สุดยอดยีนเทพเจ้า

    ตอนที่ 39 โรงเรียนเชิ่งหัว


            “อะแฮ่ม เอ่อ เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วกันนะ ผมยังมีธุระ ต้องขอตัวกลับก่อน ขอบคุณที่ช่วยผมวันนี้ วันหลังมีโอกาสผมจะเลี้ยงข้าวตอบแทน” หานเซินพูดพลางหันหลังเตรียมถอยกลับ

            ทุกอย่างที่ฉินเซวียนพูดมานั้นหานเซินรู้ดีอยู่แล้ว แต่เขาก็มีแผนของตัวเอง เขาตั้งใจว่าจะคว้าตำแหน่งขุนนางให้ได้ก่อนอายุครบยี่สิบเพื่อที่จะใช้สิทธิพิเศษของขุนนางในการเลือกตำแหน่งทางทหารที่ดี หากจำเป็นต้องเกณฑ์ทหาร จะได้ไม่ถูกส่งไปตายที่แนวหน้า

            “หยุด! ฉันบอกตอนไหนว่าให้นายไปได้?!” ฉินเซวียนพูดเสียงเด็ดขาดพลางจับจ้องคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน

            “โธ่ คุณหัวหน้าฉิน ปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่เหมาะกับงานนี้จริง ๆ” หานเซินโอดครวญ สีหน้าเหมือนกินยาขม

            ฉินเซวียนลอบถอนหายใจ… หลังเงียบไปชั่วครู่ในที่สุดหญิงสาวก็พูดขึ้น 

            “...โอเค~ ฉันไม่บังคับแล้วก็ได้” 

            ริมฝีปากอิ่มปรากฏยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหานเซินรู้สึกขนลุกแปลก ๆ อย่างไรก็ตามคำอนุญาตของเธอก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายขึ้นนิดหน่อย 

            ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะขยับไปไหนก็ต้องชะงักกับประโยคต่อมาของอีกฝ่าย

            “...แต่ถ้านายไม่ยอม ทุกครั้งที่นายผ่านสถานีเทเลพอร์ต ฉันจะต้องเรียกนายไปฝึกซ้อมให้หนักขึ้น” 

            หานเซินหน้าชา…เข้าใจรอยยิ้มปีศาจของผู้หญิงตรงหน้าทันที นี่คือคำขู่ มันบอกชัดเจนว่าถ้าเขาไม่ตอบตกลง ชีวิตหลังจากนี้ของเขาจะลำบากแน่ หานเซินรู้ดีว่าที่ผ่านมาเวลาฉินเซวียนประลองกับเขา เธอไม่เคยใช้กำลังเต็มที่เลยสักครั้ง และถ้าหากเธอจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่สู้ไม่ไหวแต่เขาอาจเจ็บตัวถึงขั้นอาการสาหัสเลยก็ได้

            “เออ~ ก็ได้ ๆ ผมจะเข้าร่วมทีมแม่นธนูของคุณ!” สุดท้าย ฝ่ายถูกขู่ก็ได้แต่ตอบตกลงด้วยอาการหัวเสีย

            ฉินเซวียนเบ้ปาก กลอกตาก่อนเหน็บแนบอย่างหมั่นไส้  “ไม่รู้เหรอว่าคนอื่นเขาตีกันแทบตายให้ได้โอกาสเข้ามาทำงานกับฉัน แต่นายกลับทำเหมือนฉันบังคับกินยาพิษ อะไรมันจะเลวร้ายขนาดนั้นฮึ?”

            “เคยได้ยินไหม อิสรภาพมีค่ามหาศาล ถ้าสูญเสียไปมันก็ไม่ต่างอะไรกับกำลังตายอย่างช้า ๆ… คุณฉิน ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ” หานเซินพยายามอ้อนวอนอีกครั้ง

            “ไม่! ฉันจะบอกอะไรให้นะ ต่อให้นายตายกลายเป็นผี นายก็ต้องเป็นผีของฉันอยู่ดี …เลือกเอา จะเป็นคนของฉัน หรืออยากเป็นผีของฉัน” ฉินเซวียนตอบพร้อมแสยะยิ้มเย้ย

            เมื่อเห็นว่าผู้หญิงน่ากลัวไม่มีทางปล่อยให้เขาหลุดพ้นจากทีมแม่นธนูของเธอแน่ หานเซินจึงยกธงขาวยอมแพ้ เขาถอนหายใจหนัก ๆ และก้มหน้ายอมรับชะตากรรมนี้แต่โดยดี 

            ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ถูกปล่อยตัวออกจากห้อง ท่าทางห่อเหี่ยวเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก นายทหารหญิงมองตาม ‘คนโรคจิต’ ที่กำลังเดินคอตกออกจากห้องพร้อมรอยยิ้มสะใจ ไม่รู้ทำไม ท่าทางของเขาในตอนนี้ถึงทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

            หลังจากหานเซินจากไป หญิงสาวคนหนึ่งที่มีอายุไล่เลี่ยกับฉินเซวียนก็เดินออกมาจากห้องข้าง ๆ เธอมองฉินเซวียนด้วยสายตาสงสัยก่อนเอ่ยถาม “หัวหน้าฉิน ทำไมคุณต้องดึงตัวคนอย่างนั้นมาเข้ากลุ่มด้วย? ฉันว่าเขาไม่เหมาะจะเข้าทีมแม่นธนูของเราเลยนะ”

            “ม่านลี่ เธอเชื่อฉันเถอะ หมอนี่ถึงจะดูเหมือนไม่เอาไหนแถมนิสัยกับพฤติกรรมเสื่อมเสียเข้าขั้นเลวร้าย แต่ร่างกายเขามีศักยภาพสูงมาก เขามีทักษะกับพรสวรรค์ที่เราต้องการ” ฉินเซวียนตอบท่าทีจริงจัง

            ช่วงที่ผ่านมาเธอเฝ้าดูพัฒนาการของหานเซินอย่างใกล้ชิด แม้จะถูกทดสอบหนักขนาดไหน อีกฝ่ายก็ไม่เคยยอมแพ้ ที่สำคัญฝีมือการต่อสู้ของเขาพัฒนาก้าวกระโดดจนน่าทึ่ง เธอต้องตั้งใจมากขึ้นทุกครั้งที่ประลองกับเขา พูดได้เต็มปากว่าศักยภาพในการพัฒนาและความแข็งแกร่งทางจิตใจเด็กหนุ่มคนนี้เกินความคาดหมายของเธอไปมาก

            และมันมากพอที่จะทำให้ฉินเซวียนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ ‘นายคลั่งทะลวงก้น’ คนนี้ไปพอสมควร ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอออกหน้าปกป้องเขาจากหลัวเทียนหยาง

            .

            .

            หานเซินกลับมาถึงห้องของตัวเองและรีบเทเลพอร์ตออกจากก็อดแซงก์ทัวรีทันทีก่อนที่ฉินเซวียนจะตามมาเจอ เขาไม่นึกอยากไปสอบเข้าโรงเรียนทหารเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อน การเข้าโรงเรียนทหารอาจเป็นทางเลือกที่ดี เพราะในนั้นเขาจะได้เรียนวิชาโคเจเนติก แต่ตอนนี้ในเมื่อมีวิชากระดูกหยกผิวหิมะอยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาในโรงเรียนทหารอีก สำหรับเขาในตอนนี้ ถ้าจะให้เสียเวลาไปกับการศึกษาแบบเต็มเวลา สู้ออกไปล่าสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์จะคุ้มค่ากว่า

            ที่สำคัญ หานเซินก็ไม่อยากเข้าร่วมทีมแม่นธนูของฉินเซวียน เพราะถึงมันจะทำให้เข้าถึงเครือข่ายข้อมูลของฉินเซวียนที่จะช่วยหาพิกัดของอสูรระดับกลายพันธุ์หรือเลือดศักดิ์สิทธิ์ได้ง่าย แต่การล่าก็ต้องทำเป็นทีม สิ่งที่ได้ก็ต้องเอามาหารแบ่ง ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และเขาอาจจะไม่ได้บางอย่างที่ต้องการ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเขาต้องขยันล่ามากขึ้นอีกหลายเท่าเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งใจไว้

            หานเซินวางแผนว่า เข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรีครั้งหน้า เขาจะรีบเดินทางเข้าป่าไปยังหุบเขาลึกที่ไกลจากฐานพักพิงเกราะเหล็กเพื่อล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์และเลือดศักดิ์สิทธิ์ทันที รอบนี้เขาตั้งใจจะไปให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้และหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอใครทั้งนั้น อย่างไรตัวเขาก็ไม่ใช่คนสำคัญสักเท่าไหร่ ถ้าฉินเซวียนไม่ได้เห็นหน้าเขาสักพัก เธอก็คงลืมเรื่องที่จะดึงเขาเข้าทีมแม่นธนูไปเอง 

            ตอนแรกหานเซินตั้งใจจะเอาเงินที่ได้จากการรับจ้างไปซื้ออาวุธประเภทดาบหรือมีดโลหะผสมขั้นสูงอีกสักเล่ม แต่เมื่อเขาได้ดาบสตีลคัตติงที่แย่งมาจากหลิวเฟิง ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้ออาวุธอีกแล้ว

            ดาบซีรีส์สตีลคัตติงนี้ทำจากโลหะผสมชนิดพิเศษที่มีแร่ Z ซึ่งมีความแข็งแกร่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในหมู่ของแข็งทั้งมวลเป็นส่วนประกอบ โลหะผสม Z นี้หลังจากผ่านการลับคมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจะสามารถตัดหนังที่ทนทานเสมือนเกราะของสัตว์อสูรระดับโบราณได้ไม่ยาก ดาบซีรีส์สตีลคัตติงจึงจัดเป็นอาวุธราคาแพง หากจะซื้อแบบมือหนึ่งใหม่เอี่ยมต้องใช้เงินถึงสองล้านเหรียญ

            “หมอนั่นใจดีจริง ๆ แฮะ” หานเซินลูบใบดาบสตีลคัตติงเล่นไปมา ก่อนที่ปลายนิ้วจะถูกคมมีดคมกริบบาดจนได้เลือด เมื่อมองดูใบดาบวาววับที่ต้องแสงสว่างเป็นประกายหานเซินก็ยิ่งรักมันขึ้นไปอีก “ของแพงก็ต้องมีคุณค่าแบบนี้สินะ”

            ก่อนหน้านี้ครอบครัวหานเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายโลหะผสม แม้จะเป็นแค่โรงงานเล็ก ๆ แต่ก็มีสูตรลับเฉพาะของตัวเอง โลหะผสมที่ผลิตออกมานั้นถึงจะไม่สามารถเทียบกับโลหะที่ใช้ทำดาบซีรีส์สตีลคัตติงได้ แต่ก็แข็งแกร่งพอที่จะใช้สร้างอาวุธสำหรับฟันเนื้อหนังของสัตว์อสูรระดับโบราณได้เช่นกัน ในตอนนั้นกิจการของบริษัทครอบครัวหานจึงทำกำไรได้ดีพอสมควร

            หากไม่ต้องมารับผิดชอบปัญหาของญาติพี่น้องที่ทำตัวเหลวแหลก บริษัทของครอบครัวที่พ่อของเขานั่งเก้าอี้บริหารก็น่าจะเติบโตและก้าวหน้าไปไกลถึงขั้นเป็นหนึ่งในสามเจ้าใหญ่ในตลาดธุรกิจโลหะบนดาวลูก้าได้ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้บริษัทถูกซื้อไปโดยกลุ่มบริษัทสตาร์ยูนิเวิร์ส 

            ตอนยังเด็ก หานเซินไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมกลุ่มบริษัทสตาร์ยูนิเวิร์สถึงต้องการซื้อบริษัทของครอบครัว แต่สิ่งที่เขารู้ชัดเจนคือ กลุ่มบริษัทใหญ่ที่ว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่ที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้เขายังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันความจริงข้อนี้ได้ และได้แต่จำใจอดทนเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน

            “เสี่ยวเซิน วันนี้แม่มีงานสำคัญต้องทำ ลูกช่วยพาเหยียนเหยียนไปส่งที่โรงเรียนหน่อยได้ไหม?” ลั่วซูหลานเคาะประตูห้องลูกชายและพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างอ่อนล้า

            หานเซินเดินออกมาเปิดประตูให้มารดาก่อนถามกลับ “เหยียนเหยียนเปิดเทอมแล้วเหรอครับ? ผมไม่ยักรู้ แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะพาน้องไปเอง” 

            “อืม เปิดมาได้หลายวันแล้วละ แต่ตอนนั้นลูกยังไม่กลับจากก็อดแซงก์ทัวรี แม่เลยไม่ได้บอก” ลั่วซูหลานตอบพร้อมยิ้มบางให้ลูกชาย

            “แล้วแม่พาน้องไปเข้าโรงเรียนไหนครับ?” หานเซินถามต่อด้วยความสนใจ

            “โรงเรียนเชิ่งหัว แม่ใช้เงินที่ลูกให้ไว้พาน้องไปสมัครเข้าเรียนที่นั่น” ลั่วซูหลานตอบ สีหน้าแววตาปรากฏความกังวลปนรู้สึกผิดจาง ๆ เพราะเธอใช้เงินที่ลูกชายคนโตทิ้งไว้ให้ไปเกือบหมดเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกสาวคนเล็ก

            “โรงเรียนเชิ่งหัวดีแล้วครับ ถ้าไม่นับโรงเรียนสำหรับขุนนาง เชิ่งหัวก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดบนดาวลูก้าแล้ว” หานเซินพยักหน้าอย่างพอใจ ถึงเขาจะยังไม่มีบรรดาศักดิ์และไม่สามารถส่งน้องไปเรียนในโรงเรียนขุนนางได้ในตอนนี้ แต่การที่เหยียนเหยียนได้เข้าโรงเรียนเอกชนชั้นนำก็ยังดีกว่าการเรียนในโรงเรียนรัฐบาลภาคบังคับทั่วไปมาก

            หลังจากพูดคุยกับมารดาสักพัก หานเซินก็พาหานเหยียนออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้าไปที่โรงเรียน ไม่นานนักสองพี่น้องก็มาถึง

            พื้นที่หน้าโรงเรียนเชิ่งหัวคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ยานเหาะส่วนตัวจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่ในลานจอดด้านหน้า บางคันก็หรูหราใหญ่โตและมีราคาแพง คนที่มีเงินแต่ไม่มีตำแหน่งขุนนางทั่วดาวลูก้ามักจะส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนที่นี่ พูดได้เต็มปากว่าเด็ก ๆ ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเชิ่งหัวทั้งหมดมาจากครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์มากพอ ซึ่งกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของครอบครัวแบบนั้นก็คือคนที่มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย

            ขณะที่หานเซินจูงมือหานเหยียนไปที่ประตูโรงเรียน ก็มองเห็นผู้ชายวัยกลางคนพุงโต ร่างเจ้าเนื้อ กำลังพาเด็กผู้ชายคนหนึ่งลงจากยานเหาะส่วนตัว พร้อมกันนั้นก็มีผู้หญิงที่แต่งตัวจัดจ้านเดินตามลงมา หานเซินชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้าของพวกเขา

            ชายท้วมคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหานเหลย อาแท้ ๆ ของหานเซิน เด็กหนุ่มไม่คิดมาก่อนว่าจะบังเอิญมาเจออาของตนที่นี่ในเวลานี้

            .

            .

            .


    คล้ายกับเรื่องสุดยอดยีนเทพเจ้า ที่คุณอ่าน

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416