"เมฆ พี่ถามอะไรอย่างสิ" วายุเอ่ยขึ้นมาขณะขับรถออกจากบริษัทสุบรรณฤทธา ดูสีหน้าของเขาจริงจังและเคร่งเครียดพอสมควร
"ครับพี่วายุ"
"ไม่ดีกว่า เดี๋ยวเมฆหาว่าพี่เป็บ้า" วายุเปิดเพลงในรถฟังแก้เขิน
"พี่ครับ คนแก่ ระวัง...!! " เมฆะโบอกวายุให้ระวังหญิงแก่ที่กำลังเดินข้ามถนนอยู่ข้างหน้า วายุเหยียบเบรคเสียงดังเอี๊ยด...และหักพวงมาลัยซ้ายสุด รถที่ทั้งสองขับมาพุ่งเข้าข้างทางและชนต้นไม้อย่างจัง โชคดีที่ทั้งสองไม่เป็อะไรมากนัก เมื่อเดินออกมาดูกลับไม่พบหญิงแก่เดินข้ามถนนตามที่เมฆบอกแต่อย่างใด สร้างความประหลาดใจให้ทั้งคู่
"พี่ว่าเราหาที่พักทานข้าวกันก่อนดีกว่าเมฆ และค่อยกลับบ้าน" วายุเดินออกมายืนโบกมือเรียกแท็กซี่บริเวณนั้นให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรัชดา
"ป้าครับเย็นนี้ผมกับพี่วายุจะทานข้าวข้างนอกนะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ฝากดูแลคุณพ่อด้วยนะครับ" เมฆโทรกลับหาป้านงเยาว์ว่าวันนี้ทั้งสองจะกลับดึกเพื่อไม่ให้คนที่บ้านเป็ห่วง
เมื่อวายุและเมฆมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้า ขณะกำลังเดินข้ามถนน และไกล้ถึงประตูทางเข้า จู่ ๆ ฟ้าก็มืดมิดและมีฝนตกฟ้าร้องกระหน่ำอย่างอย่างรุนแรงราวกับพายุ ทั้งสองจึงรีบเดินเข้าประตูห้างทันที
""มันมาแล้ว"" เสียงแว่วจากสุบรรณดังขึ้นอีกครั้ง
"มัน...ใครครับ" วายุหยุดยืนและพูดโต้ตอบกับสุบรรณด้วยความสงสัย
"พี่พูดอยู่กับใครครับ"
"อ้อ...เปล่า ไม่มีอะไรเมฆ พอดีพี่เห็นมันทอดขายอยู่ชั้นล่าง เลยนึกอยากกินน่ะ"
เมฆมองพฤติกรรมแปลก ๆ ของพี่ชายด้วยความสงสัย เพราะั้แ่วายุเข้าโรงพยาบาล ดูไม่เหมือนวายุพี่ชายสายมั่นคนเดิมที่เคยรู้จัก ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินหาร้านนั่งพักทานข้าว มีชายใส่สูทดำแต่งตัวดีดูภูมิฐานเดินสวนทางกับทั้งคู่
"อ๊ะะะะ!! " วายุเอามือกุมหัวและทรุดลงกับพื้น ตามองไปที่ชายคนนั้นซึ่งกำลังเดินจากไป เมฆประคองพี่ชายมานั่งโซฟาติดระเบียงห้าง
"เป็อะไรครับพี่วายุ" เมฆถามวายุด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็ไร" วายุลุกขึ้นยืนและเดินหาร้านอาหารต่อ
วายุและเมฆเข้าไปในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า ขณะที่ทั้งสองกำลังทานอาหารอยู่ วายุรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมองมายังทั้งสองจากด้านนอก เขาพยายามมองหาสายตาคู่นั้น แต่กลับไม่พบผู้ต้องสงสัย
"พี่จำได้ไหม พี่เคยพาผมมานั่งรถไฟหยอดเหรียญโยกเยกเครื่องนั้นตอนเด็ก" เมฆชี้ไปที่รถไฟยกเยกซึ่งตอนนี้เครื่องเล่นทั้งหมดได้ปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว
"ตอนนั้นแกร้องไห้ชักดิ้นชักงอเพราะเงินหมด พี่เลยเอาเหรียญสุดท้ายที่จะเล่นเกมส์ต่อสู้มาหยอดตู้ให้แกเล่นต่อ" สองพี่น้องนั่งดูเด็ก ๆ วิ่งเล่นในสวนสนุกของห้าง ต่างพากันหัวเราะและพูดคุยถึงอดีตในวัยเด็ก ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้กำเนิดจากมารดาคนเดียวกันก็ตาม แต่ความผูกพันธ์นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่น้องท้องเดียวกันแต่อย่างใด
"พี่มีอะไรบอกผมได้นะ" เมฆถามวายุด้วยสีหน้าจริงจัง
"กลับบ้านกันดีกว่า" วายุตัดบทและเดินไปที่ลิฟท์เพื่อจะออกจากห้าง
ฝนเริ่มซาลงแล้ว วายุและเมฆจึงเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางวายุมองไปที่กระจก เห็นฟ้ามีสีแดงฉานผิดปกติ และฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
"คุณครับ รถติดมากเลยตอนนี้ ผมขอใช้ทางลัดข้างมอเตอร์เวย์นะ"
"ตามพี่สะดวกเลยครับ"
แท็กซี่เลาะข้างมอเตอร์เวย์มาตามปกติ รถไม่ถึงกับติดมากนัก แต่ที่น่าแปลกใจคือฝนที่กำลังตกอยู่กลับไม่มีทีท่าจะหยุดตกเลยและท้องฟ้าก็ยิ่งแดงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับสีเืในท้องน้ำ
โคร้มมม!! รถแท็กซี่ที่ทั้งสองนั่งมาชนเข้ากับอะไรบางอย่างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว วายุตั้งสติได้จึงรีบยกมือทั้งสองไปรองไว้ที่เบาะคนขับเพื่อรับแรงกระแทกไม่ให้ศีรษะกระทบกับเบาะคนขับโดยตรง เขามองไปที่เมฆซึ่งสลบเหมือดอยู่ที่นั่งด้านข้าง เขาพยายามปลุกเมฆและคนขับแท็กซี่แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้สติ เขาเปิดประตูออกมานอกรถอย่างทุลักทุเล พยายามโบกมือขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีรถคันไหนจอดรับแม้แต่คันเดียว
"มึงมองหาอะไรอยู่" เสียงแว่วมาจากด้านหน้าพร้อมกับแสงวาบ ๆ วายุตัวปลิวกระเด็นไปติดรถแท็กซี่ เขากระเสือกกระสนลุกขึ้นมาและกระอักเื เขาพยายามตั้งสติเพื่อมองหาต้นเสียง ตอนนี้สายตาเขาเริ่มพร่ามัวเพราะเสียเืมาก ชายคนดังกล่าวหยุดอยู่ตรงหน้า และชายคนนี้คือเดียวกันกับที่เขาพบในห้างสรรพสินค้านั่นเอง
"มึงจำกูได้หรือไม่" ชายคนดังกล่าวดึงคอเสื้อและยกวายุขึ้นมาลอยอยู่เหนือพื้น ก่อนที่จะชกหน้าหนึ่งครั้งอย่างจัง
"บรรพบุรุษมึงเข่นฆ่าพวกกูมาทุกยุคทุกสมัย วันนี้ล่ะเป็โอกาสของกูแล้ว ที่จะได้ล้างแค้นแทนพี่น้องกูที่ล้มตาย ด้วยหมัดเพลิงโลกัณฑ์นี้กูจะเผามึงให้เป็จุล" มือของเขาเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความเคียดแค้นสีแดงฉาน ราวกับเพลิงนรก เขาเงื้อมือพร้อมปล่อยหมัดเข้าใส่เป้าหมายอย่างไม่ปราณี
"คะรุปิจะ กิติมันตัง" พอสิ้นเสียงจากปากของวายุที่กำลังจะตาย เหมือนมีอะไรบางอย่างตบชายคนดังกล่าวกระเด็นติดต้นไม้ใหญ่ข้างทางในทันที เขาลุกขึ้นยืนและส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นดังสัตว์ป่า แต่ก็ต้องผงะเมื่อเห็นเท้าของวายุที่กำลังง้างรอซ้ำอยู่ต่อหน้าผนวกกับร่างพญาครุฑสีทองอร่ามขนาดมหึมาลอยอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม
เท้าของวายุเหยียบซ้ำลงไปที่หน้าอกของชายคนนั้นในทันที เขาเ็ปทรมานเหมือนร่างกายจะแหลกเป็ชิ้น ๆ เขามองไปที่ดวงตาสีแดงกร่ำของวายุ และสีหน้าอันเรียบเฉยเหมือนไม่สนใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะมีจุดจบเช่นไร วายุจับที่คอและยกชายคนนั้นขึ้นมา แล้วบีบคออย่างช้า ๆ เืสีดำของชายคนนั้นไหลออกจากทวารทั้งเก้าอย่างไม่ขาดสาย
"พี่วายุ พี่อยู่ไหน" วายุหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเมฆเรียกหา จึงปล่อยชายคนนั้นลงกับพื้น
ด้วยความกลัวจนขีดสุด ชายคนดังกล่าวจึงอาศัยความมืดหลบหนีในทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป