บทที่ 5.
แม่เล่าว่าพ่อของฟาโรห์เป็คนขับรถพาฉันมาโรงพยาบาลเพื่อนสี่ยอดกุมารของฉันร้องไห้กันลั่นโรงพยาบาล หมอพาฉันเข้าห้องไอซียูตอนนี้ทุกคนรู้แล้ว ว่า ฉันมีอาการของโรคหัวใจระยะสุดท้าย
เพื่อนๆ มาเยี่ยมฉันทุกวัน ชวนพูดคุยแต่เื่สนุกๆคุยเื่ที่โรงเรียน เพราะฉันไปไม่ได้ จนฉันออกจากโรงพยาบาล
ทุกคนไม่้าให้ฉันเครียด ฉันไม่เครียด เมื่อเห็นพวกเขา แต่เครียดกับน้ำตาของแม่ ฉันว่าต้องมีอะไรระหว่างแม่และพ่อที่ฉันยังไม่รู้
และฉันก็ได้รู้ในวันนี้เมื่อแอบได้ยินท่านทั้งสอง ทะเลาะกันตอนค่ำ
“ ฉันไม่ให้ลูกไปรักษาตัวที่โน้น หมอเมืองไทยเก่งๆ เยอะแยะคุณไม่ต้องมายุ่งกับลูกฉัน เอาเวลาไปยุ่งไปห่วงกับลูกแล้วก็เมียของคุณเถอะ ”
แม่พูดอะไรลูกเมียของพ่องั้นเหรอ พ่อนอกใจแม่อย่างนั้นใช่ไหม ที่แม่แอบร้องไห้เพราะอย่างนี้นี่เองทำไมพ่อทำกับแม่แบบนี้
ฉันเอามือปิดปาก ใจเริ่มสั่น ถอยหลังเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ไม่อยากรู้ ไม่อยากฟังไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น
ฉันเดินร้องไห้เข้าไปที่บ้านของฟาโรห์โดยไม่รู้ตัว จนได้ยินเสียงของเขาทักขึ้นมา
“ ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรเธอ ”
“ อื่อ...ฟาโรห์ ”
“ มานี่”
ฟาโรห์จูงมือเดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขกฉันนั่งลง เอาหลังมือปาดน้ำตาลวกๆ
“ บอกว่าอย่าร้อง”
“อื่อๆๆๆ โฮๆ”
“ อ้าว!! ยังๆโธ่!ฉันอยากจะบ้า ”
ฟาโรห์เอามือกุมขมับส่ายหัว นั่งมองฉันร้องให้จนหยุดไปเอง
“ ฉันจะโทรไปตามไอ้สามคนก่อน ”
หมับ!!
ฉันจับข้อมือฟาโรห์ไว้ไม่้าให้ไนท์ ปริ้น และทรีโอมาปวดหัวเื่ของฉัน
“ อย่า..ฉันไม่เป็ไรแล้ว ”
“ งั้นเล่ามา ”
ยังไม่ทันเล่าฉันก็ร้องไห้ออกมาอีกแต่ยอมเล่าทั้งน้ำตา
“ หยุดก่อน อย่าเพิ่งพูด...เธอจะไม่เป็อะไรแน่นะ ”
ฉันส่ายหน้าดิกไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กับตัวเองหรือเปล่า
“ กินยามาหรือยัง ”
“ อื้อ..”
“ ค่อยๆ พูด..ช้าๆ”
“ เมื่อกี้...ฉันแอบได้ยินพ่อคุยกับแม่ ท่านเหมือนทะเลาะกัน พ่อบอกว่าจะพาฉันไปรักษาตัวที่เมืองนอก แต่แม่ไม่ยอม แม่บอกไม่ให้พ่อมายุ่งกับเราแม่ให้พ่อไปดูแลลูกกับเมียของพ่อ มันหมายความว่ายังไงอ่ะฟาโรห์ ลูกกับเมียของพ่อไม่ใช่ฉันกับแม่ใช่ไหม พ่อ...พ่อ ไม่รักฉันกับแม่แล้ว ฮื่อๆๆ.พ่อมีคนอื่นพ่อไม่รักฉันแล้วใช่ไหม ”
ฉันพูดไปร้องไห้ไปกลัวจะพูดได้ไม่หมด ฉันเริ่มหอบฟาโรห์ฟังแล้วอึ้งๆ ก่อนดึงฉันเข้าไปกอดหลวมๆ เอามือลูบหลังเบาๆ ปลอบใจ
“ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจ เดี๋ยวเืออกอีก ”
“ ฉันมัน..อ่อนแอ ฉันมัน..ขี้โรค แม้แต่พ่อ...ก็ไม่รักท่านกำลัง...จะทิ้ง...ฉันและแม่ ”
ฉันพูดกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อย
“ ฉันบอกว่าอย่าพูด!!”
ฟาโรห์ผละออก แล้วตะคอกใส่เสียงดังด้วยความโมโห เขาจะหักคอฉันหรือเปล่า
“ ฉันขอร้อง...อยู่เฉยๆ ก่อนได้ไหม ”
เขาพูดเสียงอ่อนลง จับฉันนั่งพิงโซฟาสายตาที่เป็ห่วงแกมขอร้อง ทำให้ฉันทำตามที่เขาขอ...เงียบ หายใจลึกๆ เขาพ่นลมหายใจออกมาก่อนเอื้อมมือมาเช็ดคราบน้ำตาที่เหลือให้
“ วันนี้ ฉันขอนอนกับนายได้ไหม ฉันกลัว ฉันไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ”
“ ....”
“ ได้ไหม ” ฉันถามเขาย้ำ
“ ฮื่อ..ไปบอกแม่เธอก่อนไป ”
“ นายไปขอให้หน่อยนะ ”
“ รออยู่นี่ล่ะ...เดี๋ยวมา ”
ฟาโรห์เดินออกไปสักพักก็กลับมาบอกว่าแม่อนุญาต แม่ตามใจฉันทุกอย่างอยู่แล้ว
ฉันไม่กล้ากลับบ้าน กลัวเห็นหน้าแม่แล้วทนไม่ได้ ขอนอนบ้านฟาโรห์ทำใจสักนิดเถอะก่อนที่จะออกไปเผชิญกับความจริงที่เ็ป พรุ่งนี้ล่ะ ฉันจะถามแม่ว่า ความจริงทั้งหมดคืออะไรกันแน่ที่ท่านไม่ยอมบอก ท่านคงกลัวว่าฉันจะรับไม่ได้
ฉันอย่างเก่งฉันอยากเข้มแข็ง อยากให้แม่รู้ว่าแม่ยังมีฉันอยู่ แต่ความเป็จริงฉันไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้เลย กลับเป็ภาระ ทำให้ท่านทุกข์ใจฉันจะเกิดมาเพื่ออะไรกัน....
ั้แ่เราเป็เพื่อนกันมา ฉันไม่เคยขึ้นมาบนห้องของเขาเลยสักครั้งเพราะเรามีห้องสำหรับพวกเราทุกคนอยู่แล้ว ห้องของเขากว้างมากสำหรับอยู่คนเดียวคงเผื่อโตด้วยมั้ง ข้างฝาเต็มไปด้วยภาพของพวกเราห้าคน ในอิริยาบถต่างๆ เราผูกพันธ์กันมากจริงๆ
“ ให้ฉันนอนตรงไหนอ่ะ ”
“ ที่เตียงดิ กลัวอะไรวะ ผู้ชายด้วยกันไม่ใช่หรือไง ”
ฟังดูประชดๆ ยังไงไม่รู้ ถ้านายคิดว่าฉันเป็ผู้ชายเหมือนนายเวลาเรียกฉัน เห็นเรียกเธอทุกที ไอ้พวกนั้นก็เหมือนกัน อยากให้ฉันเป็ผู้ชายไม่งั้นไม่ให้เข้ากลุ่ม พอทำตัวเป็ผู้ชาย ก็พากันทำหน้าแปลกๆ จะเอายังไงกับฉันอีกวะ
“ เออ ”
ฉันคือผู้ชายดิเพิ่งเริ่มมีประจำเดือนมาได้สองเดือนแล้ว หน้าอกด้วยมันเริ่มขึ้นมาแข็งเป็ไตบ้างแล้ว อยากจะตัดมดลูกกับนมทิ้งนัก..
“ ฉันจะอาบน้ำ เดี๋ยวออกมาเล่นเกมส์กัน ”
“ ฮื่อ”
เราเล่นเกมส์จนดึก ฟาโรห์ชวนนอนเขาปิดไฟ และขึ้นมานอนข้างๆ ฉันใจเต้นตึกตัก ฉันเป็อะไรวะเนี่ยทำไมต้องมีอาการแบบนี้ด้วย เดี๋ยวก็หอบหายใจไม่ออก ให้มันมาอารมณ์เสียใส่ฉันอีก
“ นี่..หลับยัง ” ฟาโรห์ทักขึ้นมาก่อนในความมืดสลัวๆ
“ ยัง ”
“ อย่าคิดมากเื่พ่อกับแม่เธอเลยนะ ท่านคงมีเหตุผลของท่าน ”
“ ฮื่อ ”
“ ขออย่างหนึ่งได้ไหม ”
“ อะไร ”
“ เลิกเป็เถอะผู้ชายนะ แล้วก็ไว้ผมยาวๆ เหมือนตอนเด็กๆ ”
“....”
ฉันเงียบไป หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมในความสลัว มีเพียงเสียงลมหายใจของเราเท่านั้น ฉันรู้สึกถึงแรงขยับตัวเขาตะแคงหน้าหันมาทางเดียวกับฉัน ยังดีนะที่ปิดไฟ มองเห็นกันลางๆ ไม่งั้นเขาคงเห็นฉันหน้าแดงแล้ว
“ ว่าไง ”
“ ทำไม ”
“ ก็เลิกเป็ผู้ชาย ”
“ อะไร ”
“ เธอนี่! ”
“ก็พวกนาย้าแบบนี้มาตลอด ไม่งั้นไม่ให้ฉันอยู่ในกลุ่มด้วย ”
“ โธ่เอ้ย!เื่นี้เองเหรอ ตอนนั้นพวกฉันพูดเล่นคิดว่าเธออยากเป็เองเสียอีก ”
“ อยากเป็อะไรก็ได้ที่พวกนายยอมให้อยู่ด้วย ”
“เลิกเป็ผู้ชายเถอะ...เสียดาย ”
“ เสียดายอะไรฉันจะเป็ผู้หญิงได้ไง หน้าตาก็ออกจะขี้เหร่ นายด่ากรอกหูฉัน เกือบทุกวัน มากี่ปีแล้ว”
“อื้อ..ขี้เหร่จริงแหละ ตาสีฟ้าประหลาด โต๊โต ขนตาก็งอนเช้ง จมูกเล็กโด่ง ปากแดง แถมยังมีลักยิ้มอีกไม่ไหวๆ ต้องไปทำศัลยกรรมอีกเยอะเลย ถึงจะสวยแบบผู้หญิงได้ ”
“เห็นไหมนายว่าฉันอีกแล้ว ”
“ มานอนใกล้ๆ สิเดี๋ยวก็ตกเตียงหรอก ” ฉันเขยิบเขาไปใกล้เขาอีกนิด
“ ฉัน...ยังไม่รู้เลยว่านายมีความฝันอะไรวันนั้นดันเกิดเื่ก่อน บอกหน่อยสิ”
“ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิพูดเสียงดังไม่ได้ ”
ฉันเฉย จนเขาเป็ฝ่ายขยับเข้ามาจนชิดตัวฉันเอง เหอๆๆ ใจฉันจวนะเิ
“ ความฝันของฉันแค่มีเธอ อยู่กับฉัน ตลอดไป ”
“...”
เขากระซิบบอก กอดฉันไว้หลวมๆ ลูบผมสั้นของฉันด้วยมือหนึ่ง
ฉันได้กลิ่นหอมเย็นจากตัวเขาััจากริมฝีปากอุ่นๆ และกลิ่นหอมจากลมหายใจ ที่เป่ารดหน้าผาก ฉันไม่ได้ขัดขืน กลับซุกตัวเองกับอกอุ่นของเขาและหลับไปด้วยกัน
ทำไม...ฉันตื่นเต้นขนาดนี้ ฉันกลับหายใจสะดวก หัวใจที่เต้นแรงกลับไม่ทำอันตรายกับร่างกายฉันเลย
ตอนเช้าฉันใตื่นมองเห็นฟาโรห์ยังนอนกอดตัวเองอยู่ ฉันค่อยๆ จับมือเขาออกไปวางไว้ข้างๆ ตัวก่อนรีบลุกออกมาจากห้องโดยไม่ให้เขารู้ตัว เขินเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืนนี้
“ ความฝันของฉันแค่มีเธอ อยู่กับฉัน ตลอดไป ”
ต่อไปฉันคงมานอนกับเขาไม่ได้แล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอ.....เพราะฉันต้องกลายเป็ผู้หญิงน่ะสิ
ถ้าฉันรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าสักนิดฉันคงได้พูด ได้คุยกับเขา นี่แม้แต่คำล่ำลาก็ไม่มีโอกาสได้ทำ....
จบบันทึกวัยเด็กของสี่ยอดกุมารจาก...คลีโอ.....