ตลาดวันนี้เงียบสงบกว่าที่ข้าคาดไว้ ลมหนาวพัดผ่านแ่เบา ข้าก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปตามถนนที่ปูด้วยหินเก่าแก่
「นี่เป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ข้าปลีกตัวหนีจากจวนมาได้?」
สุขภาพข้าไม่ดีั้แ่เด็ก ท่านพ่อเป็ห่วงข้ามาก จะต้องมีบ่าวไพร่ล้อมข้าตลอดมาั้แ่เด็ก ข้าแทบไม่เคยได้อยู่ตัวคนเดียว หลายครั้งมันก็ทำให้ข้าอึดอัด ข้าอยากออกมาเห็นโลกภายนอกด้วยตนเองบ้าง
เมื่อหลายปีก่อนข้าก็เคยหนีออกมาเดินเที่ยวสำเร็จ ข้าก็มิได้ไปไหนไกลก็แค่เดินเล่นแถวตลาดที่ไม่ห่างจากจวนมากนี่เอง
ข้าถามตัวเองในใจ ขณะที่สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งที่ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าคืออันใด
บ่าวรับใช้ที่ติดตามข้ามาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล
"คุณชาย ท่านไม่ควรออกมาเดินเช่นนี้ อากาศเย็นเช่นนี้อาจทำให้ท่านป่วยได้"
ข้าหันไปมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบา "ข้าไม่เป็ไร เพียงแต่อยากออกมาสูดอากาศบ้างเท่านั้น"
เขายังคงมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดต่อ ข้ารู้ดีว่าเขาไม่อาจขัดคำสั่งของข้าได้
ขณะที่ข้ากำลังจะก้าวเดินต่อ เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของตลาด ข้าหยุดชะงัก หันไปมองตามเสียงนั้น เห็นกลุ่มคนมุงดูเหตุการณ์บางอย่างอยู่ตรงกลางตลาด
「เกิดอันใดขึ้นกันแน่?」
ข้าก้าวเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างช้า ๆ โดยมีบ่าวรับใช้เดินตามหลังตามมาติด ๆ
เมื่อข้าเข้าไปใกล้พอ ข้าก็เห็นสตรีนางหนึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน นางมีรูปร่างบอบบาง แต่แววตาของนางกลับเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
นางร่างกายของนางบังเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่
「นางเป็ผู้ใดกัน? เหตุใดจึงกล้าหาญเช่นนี้?」 ข้าจ้องมองนางอย่างไม่วางตา
หญิงสาวคนนั้นยืนหยัดอยู่ตรงนั้นโดยไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
นางกล่าวบางอย่างกับชายฉกรรจ์เ่าั้ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ข้าไม่ได้ยินชัดเจนเพราะเสียงรอบข้างที่ดังอื้ออึง
ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งในใจที่ข้าไม่อาจอธิบายได้ มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งแปลกประหลาดและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
「นางเป็ใครกันแน่? เหตุใดข้าจึงรู้สึกเช่นนี้เมื่อมองนาง?」
ข้าหันไปมองบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาดูเหมือนจะไม่สนใจเหตุการณ์ตรงหน้าเท่ากับข้า เขาเอาแต่หันมามองข้าด้วยความกังวล
"คุณชาย เราควรกลับกันได้แล้ว" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเร่งร้อน
แต่ในขณะที่ข้ากำลังจะพยักหน้าตอบ สายตาของข้ากลับสะดุดเข้ากับภาพบางอย่างที่ทำให้ข้าชะงัก
หญิงสาวคนนั้นกำลังก้มลงปลอบเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น นางโอบกอดเด็กน้อยไว้แนบอก ราวกับ้าปกป้องจากความหวาดกลัวที่เพิ่งเกิดขึ้น
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ข้ากลับเห็นมือเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงคนนั้นล้วงเข้าไปในอ้อมกอดของสตรีที่มีนามว่าเสี่ยวเหมย
นิ้วเล็ก ๆ ที่เปื้อนคราบดินโคลนค่อย ๆ ดึงถุงเงินออกจากเอวของนางอย่างแ่เบา
「หรือว่าสิ่งที่ข้าเห็น...」
ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อย ความลังเลแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ ข้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ข้าเห็นนั้นใช่อย่างที่ข้าคิดหรือไม่ ระยะห่างระหว่างข้ากับพวกเขาไกลเกินไป
「พวกเขาเป็มิจฉาชีพกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า?」 ข้าหันกลับไปมองสตรีนางนั้นอีกครั้ง นางยังคงยิ้มอ่อนโยนให้เด็กผู้หญิงคนนั้น โดยไม่รู้เลยว่าถุงเงินของนางได้หายไปแล้ว
ข้าพยักหน้าเล็กน้อย แต่สายตาของข้ายังคงจับจ้องไปที่นางขณะที่เหตุการณ์เริ่มสงบลง ชายฉกรรจ์เ่าั้ถอยกลับไป และฝูงชนก็เริ่มแยกย้ายกันไป
สตรีหันหลังเดินจากไปพร้อมกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผู้นั้น ข้าจ้องมองแผ่นหลังของนางที่ค่อย ๆ ลับหายไปในฝูงชน
「ข้าควรทำอย่างไรดี?」
ข้ารู้สึกถึงความลังเลในใจ ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนาง แต่ข้ากลับไม่อาจละสายตาไปจากนางได้
ในที่สุด ข้าก็ตัดสินใจเดินตามนางไปห่าง ๆ โดยไม่ให้บ่าวรับที่เดินตามข้าใช้รู้ตัว เขายังคงคิดว่าเดินตามเ้านายของเขาชมตลาดไปเรื่อย
นางและสหายของนางและเด็กผู้นั้นเดินไปด้วยกัน
ข้าก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปตามทางที่พวกนางเดินไป
ข้าหยุดยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของตลาด มองดูสตรีผู้นั้นและเด็กหญิงคนนั้นแยกกันที่เดินหายไปในตรอกเล็ก ๆ ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรตามนางไปอีก แต่ข้ากลับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รู้จักนางมากกว่านี้
ข้าหันหลังกลับ เดินกลับไปหาบ่าวรับใช้ที่ยืนรออยู่ เขามองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่ข้าไม่ได้กล่าวอันใด
「บางที... ข้าอาจจะได้พบกับนางอีกครั้ง 」