ทุกถ้อยคำของกล้า ล้วนทำให้เด็กสาวรู้สึกสงสัย เพราะไม่ว่ามองมุมใด นายคนนี้ก็ดูเหมือนเด็กเนิร์ดขี้อายทั่วไป ซึ่งแตกต่างจากสถานะนักเลงที่เด็กหนุ่มดำรงอยู่ในตอนนี้ จึงลองเอ่ยถามอีกครั้ง
“ โอเค ชั้นรู้แล้วว่านายชื่อ…..เซย่า ว่าแต่….นายพาชั้นมาที่นี่ทำไม ”
“ อ่า….เอ่อ…..อ่อ….ผะ….ผมก็แค่…..”กล้ายังคงตอบไม่เต็มเสียง ส่วนหนึ่งคือเขาไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ส่วนใหญ่คืออายคู่สนทนาวัยเดียวกัน
“ พูดไงดีอ่ะ เราไม่ค่อยได้คุยกับผู้หญิงซะด้วยสิ ”
แต่ก่อนที่กล้าจะกลุ้มใจมากกว่านี้ เ้าหล่อนก็ลองดักคอตามประสาเด็กสาวที่แก่นนิดๆ ห้าวหน่อยๆ
“ นี่นายจะบอกว่าที่พาชั้นมาที่นี่ เพื่อจะช่วยชั้นให้รอดพ้นจากนักเลงพวกนั้น ใช่มั้ย ”
“ โอ้…..ใช่ ใช่ ใช่ ตามนั้นเลย ขอบคุณครับที่เข้าใจ ”กล้ารีบพยักหน้าถี่รัว เขายินดีที่เด็กสาวเข้าใจได้ด้วยตัวเอง แต่ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น เพราะจู่ๆดรุณีแรกรุ่นก็พุ่งเข้ามาเกาะแขนของเด็กหนุ่ม พร้ะโกนถามจนสุดเสียง
“ ชั้นจำได้แล้ว คุณปู่ของชั้นยังปลอดภัยมั้ย ”
“ อ่ะ….เอ่อ….เดี๋ยวก่อนสิ ชะ…ช้าก่อน ” กล้าพยายามร้องห้าม เพราะเด็กสาวรุกเร็วเกินไปจนเขาตั้งตัวไม่ทัน แต่ไม่อาจหยุดยั้งได้ ด้วยเธอกำลังร้อนใจ และเป็ห่วงญาติเพียงหนึ่งเดียวของตนเอง
“ ก็รีบบอกมาซักทีสิ คุณปู่ของชั้นปลอดภัยมั้ย ”
พอเห็นเด็กสาวพุ่งเข้าจับคอเสื้อ กล้าจึงตัดสินใจ บอกไปตามตรง เพราะไม่งั้น เขาคงโดนอีกฝ่ายฉีกทึ้งจนยับเยินแน่
“ ตกลง ผมบอกแล้ว คุณปู่ของคุณยังปลอดภัยดี และยังอยู่ในร้านค้าของตัวเอง ”
“ ฟู่…….”เด็กสาวเป่าปากระบายลม ด้วยความโล่งอก สีหน้าคลายความกลัดกลุ้มไปหลายส่วน แต่แล้ว เธอก็กลับมาคลั่งอีก
“ ไม่ได้การ นายรีบปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้ ชั้นต้องรีบกลับไปหาคุณปู่ เพราะชั้นเหลือท่านเป็ญาติเพียงหนึ่งเดียว ”
กล้าทั้งใและสงสาร เพราะเขารู้ดีว่าการที่เฝ้าห่วงหาใครซักคน มันทรมานและเ็ปเพียงใด และในเสี้ยววินาทีแห่งความคำนึง สมองก็พลันปรากฏมโนภาพของคนๆหนึ่ง
“ อัยย์…..ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน ”
และในจังหวะที่จิตใจของกล้าไม่อยู่กับร่องกับรอย เด็กสาวร่างเล็กก็สลัดหลุดจากการเกาะกุม พร้อมมุ่งตรงไปที่ประตูทางออก เด็กหนุ่มจึงรีบดึงสติกลับมา
“ แย่แล้ว เธอกำลังจะหนีไปได้ ”
ก่อนที่เด็กสาวจะก้าวออกจากห้อง กล้าก็อาศัย่ก้าวที่ยาว และปราดเปรียวกว่า วิ่งมาขวางหน้าได้ทัน ก่อนจะร้องละล่ำละลัก
“ หยุดก่อนครับ คุณอย่าเพิ่งไป มันอันตรายเกินไป ”
“ ไม่สน ชั้นจะไปช่วยคุณปู่ หลีกไปเลยนะ นี่แน่ะ ” เด็กสาวไม่ดื้อเปล่า แถมยังประเคนกรงเล็บ ฝ่ามือใส่กล้าอย่างดุเดือด
“ โอ๊ย…..อู้ย….อย่าทำแบบนั้น ”กล้าได้แต่ปัดป้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความเ็ป แต่พอโดนไปหลายที ความอดทนก็พลันมลาย
“ หยุดเดี๋ยวนะ ไม่รู้หรือไงว่าปู่ของคุณพยายามช่วยให้คุณรอด และถ้ายังจะดื้อ ไม่ฟังเหตุผลอีก คุณอาจประสบชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าความตาย ” กล้าดันสาวน้อยติดกำแพง พร้อมตวาดใส่อย่างดุดัน
ความกร้าวแกร่ง และน้ำคำที่จริงใจของกล้า ดึงสติของสาวน้อยให้คืนกลับมา ขอบดวงตาจึงเริ่มปริ่มหยาดน้ำแห่งความอาดูร เพราะถูกอารมณ์ะเืใจเข้าจู่โจม
“ อึก…..ตะ….แต่ท่านปู่ก็จะ…..”
“ ปู่ของคุณไม่เป็ไรหรอก ท่านจะไม่ตาย ผมขอรับรอง ” กล้ารีบสวนกลับทันควัน สีหน้าดูจริงจังจนเด็กสาวนึกศรัทธา ทว่าเ้าหล่อนก็ยังไม่วายมีคำถาม
“ แล้วนายจะทำยังไง จะช่วยท่านปู่เหรอ ”
สองหนุ่มสาวสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง กล้าก็ถอนหายใจออกมาแรงๆหลายเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
“ ใช่ครับ ผมให้สัญญา จะช่วยเหลือปู่เอง คุณอย่าได้กังวลใจไปเลย ”
ท่วงท่าของกล้าเต็มไปด้วยความหนักแน่น ชนิดที่เ้าตัวไม่เคยกระทำแบบนี้มาก่อน เด็กสาวเลยชะงักไปหนึ่งจังหวะ หัวใจเริ่มรวนเร และเต้นตุ้บตั้บ
“ เอ๊ะ! จู่ๆตานี่ก็ดูจริงจังขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้า ทำตัวอ่อนแอ ไม่มั่นใจในตัวเองมาตลอด และที่บ้าบอกว่านั้น ดูเหมือนว่าเราจะเชื่อเขาด้วย โดยเฉพาะดวงตากลมโตสีน้ำตาลนั่น ช่างดูน่าหลงใหลเหลือเกิน ”
เด็กสาวตกอยู่ในภวังค์นานพอดู เพราะดวงตาของกล้าในร่างเซย่านั้นสดใส สวยงาม แถมยังเต็มไปด้วยความจริงจังและจริงใจ ทว่าสภาวะนี้คงอยู่ได้ไม่นาน เด็กหนุ่มก็เริ่มแสดงออกว่าอึดอัด และดึงสองมือออกจากหัวไหล่ของอีกฝ่าย
“ เอ่อ…..ผะ…ผมขะ…ขอโทษที่โดนตัวของคุณ ”
สติของเด็กสาวเริ่มกลับคืน จึงรู้สึกเขินอาย ทว่าจิตลึกๆ กลับแอบเป็สุขอย่างประหลาด คล้ายมีน้ำทิพย์ร่วงหล่นลงมาชโลมหัวใจที่แสนเปลี่ยวเหงา แต่ด้วยความเป็หญิง เลยจำต้องวางตัว ด้วยการก้มหน้าลง พร้อมกล่าวเบาๆ
“ ไม่เป็ไร ”
ความเงียบเข้าเกาะกุมสถานการณ์อยู่ครู่ใหญ่ เพราะต่างฝ่ายต่างเขินจนไม่กล้าเอ่ยปาก โดยเฉพาะกล้า เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้
“ บ้าชะมัด ทำไมถึงพูดแบบนั้นออกมาได้ น่าอายจริงๆ ตะ….แต่อีกนัยหนึ่ง มันก็ดูเท่ไม่หยอก ราวกับเรากำลังจะกลายเป็พระเอกตัวจริง ”
แต่ก่อนที่กล้าจะได้เพ้อละเมอไปมากกว่านี้ เด็กสาวร่างเล็กก็รีบข่มความอาย แล้วกล่าวถึงเื่สำคัญ
“ โอเค….ชั้นเชื่อแล้วว่านายไม่โกหก และจะหาทางช่วยเหลือท่านปู่ ตะ….แต่ระหว่างนั้น นายจะให้ชั้นพักที่ไหน ”
กล้าทำท่าจะบอกว่าพักที่นี่ แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองก็อยู่ในห้องนี้เช่นกัน ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็พลันแดงก่ำขึ้นมาทันที ด้วยั้แ่เกิดมา เขาไม่เคยได้ใกล้ชิดกับเด็กสาววัยเดียวกันถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าเ้าหล่อนย่อมดูออก เลยหาทางออกให้เสร็จสรรพ
“ ขอบใจมากนะที่ให้ชั้นพักห้องนี้ แล้วนายจะย้ายไปพักห้องข้างๆ ใช่มั้ย ”
“ ชะ…ใช่ครับ ตะ…แต่….เอ่อ….” คำชี้ทางของเด็กสาว ทำให้กล้าสะอึก ก่อนจะเผลอตอบรับด้วยความใ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า……เขามีที่พักแค่ห้องนี้ห้องเดียวนี่หว่า แล้วจะไปนอนที่ห้องข้างๆได้ยังไง
“ อ่า…ขอบใจมากนะ ตอนนี้ ชั้นอยากพักแล้ว เชิญนายออกนอกห้องได้ ” เด็กสาวร่างเล็กไม่ยอมให้กล้าได้ตั้งหลัก เธอรีบพูดเองเออเอง พร้อมตรงไปเปิดประตู เป็เชิงขับไล่
กล้าพูดไม่ออก บอกไม่ถูก เลยได้แต่เดินออกนอกห้องตามคำสั่ง แต่พอจะหันไปพูดกับเด็กสาว เ้าหล่อนก็ชิงกล่าวอย่างรวดเร็ว
“ ขอบใจมากนะที่เสียสละห้องพักให้ ว่าแต่อยากรู้ใช่มั้ยว่าชั้นชื่ออะไร จะบอกให้ก็ได้ ชั้นชื่อ….นาโอมิ เคโกะ แต่นายจะเรียกชั้นว่า…นานะ ก็ได้นะ ”
กล้าอยากเถียงใจจะขาดว่า......นั้นไม่ใช่สิ่งที่อยากรู้ แต่อยากถามว่าตัวเขาเองควรจะไปนอนที่ไหน เพราะที่พักเดียวที่มีก็คือ….ห้องแห่งนี้เท่านั้น แต่เด็กสาวไม่ยอมให้เด็กหนุ่มได้อ้าปาก แถมยังตัดบทด้วยการปิดประตูใส่
“ ปัง…….”
“ อ่า…เอ่อ….” กล้าได้แต่ติดอ่าง พร้อมยกมือขึ้นมาเกาหัว ครู่หนึ่งก็คิดถึงโยเฮ เลยล้วงกระเป๋า หวังจะหาโทรศัพท์มือถือ ทว่าก็พบกับความว่างเปล่า ด้วยเครื่องมือสื่อสารถูกวางอยู่บนหัวเตียงในห้องพัก เด็กหนุ่มเลยต้องทำใจ น้อมรับดวงชะตา
“ ว้า….ดันลืมโทรศัพท์ซะได้ งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้ว คงต้องนอนมันที่หน้าประตูนี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ”
………………………
เด็กสาวยอมรับว่าตื่นเต้นเป็ที่สุด เพราะอีกนิดเดียว ก็จะได้นอนกับหนุ่มวัยเดียวกัน แถมยังโคตรหล่ออีกต่างหาก เลยยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า เพื่อให้ความเย็นบนฝ่ามือบรรเทาไอร้อนบนพวงแก้ม
“ ว้าย ว้าย ว้าย เกือบไปแล้ว โชคดีที่นานะไหวตัวทัน เลยดันนายนั่นออกจากห้องได้สำเร็จ ”
แต่พอนานะอยู่ในโหมดว้าวุ่นได้ไม่นาน เธอก็หวนคิดถึงท่านปู่ และรู้สึกเป็ห่วง ทว่าความหนักอกทั้งหลายทั้งมวล กลับเบาบางลง เพราะเชื่อในคำสัญญาที่หนักแน่นของนายกล้า สองมือจึงเลื่อนลงมาจับหัวไหล่ของตัวเอง อันเป็จุดที่เด็กหนุ่มเคยัั แล้วนึกเพ้อไปตามประสา
“ ขอให้รักษาสัญญาจริงๆเถอะ ชั้นจะได้ตอบแทนบุญคุณของนาย ด้วยการ……ว้าย…..นี่เราคิดบ้าอะไรเนี่ย เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว นานะ ” แน่นอนว่านานะกลับมาว้าวุ่นอีกครั้ง และมันจะเป็แบบนี้ไปยันเช้า เพราะนี่คือป็อปปี้เลิฟครั้งแรกของเด็กสาววัยใส
……………………..
โยเฮหายไปวันนึงเต็มๆ นักเลงจอมเก๋ารู้สึกเครียดเหลือเกิน เพราะรู้ชัดว่ากล้าน่าจะคิดทำบางสิ่งที่ขัดแย้งกับองค์กรของตน แต่ครั้นจะคาบข่าวไปบอกลูกพี่ใหญ่ ก็ยังตัดใจไม่ได้
“ เฮ้อ….อันที่จริง ควรรายงานเื่นี้ให้บอสได้รู้ แต่เท่าที่อยู่กับคุณเซย่ามาหลายวัน ก็รู้เลยว่าเขาเป็คนดี มีคุณธรรม แล้วเราจะทำร้ายคนแบบนี้ได้จริงหรือ ”
โยเฮยังหาบทสรุปไม่ได้ จึงเดินทางไปหากล้าอีกที เพื่อทางออกที่วินทุกฝ่าย
“ เอาล่ะ ลองไปเจรจากับคุณเซย่า ขอให้ช่วยแม่หนูนั่นหนีไปใช้ชีวิตที่เมืองอื่นดีกว่า แบบนี้คงพอทำได้ เพราะปล่อยเด็กสาวไปแค่คนเดียว น่าจะไม่มีผลกระทบต่อองค์กรของเรา แถมยังทำให้คุณเซย่าเย็นลง และยอมร่วมงานกับบอสต่อไป ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
