ตอนที่ 4 ที่มาของชื่อ
ตอนนี้เ้าหล่อนอารมณ์กำลังแปรปรวนอย่างสุดๆ เอาใจยากมาก มีแต่ต้องอยู่ให้เห็นหน้าเวลาที่หล่อน้าหรือไม่ก็ต้องหลบไปไม่ให้เห็น
จิตรกรหนุ่มกำลังปวดหัวสุดๆ กว่าจะมีอารมณ์วาดภาพทำสมาธิได้ก็ยากไม่ใช่น้อย
แม่บ้านสูงอายุที่พึ่งนวดเท้าเสร็จก็เดินออกมาเรียกชายหนุ่ม“พ่อผัน เมียเอ็งเรียกหาแน่ะเลิกวาดรูปก่อน…ประเดี๋ยวโดนแม่ชบาโวยวายอีกหากไปช้า!” แม่บ้านสูงวัยกล่าวเตือน
เธอรับจ้างทำงานเป็แม่บ้านของบ้านหลังนี้ได้นานั้แ่สิบกว่าปีก่อน และก็เคยทำอาชีพหมอนวดแผนโบราณมาจึงรู้ว่าคนท้องห้ามนวดตรงไหนบ้าง
หากสุ่มสี่สุ่มห้านวดมั่วซั่วมีหวังติดคุกติดตะรางเป็แน่ คุณแม่มือใหม่ก็ใจดีเหลือหลาย จ้างเธอเป็รายชั่วโมงแยกต่างหากจากค่าจ้างประจำ เธออยู่เป็แม่บ้านหลังนี้ั้แ่ชายหนุ่มจิตรกรผู้ที่กำลังจะเป็พ่อคนตรงหน้ายังเรียนมัธยมอยู่เลย
“จ๊ะป้าไหม” พอผันรับคำเสร็จก็ได้รีบวิ่งหน้าตั้งไปหาเมียสุดที่รัก ด้วยกลัวว่าหากไปช้าครู่เดียวประเดี๋ยวจะโดนบ่นหูชา
บนเก้าอี้โยก หญิงสาวหน้าตาสะสวยท้องกลมโตกำลังเปิดอ่านนิตยสารไปเรื่อยเปื่อย ส่วนช่องโทรทัศน์ก็กลับไม่มีสัญญาณ ติด ๆ ดับ ๆ จนทำเอาเ้าหล่อนอารมณ์เสีย จึงต้องเรียกให้สามีมาจัดการ
“คุณ…ขึ้นไปจัดการเสาอากาศให้หน่อยจะดูโทรทัศน์่นี้เป็อะไรติด ๆ ดับ ๆ ไม่ได้ดั่งใจเสียจริง!”ชบาสาวท้องแก่ใกล้คลอด บ่นกระปอดกระแปด
“นี่คุณ…ฉันคิดถึงที่ทำงานแล้วเนี่ยคลอดเสร็จแล้วเดี๋ยวไปทำงานเลยดีมั้ย?”
ผันชายหนุ่ม จึงหันมาตอบ“จะรีบไปไหน บริษัทคุณก็จ้างคนทำบัญชีมาแทนชั่วคราวไปแล้วไม่ใช่หรือ? หยุดลาพักเสียหน่อยน่า เพื่อตัวคุณเองและก็ลูกของเรานะ อีกอย่างหนึ่งฟังจากที่ป้าไหมบอกต้องรอมดลูกเข้าอู่ไม่ก็อยู่ไฟก่อนจะดีกว่า เอาเป็ว่ายังไงก็ต้องพักผ่อนก่อน”ผันพูดด้วยความเป็ห่วง
“ก็ฉันกลัวนี่นาไม่ใช่กลับไปแล้วเกิดโดนเลิกจ้างขึ้นมาเสียล่ะ!งานสมัยนี้หาง่ายก็จริงแต่มันก็ไม่ได้เงินดีทุกที่หรอกนะ ฉันละกลัวใจนายห้างจริง ๆถ้ามาปลดเอาตอนท้องแก่ฉันจะตามไปโวยให้ดู…ไปร้องถึงกระทรวงแรงงานฉันก็จะทำ!”เธอพูดด้วยสายตามุ่งมั่น
ขณะที่สามีของเธอกำลังหยิบเอาบันไดมาปีนไปเลื่อนเสาอากาศก็ฟังเธอพูดใส่เป็ชุด ๆ จนไม่รู้จะตอบข้อไหนก่อน
จึงได้แต่ตอบเท่าที่จับใจความได้“คนเก่งอย่างคุณประเดี๋ยวก็หางานได้ถ้าถูกเลิกจ้างจริง…อีกอย่างฝีมือทำอาหารก็เก่งเสียขนาดนี้กลัวอะไรเดี๋ยวไอ้ผันคนนี้จะเปิดร้านอาหารให้เลย!”
“ให้มันจริงเถอะ!”เธอพ่นลมหายใจเสียงดังผ่านจมูก จากนั้นก็บ่นอยู่สองสามประโยค ก่อนจะผล็อยหลับไป
ด้านข้างมีเปลเด็กน้อยตุ๊กตา พร้อมของเล่น วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ เตรียมไว้ให้ เ้าตัวเล็กในท้อง คุณแม่กับคุณพ่อมือใหม่ หากว่าไม่มีป้าไหม แม่บ้านสูงวัยอยู่ช่วยทั้งสองคนคงทำอะไรไม่ถูก
ส่วนพ่อแม่ของชบาก็อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำสองสามวันจะแวะมาเยี่ยมมาหาบ้าง… บ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบันเป็ของผันสืบทอดกันมาแต่ต้นตระกูล อยู่กันมานานหลายชั่วอายุคนแต่ก่อนมีที่ดินเยอะกว่านี้นับไม่ถ้วน
แต่ก็จำใจขายมันไปด้วยบางสภาวะพอตกมาถึงรุ่นของผันก็เหลือเพียงบ้านหลังนี้ส่วนที่พึ่งขายก็มี…ที่ดินฝั่งตรงข้ามซึ่งมาขอ ซื้อไปเปิดค่ายมวยเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน
ผันก็ตกลงขายเพื่อให้พ่อกับแม่ของเขาเอาเงินไปเที่ยวรอบโลกตามประสาคนแก่วัยเกษียณ…ใช้ชีวิตให้สนุกในยามบั้นปลายของชีวิต
บ้านของพ่อแม่ชบาอยู่อีกฟากของแม่น้ำย่านปากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ อาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนเหมือนกัน…
พ่อแม่ของชบารวมไปถึงญาติพี่น้องส่วนใหญ่มักจะสร้างบ้านอยู่ละแวกปากคลองรังสิต
จึงทำให้แถวนั้น เต็มไปด้วยเครือญาติสนิทมิตรสหายเพราะญาติฝั่งชบามีอยู่เยอะจึงมีคนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย…และเนื่องจากทางฝั่งโน้นมีคนเยอะนักเชียวลูกหลานเหลนโหลน ไปมาหาสู่กันทาง เรือ เป็ประจำ
จึงเป็เหตุทำให้ผันต้องสร้างท่าจอดเรือดี ๆ ไว้คอยต้อนรับแเื่ ญาติพี่น้องฝั่งภรรยาตนทว่าก็มีมามากหน้าหลายตา จนกระทั่งเขาเองก็จำผิดจำถูกหลงลืมชื่อไปบ้าง
ส่วนญาติของผันเองก็มีไม่มากนักเพราะปู่ของเขามีลูกแค่สองคน
คนโตชื่อเพิ่มซึ่งก็คือพ่อของเขาเองและส่วนคนรองชื่อพวงเป็น้องชาย ทั้งสองฝ่ายก็แตกแขนงกันแยกย้ายไปอยู่กันคนละทิศคนละทาง หลังจากขายที่ดินแถวนี้ได้
ทว่าก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ประจำลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ชื่อกอหญ้า ยังพาหลานชายตัวน้อยมาเยี่ยมเยือนเขาอยู่เลยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน
…….
พอย่างเข้าเดือนสิบสองยังไม่ทันจะข้ามวันดี
สาวท้องแก่ก็เริ่มปวดท้องใกล้คลอดเต็มทีคุณพ่อมือใหม่ก็ลนลาน ทำอะไรไม่ถูก หยิบไอ้นี่คว้าไอ้โน่น จนหัวหมุนไปหมดกระเป๋าสตางค์บ้าง กุญแจรถบ้างด้วยความตื่นเต้นจึงเผลอหยิบโยนตุ๊กตาไปให้คุณแม่ท้องแก่
ก่อนวิ่งไปเตรียมออกรถทว่าปากก็ะโบอกเพื่อนข้างบ้านไม่ยอมหยุด เช่นว่า “ลูกกูจะคลอดแล้วโว้ย!”
ทำเอาเ้าหล่อนโมโหจะตายอยู่แล้วแต่จะด่าก็ด่าไม่ได้ เพราะเจ็บท้องเต็มที
แทนที่จะเอาเวลาไปเรียกรถพยาบาลหรือไม่ก็ไปออกรถเตรียมไว้ ดันเอาเวลาไปะโป่าวประกาศ ทำเอาหล่อนกัดฟันกรอด น่าเขกกบาลนักเชียว…
เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น “โอ๊ย ไม่ไหวแล้วพ่อ! เร็วเข้ารีบเอารถขับไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”เธอรวบรวมเสียงะโออกไป เพราะตอนนี้น้ำเดินเริ่มไหลออกมาแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้ออกรถขับพากันไปโรงพยาบาลยังดีที่ว่าโรงพยาบาลอยู่ใกล้แค่นี้ ไม่งั้นมีหวังคงได้คลอดลูกบนรถนี่แหละ
เธอบ่นกระปอดกระแปดตลอดทางมือข้างหนึ่งก็ใช้ไปหยิกแขนสามีตัวแสบส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ใช้จิกตุ๊กตาในมือไว้แน่น ซึ่งคุณสามีได้เผลอโยนมาให้เธอ
ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงโรงพยาบาลทำเอาผันโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เพราะอย่างไงก็ถึงมือของหมอแล้วตอนนี้เหลือแค่มาลุ้นว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีมั้ย?
ชายหนุ่มเดินไปมาอยู่หน้าห้องคลอดคล้ายทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง…
ญาติฝั่งฝ่ายภรรยาพอทราบข่าวก็พากันขนคนขึ้นรถ มายังโรงพยาบาลกันเต็มไปหมดทุกคนต่างแสดงความยินดีปรีดา กระทั่งเพื่อนบ้านที่สนิทกันก็ไม่ลืมตามมาด้วย
“พ่อหยก แม่แช่ม”พ่อแม่ของชบาจึงเข้ามาปลอบขวัญลูกเขยที่กำลังตื่นเต้นอยู่
ภายในมือของพวกเขาก็กำของเอาไว้ซึ่งเตรียมใช้มันรับขวัญหลาน พวกเขาเตรียมไว้ได้หลายเดือนแล้วนับั้แ่รู้ว่าชบาตั้งท้อง พอทราบข่าวจึงไม่ลืมหยิบมาด้วยดูท่าคงเป็ทองคำหรือไม่ก็สร้อยพระ ซึ่งอยู่ในถุงสีแดง
พอผ่านไปพักใหญ่หมอก็เดินออกมาแจ้งข่าวดีกับผันและครอบครัว “ยินดีด้วยนะครับตอนนี้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก”
ผันที่ทำอะไรไม่ถูกก็กระโจนเข้าไปกอดหมอ ระหว่างที่อยู่หน้าห้องคลอด
หนึ่งนาทีนานเหมือนหนึ่งชั่วโมง…หนึ่งชั่วโมงยาวนานเหมือนหนึ่งวันหัวใจเขาเต้นระรัว กระเด้งกระดอนไปมา
เขาสาบานว่าั้แ่เกิดมายังไม่เคยลุกลี้ลุกลน หรือว่าตื่นเต้นเท่านี้มาก่อนเลยแม้แต่ตอนสอบเอ็นทรานซ์ติดมหาลัย ก็ยังไม่ระทึกขวัญถึงขนาดนี้
หลังจากนี้คงเป็แรงบันดาลใจที่จะใช้วาดภาพออกมาได้เป็แน่เพราะเป็เหตุการณ์ที่คุณพ่อมือใหม่ คงจะจดจำความรู้สึกนี้ไปตลอดทั้งชีวิต
หลังจากหมอแจ้งข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมและกฎต่าง ๆ ข้อควรระวังให้ทางญาติทราบ ก็ขอตัวออกไปพัก จากนั้นพยาบาลผดุงครรภ์ก็พาผันไปดูหน้าลูกชายตัวแสบที่ทำเอาหัวใจเขาแทบจะวาย
“น่าเกลียดน่าชังเสียเหลือเกินเ้าตัวเล็ก…”ผันคิดในใจ พร้อมกับเขี่ยตู้กระจกทักทายลูกชายรอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าเขาเลย
ผันคิดในใจว่าจะตั้งชื่อเด็กว่าอะไรดีนะสมองก็ผุดชื่อขึ้นมาราวกับดอกเห็ดตอนฤดูฝนแต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาที่ชบากอดตอนมาโรงพยาบาลซึ่งพยาบาลนำมามอบให้เขาหลังจากคลอดเสร็จ
จึงทำให้เขาปิ๊งไอเดียและนึกชื่อขึ้นได้จึงเข้าไปปรึกษากับภรรยาที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง
“แม่จ๋า…พ่อคิดชื่อลูกออกแล้วล่ะ”ผันพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี ใบหน้าแต้ยิ้ม
“ชื่ออะไรล่ะ?ไหนว่าจะให้พระมหาไผ่ตั้งชื่อให้ไง” เธอเหลือบตาไปมองสามีด้วยความอ่อนแรง เพราะแรงจะบ่นแทบจะไม่มีแล้วตอนนี้
“ก็ตอนแรกคิดชื่อไม่ออกจนแม่คลอดเสร็จนี่แหละ!” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นตุ๊กตาให้คุณแม่มือใหม่ดู
เธอก็เดาส่งเดชขึ้นมาทันที “ชื่อตุ๊กตา? จะบ้าเหรอลูกเป็ผู้ชายนะ!” เธอปฏิเสธทันควัน หากมีแรงจะดึงมาบิดหูสักสองสามทีเนื่องจากเข้าใจสามีของตัวเองเป็อย่างดี
“บ้า...ไม่ใช่!”คุณพ่อมือใหม่ปฏิเสธ “นี่ตุ๊กตาอะไร…ตุ๊กตาเสือ” ผันพูดขึ้น“ดังนั้นชื่อมันต้องคำเดียวเหมือนพ่อมัน ตกลงว่าให้ชื่อเสือก็แล้วกันเนอะ”ชายหนุ่มหัวเราะอย่างสนุกสนาน
กลับเป็คุณแม่มือใหม่ที่กัดฟันกรอดเค้นเอาเรี่ยวแรงมาด่า “ชื่อเสือบ้าบออะไร ลูกฉันออกจะน่ารักขนาดนั้นแหม่ตั้งชื่อเสียน่ากลัวเชียว!” นี่ถ้าเป็เวลาปกติเธอคงไปกัดอีกฝ่ายให้จมเขี้ยวแล้ว ตอนนี้หล่อนยิ่งมันเขี้ยวอยู่!
ผันเมื่อเห็นภรรยาทำท่าทางโมโหก็ตอบเสียงอ่อนทำนองปรึกษาหารือ “อ่าว...แล้วจะตั้งชื่ออะไรดีล่ะ จะได้ดูไม่น่ากลัวแต่พ่อว่าชื่อเสือน่ะดีแล้ว”
ชบาก็ไม่ยอมจนเถียงกันอยู่พักหนึ่งจนคำว่าน้อยก็ไม่รู้ล่องลอยมาจากไหน อาจจะหลุดปากเถียงกันว่า“เรียกเ้าตัวน้อยล่ะมั้ง?” ผันจึงได้ข้อสรุปเอาแบบนี้“ชื่อเสือน้อยถูกใจมั้ยล่ะแม่จ๋า แถมยังดูไม่น่ากลัวอีกต่างหาก!”
“เออ…ค่อยฟังเข้าท่าเข้าทางหน่อยตั้งชื่อลูกเสียน่ากลัวเชียว” เธอล่ะกลัวจริง ๆว่าสามีตัวดีจะเสนอหน้า…ไปเขียนชื่อแจ้งประวัติให้ทางโรงพยาบาลดังนั้นจึงกัดฟันทนสู้ชื่อนี้มาให้ลูกชาย แม้ว่าตัวเธอจะอ่อนแรงก็ตามที
ด้วยเพราะเป็ศิลปินเต็มเปี่ยมในหัวมีแต่ไอเดียบรรเจิดเลิศล้ำกว่าชาวบ้าน เธอละกลัวใจสามีตัวเองจริง ๆในเื่ทำนองนี้!
และนับจากวันนั้นเป็ต้นมาครอบครัวร่มไม้เย็นก็ได้ต้อนรับสมาชิกคนใหม่ที่ชื่อว่า “เด็กชายเสือน้อยร่มไม้เย็น”
___________
อย่าลืมเพิ่มลงชั้น กดไลก์กดแชร์ให้ด้วยนะครับ