ตอนที่ 21 The Girl
“ทั้งตัว และ เลือดเนื้อของข้านั้นมันก็มีเท่าที่เจ้าได้ประจักษ์ จะให้ข้า กลับไปมีร่างกายที่กระปรี้กระเปร่าแข็งแรง หรือ ให้เนื้อหนังนั้นดูเต่งตึงอิ่มเอมนั้นคงเป็นไปมิได้ดอก เอาล่ะ เจ้าอยากได้สิ่งได้จากร่างกายของข้า เจ้าก็มาว่า?”
“ท่านลืมไปแล้วหรือ? ว่าท่านยังมีสิ่งหนึ่ง ที่ตัวข้าไม่มี
ร่างเงาดำปีศาจมันลอยตัวขึ้น แล้วหมุนวนรอบๆ ตัวของท่านนักปราชญ์ พร้อมจ้องมองเขาทั้งแสยะยิ้มไป
สิ่งนั้นก็คือ...ลมหายใจ ที่พวกท่านหายใจเข้า หายใจออกเพื่อดำเนินชีวิตสืบไป พวกท่านเกิดมาเป็นคน ท่านมีชีวิต ท่านมีตัวตน ท่านมีจิตวิญญาณ แต่ข้านั้นกลับโชคร้าย โดนคำสาปจนกลายร่างเป็นวิญญาณที่ไม่ได้เกิดมาหลายพันปี จนบัดนี้วิญญาณของข้านั้น ก็กลายเป็นปีศาจไปเสียแล้ว ใช้ชีวิตอยู่ด้วยเครื่องใน ชิ้นส่วนของพวกมนุษย์ ข้าแค่อยากรู้ ข้าแค่อยากจะลองสัมผัสมันดูบ้าง ว่าสิ่งมีชีวิตเฉกเช่นท่าน ที่เขาเรียกกันว่ามนุษย์ มันเป็นเช่นไร ความรู้สึก จิตวิญญาณ แม้กระทั่งลมหายใจที่ดูจะแผ่วเบานั้น มันเป็นเช่นไร ข้าอยากได้ชีวิตของท่าน ข้าอยากได้มันจากท่าน ท่านจะมอบมันให้กับข้าได้หรือไม่?”
“555++ เจ้านี่มัน....บ้าไปแล้วหรือ ข้าปลุกเจ้าขึ้นมาจากหลุมนั้น เพื่อให้เจ้ามาทำงานให้ข้า ไม่ได้ให้เจ้ามาครอบครองมันแทนตัวข้า ถ้าเจ้าประสงค์เช่นนั้น เจ้าก็อย่างหวังเลยว่าจะได้มันมา ข้าจะถีบส่งเจ้ากลับคืนสู่ที่เดิม เจ้าปีศาจ”
น้ำเสียงท่านนักปราชญ์ดุดัน แสดงออกถึงความไม่พอใจ ทั้งแววตานั้นบวกกับใบหน้าที่ดูเหี้ยมเกรียมขึ้น
เขาเริ่มร่ายเวทมนต์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเป็นการเรียกวิญญาณปีศาจตนนี้กลับคืนสู่เดิม ปากของเขาเริ่มขมิบ ขยับไปเรื่อยๆ
ส่วนร่างเงาดำของปีศาจนั้นมันกลับลอยล่องหนีหายไปอย่างล่องหน มันลอยมาหาองค์ราชินีอีกทางฟากฝั่งหนึ่งถัดมา อยู่ๆ พระนางก็มีความรู้สึกว่า ไอ้ตาแก่นักปราชญ์นั้น อยู่ไม่ไกลถัดจากนี้ จิตใจของพระนางดูกระวนกระวาย จนไม่เป็นตัวเอง
“พวกเรารีบไปกำจัดมันกันเถอะ เร็วตามเรามา..... มันอยู่ไม่ไกลจากนี้ ตามเรามาเร็วๆ ทุกคน”พระนางทิ้งประโยคสั้นๆ เอาไว้ส่วนตัวนั้น วิ่งนำหน้าทุกคนไปแล้ว มองเห็นแต่ชายเสื้อที่ปลิวสะบัด
“รอด้วยเพ่ค่ะ รอหม่อมฉันด้วย.....” น้ำเสียงหอบกระเซ้าของผู้ติดตาม ร้องลั่นสนั่นอยู่ด้านหลังของพระนาง
“พี่สกายหยิบปืนไฟด้วย คราวนี้พวกเรายิงมันให้สมองกระจุยไปเลย”
สตาร์หันไปมองพี่สาวก่อนที่จะคว้าเอาปืนมาแนบข้าง แล้วออกวิ่งตามหลังไป
“เอาล่ะ.... ในที่สุดก็เจอตัวเสียที นะไอ้แก่บ้าอำนาจ”
“อะ อ้าว... องค์ราชินีนี่เอง ทำไมพระนางถึงใช้คำหยาบกระด้างเช่นนี้มันช่างดูระแคะระคายใบหูเสียจริง เอามันมาเรียกแทนตัวหม่อมฉันแบบนั้นได้อย่างไรเล่าละพ่ะยะค่ะ มันดูไม่งดงามไม่สมกับพระนางเอาเสียเลย”
ท่านนักปราชญ์ส่ายหัวไปมา พร้อมกับพล่ามคำที่ชวนกวนประสาทยิ่งนักสบถออกมาในขณะที่คาถาที่เขาร่ายนั้น มันยังท่องบทสวดไม่จบบท แต่อยู่ๆ ก็ถูกมาขัดจังหวะเอาเสียก่อน ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เริ่มดูแย่ลงไปอีก เพราะท่านนักปราชญ์ลืมไปว่ายังมีปีศาจตนนั้น ที่เขาปลุกเสกมันขึ้นมา มันยังไม่กลับไปสู่ที่เดิม เพราะเขามัวแต่มาสนใจสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ก่อน
ปัง ปัง ปัง!!!
ปัง ปัง ปัง!!!
เขม่าควันลอยพุ่งขึ้น จากปลายกระบอกปืน ฝากทิ้งไว้ให้จดจำเพียงเสียงที่ลั่นออกมาร่างแก่ชราหัวหงอกหงอม นั่งฟุกลงกับพื้น ราวกับคนไม่มีกระดูกพยุงร่างกาย เลือดดำจุกปากเหมือนคนละโมบ เมื่อฤทธิ์พิษสงทั้งหมดถูกทำลายลง แผ่นหลังของเขาโดนกระสุนเจาะ เข้าจนทะลุเครื่องในผ่าอวัยวะ ผ่านอาภรณ์นั้นเป็นรูโหวจนประจักษ์กับสายตา โลหิตดำกลั่น คั่นบีบลงสู่พื้นพสุธา และในที่สุดสิ่งที่มีล้ำค่าที่สุดของมัน ก็ถูกคนอื่นมาพรากจากไป และไม่มีวันหวนกลับทุกสายตาหันมองสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย แววตาลุกโพรง ตื่นตระหนก งง ช๊อค และถูกอาการอึ้งพูดไม่ออก กลืนกินยึดร่างกายชั่วขณะ มองไปข้างๆ เห็นแต่สกายพ้นลมจากปากแล้วลูบกระบอกปืนคู่ใจนั้นอย่างเอ็นดู ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต
“เฮ้อ.....!! ตาย ตาย ไปซะที”
“ไอ้ชั่ว.....โลกจะได้น่าอยู่ขึ้น ถ้าไม่มีคนอย่างแก่ ไอ้แก่.... ไอ้เลว”
สตาร์สบถออกมาด้วยความโล่งปนด่าและระบายความรู้สึกมันออกมาจากใจของเขาร่างวิญญาณดำทะมึนของปีศาจลอยล่องฝ่าอากาศมา
“ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ องค์หญิง และทุกๆ คน ขอบคุณที่ช่วยปล็ดปล่อยข้า สู่อิสระ ทีนี้ข้าจะไปกลับไปเกิดเสียที”
ร่างดำนั้นมันพล่ามบทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะค่อยๆ สลายหายไปในอากาศทุกคนหันหน้ามองกันด้วยสายตางุนงงและสงสัยว่ามันมาจากไหน และอยู่ๆ ก็มาบอกว่า ขอบคุณ ขอบคุณ แล้วก็ลอยหายหนีไปแบบนี้ แต่ปริศนานี้ก็ยังเป็นข้อข้องใจกันต่อไป เมื่อไม่มีใครอยากรู้หรือรื้อค้นย้อนกลับไปค้นหาคำตอบอย่างแน่นอน
“องค์หญิง ท่านหญิง ท่านผู้ติดตาม ข้ามาแล้ว ข้ามาช่วยพวกท่านแล้ว”เสียงดังก้องกังวานจากบนแผ่นฟ้าสนั่นไปทั่วบริเวณ จนทุกคนต้องแหงนหน้าขึ้นไปมองให้ความสนใจพร้อมๆ กัน
เมื่อเบื้องบนปรากฏเป็นยานลำใหญ่ลอยล่องค่อยๆ หาที่จอดลงสู่พื้นพสุธา ยานนั้นมันเป็นยานที่มาจากดวงดาวของเรา และน้ำเสียงนั้น เสียงของท่านเลขาของเราเองมีหรือ ที่ทุกคนจะลืมเลือน และไม่นานรอยยิ้มแห่งความดีใจ ตื่นตันก็หลั่งไหลออกมา
“จริงๆ ด้วย จริงๆ ด้วย ใช่จริงๆ ด้วย ท่านเลขา ท่านเลขา ทรงมาช่วยพวกเราแล้วเพ่ค่ะ พระนาง”ผู้ติดตามนางดีใจ จนอดกลั่นเก็บความรู้สึกมันเอาไม่อยู่แล้ว
“เย้ เย้ เย้!!! วันนี้ที่รอคอย”
ท่านหญิงร้องลั่นด้วยความดีใจ พร้อมอาการร่าเริงโลดเล่นกระโดดเต้นไปมา.......................
แล้วสองพี่น้อง สกายและสตาร์ล่ะ?
พวกเขาจะอยู่อย่างไร จะใช้ชีวิตอย่างไร?
แล้วโลกล่ะ? จะเป็นอย่างไรต่อ?
มาเสพกันต่อ ในตอนต่อไปนะค่ะ
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน