ทันทีที่ประกายไฟจากหินเหล็กไฟวูบติดกองฟืนแห้ง อาคมที่หลับใหลใต้เตาก็พลันตื่น
แสงสีแดงเืสว่างวาบขึ้นมาจากใต้ซากเตาไฟอย่างเงียบเชียบ อักขระสีชาดนับสิบตัวเลื้อยพันกันเป็วงเวทขนาดใหญ่แผ่ขยายออกไปครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งโรงครัว กลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้นจนอากาศรอบด้านหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยก้อนหินั์
หลินเฉาที่กำลังยื่นมือไปหยิบกระบวยตักน้ำถึงกับชะงักงัน ขนทั่วร่างลุกชัน สัญชาตญาณร้องเตือนให้เขาวิ่งหนี ทว่าขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งเหมือนโดนตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น
*บัดซบ! นี่มันแสงอะไรกัน!*
เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นวงเวทสีแดงใต้เท้าเริ่มสั่นระริก คลื่นความร้อนมหาศาลกำลังบีบอัดตัวเตรียมปะทุ ทว่าในจังหวะคอขาดบาดตายนั้นเอง เงาร่างคุ้นตาก็เดินผิวปากผ่านประตูเข้ามาอย่างอารมณ์ดี
"หลินเฉา! ท่านหลงจู๊ให้ข้ามาเตือนเื่ค่าเช่าโรงครัว... เอ๊ะ แสงสีแดงนี่มันอะไร..."
เคนหนีคนที่เจ็ดก้าวเข้ามาเหยียบกลางวงเวทมรณะพอดิบพอดี ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็สายเกินจะถอยหนีเสียแล้ว...
**ตู้ม!!!**
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นเพลิงสีแดงะเิออกกวาดทำลายทุกสิ่งในรัศมี โรงครัวที่พังไปแล้วครึ่งหนึ่งถูกกระชากปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า อิฐและไม้แตกละเอียดเป็จุณ ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง กลิ่นอายโบราณอันดำมืดกลับปะทุขึ้นจากร่างของหลินเฉา
พันธะชีวิตถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยอัตโนมัติ!
"เอ๋งงงงงงง!"
ใต้กองไม้ที่มุมห้อง ลูกหมาดำที่นอนหลับสบายอยู่กลับมิได้สะทกสะท้านแม้คลื่นเพลิงมหาศาลจะซัดสาดผ่านร่างของมันไป อสูราแกร่งเกินกว่าที่เปลวไฟระดับนี้จะระคายแม้เพียงนิด แม้นปลายเส้นขนสักเส้นก็มิอาจเสียหาย ทว่าสิ่งที่เยี่ยนอู๋ต้านทานไม่ได้กลับเป็พันธะชีวิตของมันเอง
ปราณาอันบริสุทธิ์ในร่างเยี่ยนอู๋ถูกสูบกระชากอย่างรุนแรงราวกับโดนควักิญญา ลูกหมาดำที่หลับอยู่จึงดำดิ่งลงสู่ความสลบลึกโดยไม่รู้ตัว พลางก่นด่าในห้วงสำนึกราง ๆ ว่าเ้าเด็กบ้านั่นคงทำอะไรพิเรนทร์อีกแล้ว
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ปราณปริศนาสีม่วงเข้มก็ถูกขับออกมา เกิดเป็ม่านพลังห่อหุ้มร่างของหลินเฉาไว้อย่างมิดชิด คลื่นะเิปราณอันบ้าคลั่งถูกผลักไสออกไปด้านข้างจนหมด ไม่ต่างอะไรกับกระแสน้ำปะทะโขดหินใหญ่ ไม่แม้แต่จะระคายเคืองชายเสื้อของเด็กหนุ่ม
ทว่าภายในร่างกายของหลินเฉาที่ถูกปราณปริมาณมหาศาลถาโถมผ่านร่างอันไร้ซึ่งรากฐานลมปราณในชั่วพริบตา กลับหาได้ปรานีเ้าของร่าง เส้นลมปราณทั่วตัวถูกอัดทะลวงด้วยกระแสปราณจนแสบร้อนระบมราวถูกแผดเผาอยู่ภายใน เือุ่นเอ่อปรี่ทะลักผ่านลำคอ ดวงตา หู จมูก และช่องทวารทุกแห่ง
ขณะเดียวกันนั้น คลื่นความร้อนและลายอักขระสีเืที่ัักับม่านพลังก็ถูก 'รากชะตาว่างเปล่า' ดูดซับเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม วิถีการถ่ายทอดปราณเพื่อวางอาคมะเิปราณถูกสลักฝังลึกลงในรากชะตาอย่างเงียบเชียบ ดุจเมล็ดพันธุ์ที่ซ่อนรอวันงอกงาม
ทว่าหลินเฉาที่กำลังหลับตาปี๋รอความตายอยู่นั้น หาได้ล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในกายตนแม้แต่น้อย นอกจากความเ็ปปางตาย ในหัวก็มีเพียงความคิดวนเวียนว่าคราวนี้คงไม่รอดแน่
ฝุ่นควันค่อยจางลง เผยซากโรงครัวที่ราบเป็หน้ากลองไม่เหลือแม้แต่เสา หลินเฉายืนเด่นอยู่กลางหลุมยุบ
**วิ้งงงงงงงงงงงงงง**
หูทั้งสองข้างของเขาได้ยินเพียงเสียงหึ่งก้องระงม แม้ภายนอกจะไร้รอยขีดข่วน แต่ร่างกายกลับชุ่มโชกไปด้วยเื ภายในปวดระบมไปทั้งร่าง เขากลืนเือุ่นๆ ลงคอ ยกมือขึ้นคลำเนื้อตัว เมื่อพบว่าแขนขายังอยู่ครบก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แล้วก็ล้มแผละทั้งยืนลงไปอย่างนั้น
"ระ... รอดแล้ว ข้ายังไม่ตาย!"
หลินเฉานอนแผ่หราอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่จะรวบรวมกำลังลุกขึ้นนั่ง พลางกวาดสายตาหาเงาร่างที่เพิ่งเดินเข้ามาก่อนหน้าด้วยใจหวิวๆ นึกว่าคราวนี้เคนหนีต้องแหลกเป็จุณจนหาซากร่างไม่เจอแน่ๆ ทว่าเขากลับต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
เคนหนีคนที่เจ็ดนอนแผ่หราอยู่ริมขอบหลุมะเิ เสื้อผ้าขาดวิ่นเลอะเขม่าดำไปทั้งตัว แต่ยังหายใจรวยรินอยู่! แรงะเิมหาศาลกลับเหวี่ยงร่างของเขากระเด็นพ้นใจกลางวงเวทอย่างหวุดหวิดราวปาฏิหาริย์
"โอ้โห! ศิษย์พี่เคนหนี! ท่าน...ท่านรอดจากะเิมาได้ด้วยหรือนี่!?" หลินเฉาแทบน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปีติ ในที่สุดก็มีสักรอบที่เคนหนีไม่ต้องสังเวยชีวิต
เคนหนีลืมตาปรือ ยิ้มแหยๆ พลางค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนโซเซ "แหะๆ คราวนี้ข้ายังไม่ตายล่ะ ศิษย์น้องหลิน..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดก็ดังขึ้นเหนือหัว ซากคานไม้ท่อนเขื่องที่ค้างเติ่งอยู่เพราะแรงะเิเมื่อครู่ หมดสภาพแล้วร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วง
**กร๊อบ!**
น้ำหนักหลายร้อยชั่งกระแทกทับร่างของเคนหนีคนที่เจ็ดจมมิดลงไปในพื้นดิน เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นมาเปื้อนรองเท้าฟางของหลินเฉา
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฉาแข็งค้าง เขานั่งมองศพเคนหนีสลับกับซากโรงครัวที่พังยับเยินไม่มีชิ้นดี
"บัดซบเอ๊ย!! คานไม้ฆ่าเคนหนี!!"
หลินเฉาไม่ไยดีต่อศพเคนหนีหรือาแในกายตนแม้แต่น้อย สายตากลับจับจ้องเขม็งอยู่ที่เศษหม้อเศษชามและซากเตาที่แหลกกระจาย ร้านบะหมี่ที่อุตส่าห์เปิดได้เพียงวันเดียว บัดนี้กลับกลายเป็หลุมะเิขนาดใหญ่ไปเสียแล้ว
เขาก้มลงคว้าตะหลิวและกระทะเหล็กคู่ใจที่กระเด็นมาตกอยู่ข้างเท้า กำแน่นจนข้อขาว ฟันกัดกรอด ดวงตาทอประกายอำมหิต
"ผู้ใดกัน ช่างโหดร้ายถึงเพียงนี้!" เขาร้องะโอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน บนยอดต้นสนใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล บุรุษชุดขาวผู้หนึ่งยืนเหยียบกิ่งไม้มองภาพเบื้องล่างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ศิษย์พี่หน้ายิ้มััได้ถึงแรงะเิจึงย้อนกลับมาดูผลงาน ทว่าภาพที่เห็นกลับทำลายความมั่นใจของมันจนยับเยิน เด็กโรงครัวชั้นต่ำผู้นั้นไม่เพียงไม่ตาย กลับยังสามารถยืนหยัดด้วยท่าทีแข็งขัน!
*เป็ไปไม่ได้! อาคมสังหารของข้าไม่ระคายผิวเ้าเด็กชั้นต่ำนั่นเลยงั้นรึ?!* มันลอบกำหมัดแน่น ความอับอายและความรู้สึกเสียหน้าพุ่งพล่านในอก ขืนเื่นี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของมันในฐานะศิษย์สายในคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
จำต้องลงมือฆ่าเด็กนี่ให้ตายด้วยมือตัวเองเพื่อลบรอยด่างพร้อย ชายหนุ่มหยิบหน้ากากผ้าสีดำสนิทขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้า ก่อนจะปลดกระบี่ประจำตัวทิ้งไว้บนกิ่งไม้ แล้วดึง 'มีดสั้นไร้เงา' ไร้ตราสัญลักษณ์ออกจากแขนเสื้อ
ดวงตาภายใต้หน้ากากหรี่ลงอย่างเยือกเย็น รอยยิ้มไมตรีจิตที่เคยฉาบใบหน้าค่อยๆ บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง พลันร่างในชุดขาวก็ทะยานลงจากต้นสน มุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของหลินเฉาที่กำลังยืนโมโหโกรธาอยู่เบื้องล่าง!