“ครั้งนี้เราต้องตีให้แตก เรา้าติดต่อการค้ากับชาวโพ้นทะเล แต่การเพาะปลูกยังลำบากอยู่เพราะภูมิประเทศเป็ูเา ถ้าไม่เป็ดินทรายก็เป็ดินเค็ม พวกเป่ยซานจึง้ายึดพื้นที่ภาคกลางอย่างเราที่มีดินที่อุดมสมบูรณ์กว่า” แม่ทัพหยางตอบ
“ข้าขอถามหน่อยสิ เป่ยแปลว่าทิศเหนือ ทำไมอยู่อยู่ทางใต้” อันดาไม่เข้าใจ
“เพราะชื่อแคว้นของเป่ยซานเป็แคว้นหนาน ที่แปลว่าแคว้นทางใต้ มีการปกครองเป็สี่กลุ่ม อ๋องเป่ยนั้นมีความสามารถและละโมบจึงตีอีกสามส่วนแล้วรวมเป็ของตนเอง ดังนั้นตรงนั้นผู้ครอง แคว้นหนาน แต่ชาวเมืองเรียกตัวเองว่าเป่ยซานและคนที่เรารบด้วยคือพวกเป่ยซาน” แม่ทัพหยางเฉลย
“อ้อ หวังว่าถ้าท่านไปรบทางเหนือเมืองนั้นคงไม่เรียกตัวเองว่าหนานซานหรอกนะ” อันดาประชด
“ไม่หรอก นั่นเรียกว่าแคว้นซีเป่ย เป็พันธมิตรกับเรา” หยวนอิงตอบ
“อ้อ” อันดาเข้าใจแล้ว
“จะว่าไป เ้าก็เหมือนพวกซีเป่ยนะ พวกนั้นผิวขาวอมชมพูอย่างเ้า ผมและตาสีอ่อนเหมือนตุ๊กตาหินอ่อนอย่างเ้าเลย” หยวนอิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าที่แท้ เขารู้สึกว่าเ้าเด็กนี่คล้ายใคร
“เ้าเคยเห็นพวกเขาเหรอ รู้จักพวกเขาหรือไม่” อันดาตื่นเต้น
"รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่ไม่รู้จักเป็การส่วนตัวหรอก พวกเขาอยู่ในดินแดนหิมะ มีลักษณะนิสัยประหลาด แล้วก็มีภาษาเป็ของตัวเอง ผิดกับตงเป่ยที่เป็ที่ราบสูงส่วนใหญ่ก็เลี้ยงสัตว์ในทุ่ง
“อ้อ” อันดาจำไว้เป็ข้อมูล
“ข้ารู้จักคนหนึ่ง แต่นางไม่ปรากฏตัวมานานมากแล้ว” แม่ทัพหยาง
“ท่านหมายถึงชายามรกตใช่หรือไม่” หยวนอิงถาม
“ใช่ ท่านเป็น้องสะใภ้ของอาจารย์ข้า” แม่ทัพหยางหันมาบอกอันดาเพื่อให้เธอรู้ว่านั่นคือเบาะแสที่จะตามหาพ่อแม่ของเธอ
“แล้วท่านจะเจอนางได้หรือไม่” อันดาตื่นเต้น
“ต้องรอให้กลับเมืองหลวงก่อนข้าจะหาทางไปเจอพวกเขา” แม่ทัพหยางตอบ ที่จริงเขาน่าจะเป็คนสุดท้ายที่นางอยากจะเห็นหน้า แต่เพื่อทำตามสัญญาเขาจะพาอันดาไปเจอนางให้ได้
“เอาล่ะเสร็จแล้ว” อันดานั้นนั่งคุยไปพอกเกลือกับปลาไปจนเสร็จ
“เ้าหนู เ้านี่มันจริงๆเล้ย” หยวนอิงถึงกับส่ายหัว
“เออน่า เอาไปเผาแล้วลองกินดูก่อน ข้าจะทำน้ำจิ้มให้เ้ากิน” อันดาตระเวนไปทั่วโลกชอบที่สุดคืออาหารไทย แต่เพราะเธอกินเผ็ดไม่ได้มาก จึงชอบอาหารรสจัดมากจึงพยายามทำสูตรที่เธอกินได้แล้วก็ไม่เผ็ดจนเกินไป
“พวกท่านกินเผ็ดได้หรือไม่” อันดาถาม
“กินได้สิ” แม่ทัพหยาง เพราะต้องไปรบหลายๆที่อาหารอะไรก็ต้องกินได้ แต่ก็ไม่เคยชอบอาหารแบบไหนเป็พิเศษ เรียกได้ว่าลิ้นจระเข้นั่นเอง
“งั้นต้องรอ” อันดาก็เอาขวดน้ำจิ้มออกมาจากกระเป๋า
“กระเป๋าของเ้านี่มัน” หยวนอิงไม่รู้จะทึ่งอย่างไรแล้ว
"มาๆ มาเผากันหมกเข้าไป อันดาเอาใบบัวมาฉีกแล้วพับเป็กระทงเพื่อใส่น้ำจิ้มลงไป
“เ้านี่ทำได้ทุกอย่างเลยนะ” แม่ทัพหยาง
“ไม่ได้ทุกอย่างหรอก ข้าเข้าสังคมไม่เก่งโดยเฉพาะงานเลี้ยง กำลังจะหัด แต่ก็ดันหลงมาที่นี่เสียก่อน” เธออยากให้พ่อแต่งงานกับแดเนียล่า แต่พอนึกถึงงานแต่งแล้ว ตอนนี้ก็รู้สึกโล่งใจไม่ได้เข้าไปร่วม ถึงแม้จะเสียใจที่ไม่ได้อยู่ร่วมแสดงความยินดี
นึกถึงเื่นั้นเธอก็เหม่อไปนึกถึงทีมของเธอ
“เ้าว่ามันจะไหม้หรือยังนั่น” หยวนอิงถาม
“อื้อ เอาออกมาได้แล้วล่ะ วางในใบบัวเลย” อันดาบอกให้ทหารหยิบไม้ที่เสียบปลาออกมาจากกองไฟ
“ดูนะ” เธอกะเทาะเกลือออกมาปลาสุกกำลังดี แล้วเอาเนื้อวางเรียงไว้ในใบบัว เอาน้ำจิ้มราดเล็กน้อยกันเผ็ด แล้วยื่นให้แม่ทัพหยางหยิบขึ้นมากินแล้วหันไปมองหน้าเธอ
“อร่อยมาก” ปลาสดรสหวานธรรมชาติพอกเกลือด้านนอกมีรสเค็มปะแล่มแล้วน้ำจิ้มที่รสชาติกำลังพอเหมาะพอดี
เมื่อทหารเห็นแม่ทัพกินอย่างอร่อยทุกคนเลยกินตาม
“โอ๊ยๆ ร้อนๆ อร่อยจริงๆ” หยวนอิงดื่มด่ำไปกับปลาเผา
“นี่นะถ้ามีผักกินแล้วก็มีเส้นข้าวนะ จะยิ่งอร่อยเลย” อันดาคุย
“เ้าหนูเ้าเก่งมาก” หยวนอิงเริ่มเห็นความดีของเ้าเด็กนี่ อาหารอย่างนี้เป็รสชาติแปลกใหม่เขา ดูเหมือนเ้าเด็กนี่ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน
“เ้าสอนพวกข้าทำหลุมดักหน่อยสิ” หยวนอิงขอ
“ทำอย่างที่ข้าขุดนั่นแหล่ะ สำคัญต้องหาอะไรบังจากทางเข้า” ความหมายคืออย่ามายุ่งกับอันดา
"พวกทหารลองไปดูหลุมแล้วทำตาม
“ขุด่โค้งน้ำจะได้เยอะ” อันดาะโตามไปบอก
“ท่านกินไม่เยอะเลย” อันดาตั้งข้อสังเกต
“ต้องฝึกตน อยู่ในสนามรบบางครั้งต้องรบติดพันกันเป็เดือน ถ้าข้ากินอิ่มผู้เดียวแล้วปล่อยให้พวกพ้องอดอยากข้ายังจะมีหน้าออกคำสั่งอะไรพวกเขาได้” แม่ทัพหยางมองหน้าเด็กช่างถาม นั่งมองเขาตาแป๋ว
“ท่านเป็ผู้นำที่ดี แต่หากไม่าก็ดีสินะ” อันดาหันไปมองพวกทหารที่กำลังขุดหลุมดักปลา
“พวกเขาจะได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว าสร้างความเสียหายมากเกินไป” อันดา
“โลกที่เ้าจากมาก็มีาเช่นกันหรือ” แม่ทัพหยางถาม
“ใช่แล้วล่ะ มีหลายที่ด้วย พวกข้าต้องตะลอนไปช่วยคนที่เป็เหยื่อของา บางที่โหดร้าย แม้จะเป็เ้าหน้าที่ที่ตกลงตามหลักเงื่อนไขว่าเป็กลาง ห้ามทำร้ายก็ยังถูกฆ่าในหลายๆ ที่เลย” อันดาตอบ
“งานเ้าก็เสี่ยงอันตรายมากเลยสินะ” แม่ทัพหยาง
“ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่เสี่ยงเจอลูกปืนก็เสี่ยงเจอโรคระบาด” อันดาตอบ
“แล้วทำไมพวกเ้าถึงทำ เพื่อประเทศของเ้าหรือ” แม่ทัพหยาง
"พวกเราไม่ได้ทำเพื่อประเทศของเรา แต่เราทำเพื่อโลกของเรา เราเป็พลเมืองโลกดังนั้นทุกคนล้วนเป็เพื่อนร่วมโลก ท่านลองนึกดูเถอะว่าหากท่านอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแต่ไม่มีใครยื่นเข้ามาช่วยเลย ท่านจะเป็อย่างไร มนุษย์เรานั้นอยู่ได้ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เราไม่ได้ใจดีอะไรหรอก แต่ลองคิดว่าถ้าทุกคนคิดถึงแต่ตัวเอง โลกมันจะปั่นป่วนแค่ไหน แล้วหากวันนึงท่านอ่อนแรงลง ท่านก็จะตายเหมือนหมาข้างถนนที่ไม่มีแม้แต่ใครจะสนใจทำศพให้ท่านดูสิ"อันดามอง
“ใช่โลกเราม่ีเื่ดีๆ ให้ทำอีกมากมาย น่าเสียดายที่ต้องเอาแต่ฆ่าฟันกัน” แม่ทัพหยางเห็นด้วย
“เอาล่ะ ถ้าตอนนี้าต้องสยบด้วยา เราก็มาทำให้เราชนะากันเถอะ เด็กกำพร้าจะได้ไม่ต้องเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างนี้” อันดาลุกขึ้น ตั้งใจจะช่วยให้แม่ทัพชนะาให้ได้
“งั้นไปที่ห้องวางแผนรบกัน” แม่ทัพหยางเดินนำอันดาไปขณะที่เหล่าทหารก็หิ้วปลาที่เหลือจากการดักครั้งแรกไปด้วย
“วิธีแบบนี้ดียิ่ง ข้าจะเอาไปหาปลาขายตอนกลับบ้าน” ทหารคนนึงพูดกับเพื่อน ถ้าเขาได้กลับบ้านก็คงจะดี
“เ้ามีแผนทำอะไร” แม่ทัพหยาง
“ไม่มีหรอก แต่ว่าถ้าเกิดฝั่งโน้นมีปืนใหญ่โจรสลัดจริงๆ เราต้องโจรกรรม แอบเข้าไปทำลายปืนใหญ่และอาวุธพวกนั้นซึ่ง” อันดา
“แทบจะเป็ไปไม่ได้” แม่ทัพเสริม