและไม่ชอบเรียกชื่อคนอื่น
“อีฟงั้นเหรอ” เรนรู้จักคนที่เป็ลูกครึ่งคนเดียวก็คืออีฟ
“ใช่ เราจะให้เ้าดูเอง” แมวสาวใช้พลังของเธอเชื่อมต่อมุมมองให้เรนได้เห็น
แมวสาวะโขึ้นมาบนหน้าต่างของอีฟ อีฟกำลังจัดห้องอยู่
“แม็กม่าลงมาเอาของหน่อย” แม่ะโเรียกแม็กม่าให้ลงไปหา
แม่เตรียมของใช่ให้อีฟ แม่เรียกแม็กม่าให้เอาไปให้อีฟที่อยู่บนห้อง
ด้วยความที่ว่าแม็กม่าไม่เคยเข้าห้องผู้หญิงมาก่อน เข้าไม่ได้เคาะประตูก่อน
แม็กม่าเปิดประตูเข้าไปเลยและพบว่าอีฟกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่
“ควรจะเคาะประตูห้องผู้หญิงก่อนไม่ใช่หรือไง” อีฟพูดกับแม็กม่าที่เดินเข้ามาโดยไม่เคาะเรียก
เธอหน้าแดงสุดที่แม็กม่าเข้ามาเห็นเธอตอนกำลังเปลี่ยนชุด เขายืนนิ่งไปตรงหน้าประตูห้อง
“แล้วนายจะยืนดูอีกนานไหม ออกไปได้แล้ว!!” อีฟไล่ให้แม็กม่าออกไป เธอขว้างของใส่แม็กม่า
ส่วนใหญ่ที่ถูกขว้างมาเป็เสื้อผ้า แม็กม่าเอามันออกจากหน้าตัวเองและพบมันคือชุดชั้นในของอีฟ
อีฟที่พึ่งรู้ว่าขว้างชุดชั้นไปจึงรีบแต่งตัวไปเอามันคืนมา
“ขอบใจที่เอาของมาให้และนั้นมันก็ชุดของฉันด้วย” อีฟรีบคว้าชุดของตัวเองกลับคืน
เธอรีบกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง
“ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย เขาอยู่ตรงหน้าฉันเลยในบ้านเดียวกันด้วย”
อีฟดีใจๆ สุด แต่ยังไม่กล้าจะแสดงออกไปต่อหน้าแม็กม่าและพ่อแม่ของเขา
“ให้ตามสิ วุ่นวายจังเลยน่า” แม็กม่ากลับห้องตัวเองไปนอนต่อ แต่แม่ก็เรียกให้ลงไปกินข้าว
อีฟกับแม็กม่าจึงลงไปตามที่เธอเรียก ทั้งสี่นั่งกินข้าวด้วยกัน
เหมือนพ่อกับแม่จะรู้ว่าอีฟกำลังชอบลูกของพวกเขา แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกไป
อีฟที่มาอยู่บ้านนี้ก็เริ่มรู้สึกเกรงใจ เธอจึงเสนอช่วยงานในบ้านไปก่อน
“ทำอาหารเป็หรือเปล่าละ” แม่ถามอีฟที่เสนอตัวช่วยงานบ้าน
“ทำได้ค่ะ งานบ้านส่วนใหญ่ทำได้ทุกอย่างค่ะ” อีฟตอบกลับ
“ดีเลย จะได้มีเพื่อนทำกับข้าว” แม่ดูดีใจผิดปกติและแม็กม่าก็ดูออก
เขาเคยเสนอตัวช่วยแม่ทำกับข้าวมาแล้ว แต่ก็โดนด่ากลับมาตลอด แม่ชอบทำอาหารมากๆ
ซึ่งไม่น่าจะให้ใครช่วยได้ง่ายๆ
“เื่นี้ชักแปลกๆ แล้วสิ” แม็กม่าคิดใน เขารู้นิสัยแม่ตัวเองดี
“มีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้ว” ตัวคุณพ่อเองก็รู้เหมือนกัน