ระยะนี้ทุกเช้ายามลืมตาตื่นขึ้นมาหลี่เยี่ยนฟางมักจะรู้สึกปวดหัวและมึนงงอยู่เป็ประจำ ส่วนยามกลางวันก็มักจะนั่งสัปหงกในเวลาทำงานจนถูกเถ้าแก่ร้านตำหนิว่ากล่าวอยู่เนือง ๆ
คราแรกหลี่เยี่ยนฟางยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายตนเองต่อมาสายตาของนางก็เริ่มพร่ามัว บางครั้งก็เห็นเป็ภาพซ้อนอาการปวดหัวก็มักจะกำเริบอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลกระทบให้งานเย็บปักของนางซึ่งเป็งานที่ต้องใช้สมาธิอย่างสูงเริ่มมีฝีเข็มที่ย่ำแย่ลงจนเห็นได้ชัด
อาการเช่นนี้เป็มาเนิ่นนานนับเดือนแล้วแต่หลี่เยี่ยนฟางกลับไม่คิดจะหาหนทางรักษานางแค่คิดว่าเป็อาการเจ็บป่วยปกติของคนที่พักผ่อนน้อยจึงไม่ได้มีความคิดนึกเอะใจจะไปหาหมอเลยสักครั้งมิหนำซ้ำยังจงใจปกปิดมิให้หลี่จิ้งถิงและผู้อื่นรับรู้ด้วย
แน่นอนว่าคงจะมีเพียงแค่ท่านยายจูที่เฝ้าสังเกตนางอย่างเอาใจใส่พอเห็นว่าร่างกายของหลี่เยี่ยนฟางซูบผอมลงไปมากก็ส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ หญิงชรามักจะพูดรบเร้ากับนางด้วยน้ำเสียงจริงจังอยู่เสมอ
“ฟางเหนียงจื่อยายว่าเ้าหาเวลาไปให้ท่านหมอตรวจร่างกายสักครั้งเถิด หากไม่มีอาการอะไรก็นับได้ว่าเป็เื่ดีแต่ถ้าหากเจ็บป่วยขึ้นมาจริง ๆ จะได้รีบรักษาแต่เนิ่น ๆ”
“ไว้รอข้าเก็บเงินได้มากกว่านี้สักหน่อยข้าค่อยไปให้ท่านหมอตรวจดูนะเ้าคะ”
โทษไม่ได้ที่หลี่เยี่ยนฟางจะรีบปฏิเสธเงินที่นางหามาได้ทุกอีแปะ ล้วนคิดจะเก็บไว้สำหรับหลี่จิ้งถิงใช้สอยเท่านั้นส่วนตัวนางต่อให้รับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย แต่ในเมื่อยังพอที่จะทนไหว หลี่เยี่ยนฟางจึงมักจะทำมองข้ามไม่สนใจขอเพียงนางยังมีเงินซื้อตำราให้บุตรสาวเท่านั้นก็พอ
คล้ายเดาถึงความคิดของหลี่เยี่ยนฟางได้ท่านยายจูจึงถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าอย่างนั้นอย่างน้อยเ้าก็ควรจะแบ่งเงินไปซื้ออาหารบำรุงร่างกายกินบ้างนะ”
ครั้งนี้หลี่เยี่ยนฟางกลับตอบรับอย่างว่าง่าย
“ท่านยายวางใจเถิดความปรารถนาดีของท่าน ข้าจะเชื่อฟังทุกอย่าง”
หลี่เยี่ยนฟางเข้าใจถึงเจตนาดีของท่านยายจูจึงพูดตอบรับคล้อยตามหญิงชราด้วยท่าทีอันเป็ธรรมชาติ
ท่านยายจูเองพอเห็นอีกฝ่ายยอมตอบรับก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ดี ๆ คราวหน้าหากถิงเอ๋อร์อยากกินไข่ไก่เ้าก็ไม่ต้องออกไปหาซื้อหานะ ให้นางไปเอาที่บ้านยายได้เลย”
หลี่เยี่ยนฟางพยักหน้าเอ่ยรับคำแม้ท่านยายจูจะไม่ใช่ญาติแท้ ๆ แต่หลายปีที่ผ่านมานางก็ปฏิบัติต่อตนเองและหลี่จิ้งถิง ประหนึ่งเป็ญาติแท้ ๆทำให้หลี่เยี่ยนฟางรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
แววตาของหลี่เยี่ยนฟางเริ่มฉายแววตื่นตระหนกเมื่อนางพยายามควบคุมมือที่จับเข็มไว้ไม่ให้สั่น ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใดแต่มือคู่นั้นกลับไม่ยอมเชื่อฟัง
‘อาจเป็เพราะทำงานมานานเกินไปจนทำให้เกิดอาการเช่นนี้หล่ะมั้ง’หลี่เยี่ยนฟางคิดในใจ
พอจะลุกขึ้นเพื่อขยับปรับเปลี่ยนอิริยาบถร่างของหลี่เยี่ยนฟางกลับโงนเงนไปมาคล้ายจะล้ม
“ท่านแม่เป็อันใดหรือเ้าคะ” หลี่จิ้งถิงรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงมารดา
“แม่ไม่เป็ไรแค่ลุกเร็วจนเกินไปเท่านั้น”
หลี่เยี่ยนฟางรีบฝืนปรับท่าทางให้เป็ปกติครึ่งปีมานี้ร่างกายของนางย่ำแย่ลงทุกวัน โดยเฉพาะอาการใจสั่นเวียนศีรษะและอ่อนเพลียที่มักจะกำเริบอยู่หลายคราโชคยังดีที่ความช่างสังเกตของเด็กเล็ก ๆ อย่างหลี่จิ้งถิงยังไม่ว่องไวผู้เป็มารดาจึงมักจะเอ่ยเลี่ยงไปเื่อื่นได้อย่างเป็ธรรมชาติโดยที่บุตรสาวมิได้นึกสงสัยแต่อย่างใด
“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ท่านยายจูจะกลับมานะเ้าคะ”
พอได้ข่าวว่าลูกสะใภ้คลอดหลานชายคนแรกออกมาแล้วท่านยายจูก็รีบออกเดินทางไปเยี่ยมเยือนพวกเขาทันที อาจเป็เพราะท่านอาจูแต่งงานมาหลายปีแต่ก็ไร้วี่แววจะมีผู้สืบสกุลเสียที หญิงชราเองก็นึกเป็กังวลอยู่ลึก ๆด้วยเช่นกัน ยามนี้เมื่อบุตรชายมีหลานให้นางแล้วท่านยายจูจึงยินดีและเบิกบานใจยิ่งนัก
หลี่เยี่ยนฟางหัวเราะพูดว่า“ครั้งนี้ไม่แน่ว่าท่านยายจูอาจจะรั้งอยู่กับลูกชายลูกสะใภ้นานเลยก็ได้นะอย่างไรเสียก็เป็หลานชายคนแรกท่านยายน่าจะอยากเห็นหน้าหลานทั้งเช้าทั้งเย็นก็เป็ได้”
“ลูกรู้”หลี่จิ้งถิงพูดเสียงเบา
หลี่เยี่ยนฟางอมยิ้มมองบุตรสาว“ท่านยายจูไม่อยู่ ตอนกลางวันถิงเอ๋อร์ต้องอยู่บ้านคนเดียวเลยรู้สึกเหงาใช่ไหม”
หลี่จิ้งถิงลอบชำเลืองมองมารดาแวบหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าน้อย ๆ
“อืมถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ถิงเอ๋อร์ไปทำงานที่ร้านกับแม่ไหมหากเ้าให้สัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซน แม่ก็จะพาเ้าไปด้วย”
หลี่จิ้งถิงในใจรัวกลองขึ้นมาทันใดรีบเอ่ยปากรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้าจะนั่งรอท่านแม่อยู่เฉยๆ ไม่ดื้อไม่ซนแน่นอนเ้าค่ะ”
น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีของบุตรสาวทำให้ผู้เป็มารดาหัวเราะออกมาเบา ๆ ในดวงตามีรอยยิ้มเป็จริงดังที่หลี่เยี่ยนฟางคาด บุตรสาวของนางยังเด็กเกินไปที่จะอยู่คนเดียวจริง ๆ
โชคดีที่วันนี้นางตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องเถ้าแก่ร้านอยู่นานจนอีกฝ่ายใจอ่อน หลี่เยี่ยนฟางให้คำมั่นกับเขาว่า จะคอยควบคุมดูแลบุตรสาวให้ดีไม่ให้มายุ่งวุ่นวายภายในร้าน นางเชื่อว่าหากเถ้าแก่ร้านได้เจอหลี่จิ้งถิงอีกฝ่ายจะต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยทันที
สำหรับเด็กคนอื่นหลี่เยี่ยนฟางไม่อาจรับประกัน แต่สำหรับหลี่จิ้งถิง ผู้เป็มารดาเชื่อว่าบุตรสาวของนางเป็เด็กที่รู้ความที่สุด
เวลาที่หลี่เยี่ยนฟางมองบุตรสาวที่นางเลี้ยงมาั้แ่เล็กจนโตในสายตาจึงมีแต่ความชื่นชมและรักใคร่เอ็นดู
เถ้าแก่ร้านขายผ้าขมวดคิ้วพลางใช้สายตามองสำรวจเด็กหญิงที่หลี่เยี่ยนฟางพามา ก่อนจะกล่าวสั้น ๆ ว่า
“แม่ของเ้าบอกกับข้าว่าเ้าเป็เด็กรู้ความที่สุด ดังนั้นห้ามเ้ารบกวนเวลาการทำงานของมารดาอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นต่อไปข้าจะไม่อนุญาตให้เ้ามาที่ร้านอีก เข้าใจหรือไม่”
ดวงตาสุกใสของหลี่จิ้งถิงและรอยยิ้มใสซื่อไร้เดียงสาของนางทำให้เถ้าแก่ร้านพูดแค่ประโยคเดียวแล้วก็ยอมปล่อยผ่านไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ข้าสัญญาว่าจะอยู่นิ่งๆ ไม่วิ่งวุ่นวายไปที่ใด แต่หากท่านลุงอยากจะใช้สอยข้าทำงานอะไร ก็เรียกหาได้เลย เห็นข้าตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ก็ช่วยท่านแม่ทำงานอยู่ตลอด ดังนั้นท่านลุงไม่ต้องเกรงใจ เรียกใช้ได้ตาม้าเลยเ้าค่ะ”
หลี่จิ้งถิงพูดกับเถ้าแก่ร้านด้วยแววตาแฝงแววคาดหวังหากอีกฝ่ายไม่นึกรังเกียจนาง วันหน้านางก็สามารถติดตามมารดามาที่ร้านได้ทุกวันแล้ว
เถ้าแก่ร้านหรี่ตามองเด็กหญิงจากนั้นก็ใช้น้ำเสียงจริงจังพูดว่า
“แค่เ้าไม่ทำตัววุ่นวายข้าก็พอใจแล้ว”
หลี่เยี่ยนฟางที่ได้ฟังแอบโล่งอกการที่จะทำให้เถ้าแก่ร้านยอมรับปาก ใช่ว่าจะเป็เื่ง่าย ดูท่าทีของเขาวันนี้ เห็นได้ชัดว่าลดความหวาดระแวงลงแล้วใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ต่อไปนางก็สามารถพาบุตรสาวมาทำงานด้วยได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ด้านหลี่จิ้งถิงก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสายตาของเถ้าแก่ร้านคอยจับจ้องสังเกตนางอยู่ดังนั้นเด็กหญิงจึงส่งสายตายิ้มให้พลางนั่งอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆยอมให้ความร่วมมือกับอีกฝ่ายอย่างเต็มที่
พอผ่านเื่ราวในวันนี้ไปเถ้าแก่ร้านก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เมื่อเห็นหลี่เยี่ยนฟางจูงมือบุตรสาวมาทำงานด้วยในวันต่อมา
พอหลี่จิ้งถิงเริ่มรู้สึกว่าเถ้าแก่ร้านไม่เห็นนางเป็ตัวก่อกวนแล้ว เด็กหญิงก็ค่อย ๆ ขยับตัวอย่างไร้เสียงไปคว้าไม้กวาดมาช่วยทำความสะอาดอย่างคนรู้ความว่า การกระทำเช่นนี้ของนางจะช่วยให้เถ้าแก่ร้านที่แสนจะเข้มงวดยอมใจอ่อนให้ในที่สุด
แม้เถ้าแก่ร้านจะไม่ชอบให้หลี่เยี่ยนฟางนำบุตรสาวมาด้วย แต่เมื่อเห็นหลี่จิ้งถิงไม่เคยก่อเื่วุ่นวายอีกทั้งยังรู้จักช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ สีหน้าเคร่งขรึมของเขาจึงค่อย ๆอ่อนลงส่วนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
หลี่จิ้งถิงคอยตามช่วยมารดาเก็บม้วนผ้ารวมถึงด้ายไหมที่ลูกค้าหยิบออกมาเลือกให้เข้าที่เข้าทางอย่างกระตือรือร้นเถ้าแก่ร้านเองก็เห็นภาพนี้จนเริ่มจะคุ้นชิน จึงไม่เอ่ยปากห้ามปรามอีก
เนื่องจากเด็กหญิงเป็คนอัธยาศัยดีดังนั้นเมื่อลูกค้าเข้าร้านมา หลี่จิ้งถิงจึงกล้าเอ่ยปากทักทายอย่างไม่เคอะเขินทำให้มีลูกค้าหลายคนนิยมชมชอบนางอยู่ไม่น้อย
“วันนี้พี่สาวคนสวย้าสินค้าชิ้นใดหรือเ้าค่ะร้านเรามีของให้เลือกมากมายหลายอย่าง พี่สาวคนสวยเลือกชมได้ตามสะดวกเลยนะ”หลี่จิ้งถิงยิ้มกว้างแนะนำอย่างไม่ขัดเขิน
สตรีผู้นั้นยิ้มขันเด็กหญิง
“พี่สาวตั้งใจจะมาเลือกภาพปักแขวนไปตกแต่งเรือนเ้าพอจะแนะนำข้าได้ไหม”
ดวงตาของหลี่จิ้งถิงเปล่งประกายแวววาว“หากพี่สาว้าเลือกภาพปักแขวนก็มาทางด้านนี้เลยเ้าค่ะภาพปักของร้านเรามีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็ภาพทิวทัศน์บุปผางามหรือถ้อยคำมงคล ทุกชิ้นล้วนเย็บปักอย่างประณีตงดงาม”
คำกล่าวพวกนี้หลี่จิ้งถิงเอ่ยปากตามที่ได้ยินเถ้าแก่ร้านพูดกับลูกค้าคนอื่นทุกวัน จนนางสามารถจดจำได้ขึ้นใจ
หลังจากลูกค้าเดินดูสินค้าจนรอบร้านแล้วสตรีนางนั้นก็ตัดสินใจซื้อภาพปักจากทางร้านไปหนึ่งชิ้น โดยตลอดเวลานั้นหลี่จิ้งถิงคอยเดินตามแนะนำสินค้าในร้านอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สายตากระจ่างสดใสของเด็กหญิงทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจจนยอมควักเงินออกมาจ่ายอย่างง่าย ๆไม่เหมือนยามที่เถ้าแก่ร้านเสนอขายลูกค้ามักจะขมวดคิ้วใคร่ครวญด้วยสีหน้าไม่แน่ใจว่า จะตัดสินใจซื้อดีหรือไม่ซื้อดี
ภาพปักแขวนมีราคาสูงจึงมีคนนิยมซื้อน้อยวันนี้เป็เพราะหลี่จิ้งถิงสินค้าชนิดนี้จึงสามารถขายออกได้ง่ายดายดังนั้นบนใบหน้าของเถ้าแก่ร้านจึงปรากฏรอยยิ้มทันที
เถ้าแก่ร้านนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยคำพูดที่ทำให้หลี่เยี่ยนฟางนึกประหลาดใจมาก ๆ ออกมา
“เศษผ้าในร้านที่เหลือๆ หากเ้ามีเวลาว่างก็นำกลับไปตัดชุดให้เสี่ยวถิงได้นะ”
พอเถ้าแก่ร้านเห็นหลี่เยี่ยนฟางมองมาอย่างซาบซึ้งใจก็ทำตัวไม่ถูก
“ไม่ใช่เ้าเคยเอ่ยปากขอข้าเอาไว้รึหรือว่ายามนี้ไม่นึกอยากได้แล้ว”
ในใจของเถ้าแก่อดบ่นหลี่เยี่ยนฟางไม่ได้ว่า
‘ฮึนาน ๆ ทีข้าจะมีน้ำใจ เหตุใดจึงไม่รีบรับ ๆ ไปเสียล่ะ’
“อยากได้เ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงยิ้มจนตาปิด “ขอบคุณท่านลุงมาก ๆ เลย ต่อไปข้าจะได้มีชุดสวย ๆเอาไว้ใส่แล้ว”
หลี่เยี่ยนฟางได้เห็นคนคิดเล็กคิดน้อยอย่างเถ้าแก่ร้านยอมอ้าปากบอกจะยกเศษผ้าให้ก็นึกแปลกใจอยู่บ้าง กว่าจะตั้งสติฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าต้องกล่าวคำขอบคุณในน้ำใจ ก็ถูกบุตรสาวส่งเสียงยิ้มแป้นเอ่ยแทนนางไปเสียแล้ว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีเช้าวันหยุดสีแดงวันอาทิตย์ค่ะ อาการป่วยของหลี่เยี่ยนฟางจะค่อย ๆ แสดงอาการออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ แล้วนะคะ
สงสารยัยเด็กน้อยเสี่ยวถิงมาก เข้มแข็งเอาไว้นะลูก
ใครอ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างค่ะ มาบอกเล่าติชมกันได้นะ
ส่วนใครที่ยังไม่ได้กด
กดเพิ่มเข้าชั้น กดติดตามเรา ฝากด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดทกการอัพเดต
ขอบคุณค่ะ