สามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB)

    32. ข้ายังอยู่ไม่ใช่หรือไง?

                    แกวก...

                    กลิ่นคาวเลือดโชยเข้ามาปะทะจมูกของหลี่เจี่ยหลิงชายหนุ่มไม่ให้โอกาสนางได้ตรวจสอบเขาพลิกตัวหมุนเคลื่อนเท้าหลบกดหญิงสาวในอ้อมแขนแน่นไม่ปล่อยอีกมือยกธนูขึ้นตั้งอีกมือที่โอบกอดหญิงสาวเอื้อมไปหยิบลูกศรที่หลังพาดหลัง            

                    เขากำลังยิงธนูทั้งที่ยังสวมกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนแน่นไม่ปล่อย

                    กลิ่นอายยามปกติของชายหนุ่มเปลี่ยนไปมันเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้าจนนางเองยังต้องตกใจ ดวงตาคู่นั้นราวกับมีประกายไฟแห่งการเข่นฆ่าปรากฏออกมา

                    หรือว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขา...

                    ฉึบ

                    ลูกธนูเหล็กตัดผ่านอากาศพุ่งเข้ากลางแสกหน้าเสือตัวนั้นเต็มแรงจนมันชะงักถอยหลังไปเล้กน้อย จ้าวห่าวหลินไม่รอช้ากดกอดหญิงสาวกระโดดถอยตัวเว้นระยะห่างและยิงซ้ำไปอีกสองดอกติด

                    ลูกธนูทั้งสองดอกต่างพุ่งไปยังจุดตายเสือตัวนั้นโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนจะสิ้นใจล้มตัวลง

                    “อย่าเอาแต่ห่วงข้าจนไม่สนใจตัวเองเช่นนี้อีก”

                    ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยแตกต่างกับก่อนหน้านี้ราวกับคนละคนแววตาของเขาทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวจนสับสน รีบเบือนสายตาออก

                    เฉินเหลียงวิ่งเข้ามามองไปยังแขนของชายหนุ่มที่โชกไปด้วยเลือดก็รีบพูดขึ้น“ท่านหมอ เสี่ยวหลินดูเหมือนจะโดนเสือตัวนั้นตะปบเข้าแล้ว”

                    หลี่เจี่ยหลิงพ่นลมหายใจสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของเขาถลึงตามอง

                    “ทำไมไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลยข้ารักษาเจ้าวันหนึ่งหายวันหนึ่ง อีกวันก็ได้แผลใหม่อีกแล้ว เจ้าบอกข้าหน่อยสิเจ้าเห็นว่ามีข้าอยู่ข้างกายจึงไม่ต้องดูแลตัวเองนักใช่หรือไม่”

                    จ้าวห่าวหลินมองท่าทางเกรี้ยวกราดของหญิงสาวแล้วรู้สึกว่านางช่างน่ารักนักจนหลุดหัวเราะออกมา

                    “ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก”น้ำเสียงของนางไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

                    ช่วงเวลาที่เสือตัวนั้นพุ่งเข้าใส่เขานางรู้สึกปวดใจและลนลานจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ความกลัวที่ไร้ที่มาปรากฏขึ้นในความคิดของนางเวลานั้นนางกลัวเหลือเกินว่าจะเข้ามาช่วยไม่ทันและจะต้องเสียเขาไป กลัวว่าเขาอาจจะบาดเจ็บ

                    แล้วดูเจ้าทึ่มนี่สิไร้จิตสำนึก!

                    “เจ้าโกรธข้า?”

                    “แล้วคิดว่าอย่างไงข้าควรจะยิ้มให้เจ้าหรือ ...ก่อนมาข้าก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้ระวังตัวเพียงแค่ละสายตาจากข้าไม่นานดูว่าเจ้าเจอสิ่งใด ทั้งหมีทั้งเสือออกมากันหมดป่า”

                    เฉินเหลียงสะดุ้งเกาหัวด้วยความรู้สึกผิด“ท่านหมอท่านอย่าได้โกรธเคืองเสี่ยวหลินเลย ล้วนเป็นความผิดข้า”

                    นางมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเฉินเหลียงก็รู้สึกใจอ่อนลงพอเหลือบสายตาไปมองใบหน้าระรื่นของสามีตัวเอง แล้วก็เกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีกครั้ง

                    นางกระแทกตัวเขาลงบนรากไม้เรียกกล่องยาออกมาทำแผลให้ชายหนุ่มตามแรงอารมณ์ ไม่สนว่าคนจะเจ็บจะปวดแค่ไหนเหอะ... ขนาดเจอเสือยังไม่สะทกสะท้าน แผลแค่นี้คงเล็กน้อยนัก

                    ชายหนุ่มยิ้มอ่อนแสร้งเอ่ยเสียงเบา“ฮูหยิน ข้าเจ็บ”

                    “เจ็บได้ดีเจ็บสิเจ้าจะได้รู้จักจำเสียบ้าง” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่แรงที่ทำแผลก็ลดน้อยลงไปจนแทบไม่รู้สึกทำให้ชายหนุ่มแย้มยิ้มกว้างขบขันแต่ไม่กล้าหัวเราะกลัวจะยั่วโมโหหญิงสาวมากกว่าเดิม

                    โชคดีที่คราวนี้เขาไหวตัวหลบไว้แผลที่ได้ไม่ลึกนัก

                    “คราวหน้าอย่าได้ประมาทเช่นนี้อีก”

                    “เข้าใจแล้ว”น้ำเสียงของเขามีความตามใจอยู่หลายส่วน

                    พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้นางก็รู้สึกสงบลงเล็กน้อยพอเห็นสีหน้านางดีขึ้นเขาก็รีบพูดเสริมทันที “เอาละ เลิกโกรธข้าเสียทีและบอกข้ามาว่าเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเจ้าออกไปหาสมุนไพรที่อื่นหรอกหรือ?”

                    “สมุนไพรนั่นอยู่แถวนี้พอดี”

                    บอกได้หรือว่าเป็นห่วงเลยตามมา...

                    ชุนเชียงแอบอยู่บนต้นไม้ไม่ไกลหัวเราะไร้เสียงควรบอกท่านเขยดีหรือไม่ ฮูหยินคนเก่งของนางรีบออกไปหาสมุนไพรไม่นานก็กังวลจนต้องรีบกลับมาเฝ้าสังเกตการณ์ท่านเขยแทน

                    จุ๊ๆ ...ความรักนี่ช่างน่ากลัวนัก

                    ดูเหมือนท่านอาจารย์จะได้ทายาทรุ่นสามในอีกไม่ช้า

                    การเข้าค่ายค้างแรมในป่าก็จบลงเพียงเท่านี้เฉินเหลียงรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ต้องกลับแล้ว แต่ถึงอย่างไรการล่าในครั้งนี้พวเขาเก็บเกี่ยวมาได้มากกว่าที่คาดไว้นับว่าไม่เสียหายนัก น่าพอใจ

                    หลี่เจี่ยหลิงเก็บสัตว์ที่ล่าทั้งหมดเข้าแหวนมิติทำให้หมดปัญหาเรื่องขนสินค้ากลับทันทีเฉินเหลียงมองพวกมันหายวับไปกับตาแล้วก็ทอดถอนใจหากเขามีแหวนเช่นนี้สักวงคงดีไม่น้อย

                    หลี่เจี่ยหลิงเห็นว่าหากกลับตอนนี้ก็จะทันมื้อเย็นจึงเร่งทั้งสองกลับบ้านทันทีโดยไม่ค้างแรมในป่าอีก

                    ระหว่างทางจ้าวห่าวหลินบอกให้เฉินเหลียงนำทางไปดูจุดวางกับดักของพวกเขา

                    “พี่ใหญ่ท่านมาดูนี่สิ”จ้าวห่าวหลินนั่งลงปลดกระต่ายตัวอ้วนกลมขึ้นมาตัวหนึ่ง สำรวจมันอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ย“ตัวเมีย กำลังท้องอยู่ด้วย”

                    ดียิ่ง!หากจับไปลี้ยงก็ไม่ต้องรอให้มันผสมพันธุ์กันและรอให้ตั้งท้องอีกแล้วเพียงแค่รออีกไม่กี่เดือนลูกกระต่ายชุดแรกก็จะคลอดออกมา

                    พอนึกถึงตรงนี้รอยยิ้มของชายหนุ่มก็เจือนลงเล็กน้อยดูเศร้าลงจนหลี่เจี่ยหลิงที่แอบมองอยู่ขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

                    เฉินเหลียงหัวเราะชอบอกชอบใจ“ฮ่า ๆ เสี่ยวหลินหากว่าวิธีเลี้ยงกระต่ายของเจ้าได้ผลจริง ๆ ก็ดียิ่งต่อไปข้าจะสอนพวกชาวบ้านเลี้ยงกระต่าย พอถึงตอนนั้นก็ให้เฉินจ้านเอาไปขายให้กับเหลาอาหารในตัวเมืองฉางแบบนี้ทุกครอบครัวในหมู่บ้านก็จะไม่อดยากอีกต่อไป”

                    พอหลี่เจี่ยหลิงได้ยินก็หันมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย“เจ้าเลี้ยงกระต่ายป่าพวกนี้ได้ด้วยหรือ”

                    เขายิ้มตอบรับ“แน่นอน กระต่ายพวกนี้แท้จริงแล้วเลี้ยงไม่ยากอีกทั้งอยู่ใกล้เขาสามารถเก็บผักป่าเหล่านี้ไปเป็นอาหารเลี้ยงพวกมันได้ตลอดอีกด้วยเช่นนี้ก็ไม่ต้องเปลืองค่าอาหารเหมือนเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น”

                    “เจ้าดูรู้เรื่องอะไรมากมายกว่าที่ข้าคิดนะ”

                    “ดีใจหรือไม่ที่มีข้าเป็นสามีเจ้า”

                    เฉินเหลียงหัวเราะเสียงเบาสองผัวเมียคู่นี้ช่างไร้ยางอายนัก ข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคนยังเอ่ยคำหวานใส่กันได้อย่างไม่อายเฮ้อ... “ข้าจะไปดูกับดักตรงอื่นเสียหน่อยว่ายังมีกระต่ายติดกับดักข้าอีกหรือไม่?”

                    พูดจบเขาก็คว้าเอากระต่ายในมือจ้าวห่าวหลินใส่ตะกร้าตัวเองแล้วเดินออกไป

                    “เจ้าบอกว่าตัวเองมาจากครอบครัวใหญ่ครอบครัวเจ้าทำสิ่งใดอย่างนั้นหรือ?”

                    จ้าวห่าวหลินมองหน้าหญิงสาวนิ่งหลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจสะบัดหน้าหนี “หากเจ้าไม่อยากพูดอีกก็ไม่เป็นไร”

                    ทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวจะเดินหนีไปด้วยความโกรธมือหนาคว้ามือบางเอาไว้ดึงตัวเองลุกขึ้นยืนเคียงข้างนางใกล้ ๆสบประสานกับสายตาสงสัยคู่นั้น

                    “เจี่ยหลิง...ฟังข้านะ ที่ข้าไม่ได้บอกอะไรเจ้าเลยตอนนี้ไม่ใช่เพราะข้าไม่เชื่อใจเจ้าเพียงแต่บางเรื่องมันยากจะเอ่ยที่ข้ายังไม่บอกอะไรเจ้าตอนนี้เพราะข้ากลัวเจ้าจะจากไป”

                    หลี่เจี่ยหลิงขมวดคิ้วไม่พอใจ“ทำไมข้าจะต้องจากไป?”

                    จ้าวห่าวหลินหัวเราะสมเพชตัวเอง“เพราะทุกคนล้วนจากข้าไป”

                    คำพูดของเขาที่เอ่ยออกมาช่างอ้างว้างและเศร้าโศกเสียจนนางรู้สึกปวดใจแววตาคู่นั้นสะท้อนให้เห็นถึงการปิดกั้นกังวลและปวดร้าวอยู่ลึกเข้าไป

                    มือที่จับมือหนาไว้กำแน่น“ข้ายังอยู่ไม่ใช่หรือไง?”

                    ความหมายของนางก็คือนางยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้จากไปไหนขอให้เขาอย่าได้กังวล

                    จ้าวห่าวหลินแย้มยิ้ม“ข้ารู้ ข้ารู้”

                    “อะแฮ่ม...ไปกันเลยไหม?” เฉินเหลียงกลับมา ด้านหลังของเขาเต็มแน่นไปด้วยกระต่ายอีกหลายตัว

                    จ้าวห่าวหลินไม่คิดปล่อยมือบางนุ่มนิ่มในมือเพียงแค่จับมือนุ่มนิ่มนี้ไว้เขาก็รู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างน่าอยู่ยิ่งนัก ไม่ได้โดดเดี่ยวอ้างว้างอีกต่อไป

                    หญิงสาวข้างตัวเขาคนนี้ช่างเหมือนมีพลังประหลาดบางอย่างที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยสบายใจเชื่อใจ และพร้อมจะฝากชีวิตไว้ในมือของนางเขารู้สึกราวกับนางเป็นสิ่งที่เขาทำหายไปตอนที่ไม่พบเจอก็ไม่รู้สึกอะไรเพียงแค่อ้างว้างไปบ้าง แต่เมื่อเจอแล้วเขาก็ไม่อยากให้หายไปอีก

                    ไม่มีทางให้หายไปอีก!

                    หลี่เจี่ยหลิงก้มมองมือตัวเองที่ถูกชายหนุ่มจับจูงไม่ปล่อยเม้มปากแต่ไม่ได้เอ่ยว่าอะไรปล่อยให้เขาจูงเดินลงเขาไปทั้งแบบนั้น

                    ยามเซินพวกเขาก็มาถึงบ้านชุนเชียงกับหลินซื่อรอพวกเขาทั้งสามอยู่ที่บ้านสกุลหลี่อยู่ก่อนแล้วก่อนหน้านี้ชุนเชียงได้รุดหน้ามาแจ้งหลินซื่อก่อนแล้วว่าพวกเขาทั้งสามจะกลับมาวันนี้นางเลยมารอเจอสามี

                    พอเห็นสองสามีหนุ่มสาวเดินจูงมือกันกลับมาก็แย้มยิ้มดีใจ

                    นางอยู่ข้างบ้านและไปมาหาสู่กับบ้านสกุลหลี่ตลอดย่อมเห็นท่าทางที่แสดงออกของคนทั้งสองช่วงแรกพวกเขาเหมือนสามีภรรยาทั่วไปที่เพิ่งแต่งงานกันเพราะที่บ้านจับคู่ต่างฝ่ายต่างให้เกียรติกันและกันแต่ห่างเหินไม่สนิทใจ

                    แต่นางก็มองออกว่าทั้งสองใส่ใจซึ่งกันและกันและนางเองก็รู้สึกลุ้นอยากให้พวกเขามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งกันยิ่งขึ้นพอเห็นเช่นนี้แล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มใจไม่น้อยจนแย้มยิ้มกว้างมีความสุขออกมาจากใจจริง

                    “เมียข้าข้ากลับมาแล้ว” เฉินเหลียงรีบเดินมาหาหลินซื่อพร้อมกับเปิดตะกร้าที่ภายในเต็มไปด้วยกระต่ายหลายตัวอยู่ข้างใน

            “เสี่ยวหลินบอกว่าเขารู้วิธีเลี้ยงกระต่าย ต่อไปเจ้าอยู่บ้านเลี้ยงกระต่ายพอมันออกลูกออกหลานเต็มบ้านแล้วเราค่อยขายออกไป ข้าก็จะได้ไม่ต้องเข้าป่าทิ้งให้เจ้าอยู่เรือนคนเดียวอีกแล้วดีหรือไม่?”

                    หลินซื่อหันไปมองจ้าวห่าวหลิน“เสี่ยวหลินเลี้ยงกระต่ายได้อย่างนั้นหรือ?”

                    มิใช่ว่ากระต่ายเลี้ยงยากมากหรอกหรือนางจำได้ดีว่าสามีนางพยายามมากเพียงใดเพื่อจะเลี้ยงเจ้าตัวน้อยพวกนี้สุดท้ายเลี้ยงได้ไม่ถึงเดือนก็ตายทุกที

                    เฉินเหลียงยิ้มกว้างรีบตอบก่อน“แน่นอนอยู่แล้ว เสี่ยวหลินของพวกเราเก่งกาจเพียงนี้ แค่เลี้ยงกระต่ายจะเป็นอะไรไปข้าจะบอกให้นะต่อไปหาพวกเราเลี้ยงกระต่ายเหล่านี้ได้ดี ข้าจะบอกวิธีเลี้ยงกระต่ายให้หัวหน้าหมู่บ้านแล้วแบ่งกระต่ายไปให้แต่ละเรือนในหมู่บ้านช่วยกันเลี้ยงไม่แน่อีกไม่กี่เดือนหมู่บ้านของพวกเราจะกลายเป็นหมู่บ้านส่งออกกระต่ายขนาดใหญ่ก็ได้ฮ่าๆๆ”

                    “ดีเช่นนั้นก็ดี” นางหันไปยิ้มขอบใจจ้าวห่าวหลินก่อนจะหันมองสามี “แต่เจ้าต้องบอกหัวหน้าหมู่บ้านด้วยเล่าว่าเคล็ดลับนี้ถ่ายทอดแค่คนในหมู่บ้าน”

                    อย่างไรเสียนี้เป็นเคล็ดวิชาที่จ้าวห่าวหลินส่งต่อให้พวกนางกับหมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้ เฮ้อ... ไม่ใช่ว่านางใจดำหรอกนะ แต่หากว่ากระต่ายล้นตลาดราคาก็จะตกเมื่อถึงตอนนั้นพวกชาวบ้านก็คงจะกลับมาอดยากอีกครั้ง

                    หากเป็นเช่นนั้นสามีของนางคงไม่พ้นเป็นขี้ปากพวกชาวบ้านเป็นแน่

                    เฉินเหลียงชะงักกะพริบตาไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างไรเสียภรรยาของเขาคนนี้ก็ละเอียดรอบคอบและเฉลียวฉลาดกว่าเขามาก

                    “เสี่ยวหลินขอบใจเจ้าแทนคนในหมู่บ้านแล้ว”

                    นางยิ่งมองยิ่งชอบเจ้าหนุ่มคนนี้เฉลียวฉลาดและรู้มารยาทดีนัก อีกทั้งยังจิตใจดี หยิบจับสิ่งใดก็ดีไปเสียหมดไม่ว่าจะซ่อมบ้าน ทำความสะอาดเรือน ทำอาหารก็ดี

                    หากว่านางมีลูกสาวก็คงจะให้แต่งงานกับเจ้าหนุ่มที่เหมือนเสี่ยวหลินนี่แหละ

                    “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขอรับหากช่วยได้ข้าก็ยินดีช่วย”

                    ตั้งแต่มายังหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีสองสามีภรรยาตรงหน้าคู่นี้แหละที่ช่วยเหลือเขาทุกอย่างและคอยยืนเคียงข้างเขาโดยไม่สงสัยหรือหลบหนีเหมือนคนอื่นความจริงใจที่พวกเขามอบให้จ้าวห่าวหลินเองก็ตอบรับกลับไปเท่ากัน

                    อีกทั้งบางทีการช่วยให้ชาวบ้านหมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้มีชีวิตที่ดีขึ้นก็คงจะทำให้เขารู้สึกผิดน้อยลงก็เป็นได้

                    “ว่าแต่...”ชุนเชียงมองอย่างมีเลศนัยก่อนจะไล่สายตามองต่ำไปยังมือทั้งคู่ที่ยังคงจับกันอยู่ “พวกท่านจะยืนกันอยู่อย่างนี้อีกนานไหมเจ้าคะ?”

                    หลี่เจี่ยหลิงเม้มปากดึงมือตัวเองออกก่อนจะปล่อยสัตว์ที่ล่ามาได้ลงมา

                    “หมี?เสือ?” หลินซื่อมองไปยังสัตว์สองตัวนั้นแล้วหันขวับไปทุบเฉินเหลียงทันที “ท่านเก่งกาจนักนะ หากว่าเสี่ยวหลินเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร?” นางถลึงตาใส่สามี

                    ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาเสียเลยนางจะทุบให้ตายไปเสีย...

                    เฉินเหลียงยกมือขึ้นกัน“เมียรักข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจหมีกับเสือพวกมันได้กลิ่นเลือดเลยตามพวกข้ามาเจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย”

                    จ้าวห่าวหลินมองสองสามีภรรยาวิ่งไล่ทุบตีก็หัวเราะออกมาเสียงหัวเราะทำให้ทั้งสองหยุดลงและเฉินเหลียงก็หัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี หลินซื่อมองทั้งสองคนแล้วได้แต่ถอนหายใจหนัก

                    “เอาเถอะทั้งสองคนกลับมาดีก็ดีแล้ว”

                    เฉินเหลียงส่งสายตาขอบคุณจ้าวห่าวหลินก่อนเฉินเหลียงจะขอให้ชุนเชียงช่วยขนซากพวกมันกลับเรือนตน

                    จ้าวห่าวหลินรู้สึกว่าสองวันมานี้กินแต่เนื้อค่อนข้างหนักท้องเขาจึงเข้าครัวไปทำบะหมี่ง่าย ๆ เป็นมื้อเย็น โดยมีหลินซื่อตามเข้าไปเป็นลูกมือช่วยจ้าวห่าวหลินทำครัว

                    หลี่เจี่ยหลิงมองทั้งสองช่วยกันทำอาหารอย่างคล่องแคล่วชำนาญริมฝีปากบางแย้มยิ้มมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา หลินซื่อแอบมองทั้งสองคนแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ

                    ไม่นานบะหมี่ชามใหญ่ก็ถูกนำออกมาวางบนโต๊ะแปดเซียนมีกับข้าวเป็นเครื่องในผัดพริก ปลานึ่งซีอิ๊ว และผัดผักอีกหลายจาน

                    เฉินเหลียงมองบะหมี่ในชาม“ข้าไม่เคยเห็นบะหมี่เช่นนี้มาก่อน” ในชามของเขานอกจากมีเส้นบะหมี่น้ำแกงแล้วยังมีผัดเนื้อบางอย่างวางโป๊ะอยู่ด้านบน พร้อมกับไข่ต้มอีกลูกด้านข้างมีผักใบเขียว

                    ช่างเป็นบะหมี่ที่ดูมีสีสันยิ่งนักทั้งเขียวทั้งแดงดูท่าทางเผ็ดร้อนน่ากินเหลือเกิน

                    หลินซื่อถลึงตาใส่“แน่ละเจ้าจะเคยเห็นได้อย่างไงกัน มีบะหมี่ร้านไหนกล้าใส่เนื้อให้เจ้าบ้างเล่า”

                    คำพูดของนางทำให้ทุกคนหัวเราะสักพักจ้าวห่าวหลินก็นึกขึ้นได้ลุกขึ้นไปห้องครัวหยิบไหหนึ่งออกมาเดินเซมาทางห้องโถงใหญ่เฉินเหลียงเห็นท่าทางแล้วก็รีบลุกขึ้นไปช่วยยก

                    “เสี่ยวหลินนี่คือสิ่งใด”

                    “สาโทขอรับ”จ้าวห่าวหลินเปิดฝาโอ่งออก กลิ่นสาโทผสมกับสมุนไพรหลายตัวโชยออกมาเรียกน้ำลายของทุกคน

                    “ชุนเชียงไปเอาจอกมาแบ่งสาโทให้ทุกคนลองเถอะ”

                    ไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสองชุนเชียงรีบวิ่งออกไปจัดการเตรียมจอกเหล้าตามจำนวนคนรีบตักสาโทออกมารินแจกเมื่อทุกคนได้ลองรสชาติหวานหอมช่างแตกต่างกับเหล้าที่พวกเขาเคยได้ดื่มนักเหล่าพวกนั้นล้วนแต่แสบคอและมีกลิ่นแรง ต่างกับสาโทที่มีกลิ่นสมุนไพรสดชื่น

                    “อร่อยยิ่งนัก”เฉินเหลียงพึงพอใจยิ่งดื่มทีเดียวหมดจอก ยิ่งดื่มไปกินบะหมี่และผัดเครื่องในไปด้วยช่างเข้ากันยิ่งนัก ยิ่งกินยิ่งเพลิน

                    หลี่เจี่ยหลิงชิมไปเล็กน้อยก็ห้ามไม่ให้ชุนเชียงเติมสาโทให้กับจ้าวห่าวหลินอีกนางรู้สึกว่าสาโทนี่ฤทธิ์แรงกว่าเหล้าปกตินัก ร่างกายของเขาไม่ดีนักจึงไม่ควรดื่ม

                    “ไว้เจ้าหายดีแล้วข้าจะให้เจ้าดื่ม”เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่ม นางก็อดที่จะเอ่ยบอกไม่ได้

                    จ้าวห่าวหลินไม่ใช่คนดื้อดึงนางบอกไม่ให้ดื่มอีกเขาก็ไม่คิดจะดื่มอีก ก่อนจะเอ่ยว่า “ไว้ถึงเทศกาลฉงหยางข้าจะทำขนมฉงหยางให้เจ้ากินรับรองว่าอร่อยไม่แพ้กัน”

                    หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกว่ายิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าก็มีเรื่องอะไรให้นางประหลาดใจและค้นหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

                    “อืม...ข้าจะรอ”

    คล้ายกับเรื่องสามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB) ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276