เช่นนี้ก็จะไม่เป็นที่สะดุดตาผู้อื่นอีกทั้งยังช่วยป้องกันมิให้ผู้ใดอิจฉาริษยาจนตาแดงก่ำ
เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอันมีค่าเช่นนี้ได้ซูเจียวเจียวก็หมดอารมณ์ล่าสัตว์ อยากกลับบ้านแต่เพียงอย่างเดียว
แม้จะมีโชคลาภดุจปลากระโดดข้ามประตูมังกรทองที่บันดาลให้เธอได้พบจอมราชันย์เห็ดหลินจือในพริบตาแต่ก็ไม่อาจคาดหวังว่าโสมและเห็ดหลินจือจะผุดขึ้นทุกหนแห่งให้เธอเก็บเกี่ยว
โชคลาภไม่ได้ปรากฏขึ้นบ่อยๆหากเป็นเช่นนั้น เธอจะลงแรงทำงานไปไย เพียงรอคอยโชคลาภหล่นจากฟากฟ้าก็พอแล้ว
โชคลาภดุจปลากระโดดข้ามประตูมังกรทองย่อมต้องเป็นโชคดีที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ดังนั้นด้วยผลผลิตอันมหาศาลเช่นนี้ เธอก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งแล้ว
ทั้งสองจูงมือกันเดินกลับแต่ระหว่างทาง เซียวหยวนหมิงพลันเหลือบไปเห็นรังผึ้งป่าบนต้นไม้ต้นหนึ่ง
“เจียวเจียว ผมจะไปเก็บน้ำผึ้งมาให้คุณกินนะ” เซียวหยวนหมิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ซูเจียวเจียวมองตามสายตาของเขาก็เห็นรังผึ้งป่าขนาดใหญ่เกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง เมื่อนึกถึงรสหวานฉ่ำของน้ำผึ้งเธอก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากราวกับหิวโหยยิ่งนัก
น้ำผึ้งป่านั้นรสชาติหอมหวานล้ำค่ามากด้วยคุณประโยชน์ ในยุคสมัยต่อมา หาโอกาสลิ้มลองได้ยากยิ่ง
“คุณระวังตัวด้วยนะคะ”
ซูเจียวเจียวกำชับเบาๆ
“อืม”
เซียวหยวนหมิงวางตะกร้าสานที่สะพายหลังลงข้างๆแล้วให้ซูเจียวเจียวหลบไปไกลๆ จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมาจากอกเสื้อแล้วเก็บกิ่งไม้แห้งมากองไว้ใต้รังผึ้งป่า แล้วจุดไฟเผา
เขาไม่ได้จุดไฟกองใหญ่นักจุดเพียงให้เกิดประกายไฟ ไม่นานควันดำก็ลอยขึ้นมาจากกองไม้พุ่งตรงไปยังรังผึ้งป่าที่อยู่ด้านบน
ผึ้งทั้งหมดที่อยู่ภายในต่างบินหนีออกมาจากรังด้วยความตื่นตระหนกจากควันหนาทึบ
เซียวหยวนหมิงฉวยโอกาสที่ผึ้งบินหนีไปหมดแล้วรีบปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะตะครุบเอารังผึ้งป่าทั้งรังลงมาได้
เมื่อได้รังผึ้งป่าแล้วเซียวหยวนหมิงก็รีบใช้เสื้อเชิ้ตที่ถอดออกมาห่อไว้จากนั้นก็ลากซูเจียวเจียวรีบวิ่งหนีไป
โชคดีที่เขาถอดเสื้อเชิ้ตแล้วยังมีเสื้อกล้ามสีเทาอยู่ข้างในไม่อย่างนั้นคงต้องเปลือยท่อนบนแล้ว
หลังจากวิ่งไปได้สักระยะเมื่อแน่ใจว่าไม่มีผึ้งไล่ตามมาแล้ว เซียวหยวนหมิงจึงหยุดพักและวางรังผึ้งที่ห่อไว้ลงในตะกร้าสาน
ในขณะนั้นเองหลี่ต้าเฉวียนก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆเสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยเศษหญ้าและใบไม้แห้งทั้งหัวก็มีกิ่งไม้แห้งเสียบอยู่สภาพยับเยินสุดขีด
แต่ใบหน้าของเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้น“พี่อาหมิง พี่สะใภ้ พวกคุณทายซิว่า วันนี้ผมล่าของดีได้เท่าไร?”
ซูเจียวเจียวมองไปที่มือของเขาแล้วหัวเราะ“โอ้ นายนี่โชคดีจริงๆ! ไก่ป่าสองตัวแถมยังมีงูลายดอกตัวใหญ่ตัวหนึ่งอีก คืนนี้นายจะได้ทำน้ำแกงมังกรหงส์แล้วนะ”
“น้ำแกงมังกรหงส์คืออะไรหรือ?”
หลี่ต้าเฉวียนก็สะพายตะกร้าสานเช่นกันมีเคียวเหน็บอยู่ที่เอว และมีหนังสติ๊กเหน็บอยู่ที่เอวเช่นกันตอนนี้มือซ้ายของเขาถือไก่ป่าสองตัว ส่วนมือขวาถืองูที่ถูกตีตายตัวหนึ่ง
เซียวหยวนหมิงอธิบายให้เขาฟัง“มังกรคืองู หงส์คือไก่ คนโบราณชอบเรียกงูว่ามังกรน้อยและเปรียบไก่เป็นหงส์นะสิ”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว! เป็นอย่างนี้นี่เองงั้นคืนนี้ก็ทำน้ำแกงมังกรหงส์กินดีกว่า” หลี่ต้าเฉวียนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข“ไม่คิดเลยว่าพี่อาหมิงจะรู้เรื่องเยอะขนาดนี้”
เซียวหยวนหมิงจ้องมองเขา“น้ำแกงมังกรหงส์มีสรรพคุณบำรุงกำลังดีเยี่ยมแต่จงระวังด้วยว่าหากกินมากเกินไปจนธาตุไฟกำเริบ แล้วหาที่ระบายออกไม่ได้”
หลี่ต้าเฉวียนงุนงงเล็กน้อย“หมายความว่าอะไรครับ? ผมไม่ได้ธาตุไฟขึ้นนะแถมช่วงนี้ผมยังรู้สึกเหมือนร่างกายมันอ่อนแอเพลียๆ ทุกวันเลยด้วย”
เซียวหยวนหมิงกระตุกมุมปากเล็กน้อยแต่ไม่ได้อธิบายต่อ เขาปล่อยให้หลี่ต้าเฉวียนงงต่อไป ดีกว่าให้เขาถามไม่หยุดเมื่อถึงเวลาที่เขาธาตุไฟขึ้น เขาก็จะเข้าใจเอง
หลี่ต้าเฉวียนวางสัตว์ป่าที่ถืออยู่ในมือลงแล้วปลดตะกร้าสานที่สะพายหลังออกจากนั้นก็หยิบไข่นกสิบฟองออกมาประดุจกำลังนำเสนอสมบัติ“พี่อาหมิง ดูสิ ผมได้ไข่นกมาด้วยเอาไปต้มให้พี่สะใภ้กินสักสองสามฟองสิ”
จะทำอย่างไรได้ไข่นกมันเล็กเกินไป แถมที่บ้านเขาก็มีคนเยอะเกินไป เขาจึงให้ได้แค่สี่ฟองส่วนอีกหกฟองที่เหลือต้องนำกลับบ้านแล้ว
เซียวหยวนหมิงไม่ปฏิเสธรับไข่นกไว้ “ได้สิ”
จากนั้นเขาก็แบ่งรังผึ้งที่เพิ่งได้มาให้หลี่ต้าเฉวียนครึ่งหนึ่ง“นี่ของนาย”
“สุดยอดเลยครับพี่อาหมิง คุณยังไปได้รังผึ้งมาอีกด้วย” หลี่ต้าเฉวียนไม่กล้ากิน จึงเก็บรังผึ้งไว้ในตะกร้าสานเพื่อเตรียมนำกลับบ้านไปให้แม่ของเขาได้ชิมรสชาติ
ทั้งสามคนจึงออกเดินทางกลับบ้าน
เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านทั้งสามก็แยกย้ายกันไป
เพราะหลี่ต้าเฉวียนบอกว่าจะนำไก่ป่าตัวหนึ่งไปเป็นของขวัญตอบแทนบ้านเฉิงติ้งผิงวันนี้เมื่อเช้าเธอเอาของมาให้ที่บ้านมากมายเพื่อขอบคุณเขาที่เชิญเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงมาช่วยแยกบ้านและแย่งชิงเงินบำนาญไม่เช่นนั้นเงินนี้ก็จะตกไปอยู่ในมือของนายหลี่และหลี่ซูอิง
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า“ภรรยาตงเซิงเป็นคนรู้จักบุญคุณ เช้านี้เธอก็เอาของมาให้บ้านฉันพรุ่งนี้ฉันจะเตรียมของตอบแทนหล่อนเช่นกัน”
ในเมื่อหลี่ต้าเฉวียนให้ไก่ป่าเธอก็จะให้ของอย่างอื่นไปแทนแล้วกัน
หลังจากแยกจากกันเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวก็เดินตรงกลับบ้านส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็ไปบ้านของเฉิงติ้งผิง
พอดีตอนนี้บ้านเฉิงติ้งผิงอยู่ท้ายหมู่บ้านออกจากหลังเขาแล้วก็ไม่ไกลนัก ก็จะถึงบ้านของเฉิงติ้งผิงแล้ว
ในลานบ้านเฉิงติ้งผิงกำลังเก็บเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน วันนี้แดดจัดตากแดดมาทั้งวันจนแห้งสนิทแล้ว เมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกนุ่มนิ่มสบายมือ
มือที่ถือเสื้อผ้ามีมากเกินไปทำให้เสื้อผ้าสองชุดหล่นลงพื้น เฉิงติ้งผิงกำลังจะก้มลงเก็บทว่ากลับมีมือคู่หนึ่งเร็วกว่าเธอมากเก็บเสื้อผ้าสองชุดที่หล่นลงพื้นขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วยื่นส่งให้เธอ
“นี่ครับ”
เฉิงติ้งผิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลี่ต้าเฉวียนที่กำลังยิ้มเจื่อนๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“น้องสะใภ้ คุณเกรงใจไปแล้วครับ เอ่อ… นี่ไก่ป่าตัวนี้ให้คุณผมเพิ่งล่ามาจากบนเขา ที่บ้านผมไม่มีอะไรดีๆ จะให้หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจไก่ป่าตัวเดียวนะครับ”
หลี่ต้าเฉวียนเคยพบเฉิงติ้งผิงมาหลายครั้งแต่ไม่เคยพูดคุยกันมากนัก
ในความทรงจำเขาเพียงแค่จำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ดูสง่างาม มีเสน่ห์แบบหญิงสาวชาวบ้าน แต่ผอมมากแถมยังเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบพูดคุย จึงไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น
ตอนนี้เมื่อเดินเข้ามาใกล้เขาก็พบว่าเธอยังผอมกว่าที่คิดเสียอีก
เฉิงติ้งผิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเอาไปกินเองเถอะ”
ที่เธอเอาของไปให้ก็เพื่อเป็นการขอบคุณเท่านั้น จะให้หลี่ต้าเฉวียนเอาไก่ป่ามาให้ได้อย่างไร!
อีกอย่างในยุคนี้ไก่กับเนื้อเป็นของหายากมากบางบ้านทั้งปีแทบจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลย เขาให้ไก่มาทั้งตัวแบบนี้เธอรับไม่ได้หรอก! และก็ไม่ควรรับด้วย!
“รับไปเถอะครับ ดูคุณผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้ คุณควรบำรุงร่างกายให้ดีไม่เช่นนั้นเด็กในท้องของคุณจะขาดสารอาหารนะ” หลี่ต้าเฉวียนโยนไก่ป่าลงไปในลานบ้านของเธอแล้วเดินจากไป
เฉิงติ้งผิงมองแผ่นหลังของหลี่ต้าเฉวียนที่เดินจากไปก็รู้สึกอบอุ่นใจเล็กน้อย
คนแปลกหน้าที่ไม่ค่อยได้พบปะกันยังดีกว่าพ่อแม่สามีของเธอเสียอีก…
…
เมื่อถึงบ้านเซียวหยวนหมิงก็จัดเก็บของให้เข้าที่ เห็ดหลินจือถูกเก็บไว้ส่วนไก่ป่าและกระต่ายป่าถูกนำไปที่ห้องครัว เพื่อเตรียมทำความสะอาดไก่ตัวหนึ่งจะนำไปตุ๋น ส่วนที่เหลือจะนำไปหมักเกลือแล้วเก็บไว้
เพราะมีมากเกินกว่าจะกินหมดในคราวเดียวแถมอากาศก็เริ่มร้อนขึ้นแล้ว หากเก็บไว้นานเกินไปก็จะเสียได้ง่าย
ในตอนเย็นเซียวหยวนหมิงได้ตุ๋นน้ำแกงไก่ป่าสมุนไพรโดยใส่เห็ดแห้งสองดอกที่เขาเก็บมาจากบนเขาแล้วนำมาตากแห้งลงไปด้วยเมื่อใส่ลงไปในน้ำแกงก็ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมน่าลิ้มลอง
ซูเจียวเจียวซดน้ำแกงไปถึงสองชามเต็มๆและกินเนื้อไก่ไปอีกหนึ่งชามเต็มๆ …